[2-SHORT] IZ*ONE - Gentle [Chaeyeon×...] (Part 2.1)











คนใจดี ≠ ?

















"เชดเข้! มาพร้อมกันว่ะ"


"นอนด้วยกันหรอจ๊ะเมื่อคืน"


"เอ๊ะ หรือสายๆไปไหนด้วยกันมาคะ"


คนสองคนที่เพิ่งเดินเข้ามาในสวนหย่อมที่มีมุมนั่งเล่นเป็นสถานที่ประจำของกลุ่ม ถูกทุกสายตาของเพื่อนที่เข้ามาก่อนจ้องมองไม่วางตา ไหนจะเสียงแซวหวี้ดว้ายโห่ก้องทั่วบริเวณ ที่ทำให้ผู้ที่ผ่านไปมาแถวนั้นต้องหันมามองพวกเธอด้วยเช่นกัน


"เออ เมื่อคืนกูนอนกับพี่บี"


ประโยคคำตอบที่ออกมาจากปากคนข้างๆนั้นทำให้หญิงสาวต้องหันควับไปเขม่นให้ ทำไมจู่ๆถึงพูดแบบนั้นล่ะ!?





ยังมีหน้ามายักคิ้วให้เธออีก!





"จริงดิ!?"


"เออ ทำไม แปลกหรอ"


เขาถามกลับอย่างไม่เดือดร้อนอะไร เหมือนมันเป็นเรื่องปกติที่ใครต่อใครเขาก็ทำกันได้


"มีซัมติงกันแล้วรึป้ะ" หนึ่งในคนกวนประสาทที่สุดของกลุ่มทำหน้าที่เป็นหน่วยจับพิรุจพร้อมทั้งยิงคำถามประจำที่มักจะถามเกือบทุกวันเมื่อเห็นเพื่อนสองคนเดินมาด้วยกันแบบนี้


"อันนี้มึงถามพวกกูหลายรอบละนะยุจ มึงก็รู้ว่าคำตอบมันก็คือคำเดิม มึงจะถามทำไมอีก" แต่ก็เป็นอย่างเช่นเกือบทุกวัน คำตอบที่ได้รับมากลับเป็นคำถามยอกย้อนที่กระแทกเข้าเต็มใบหน้า


"พี่น้องอ่ะเหรอ!? เบอร์นี้อ่ะนะ!?" 


"เออ" ทั้งความหน้าตายตามแบบที่เจ้าตัวส่งมาให้นั่นอีก โดยรวมแล้วก็ถือเป็นคำตอบที่ชัดเจนล่ะนะ


"ถามทุกวันงี้มึงไม่เบื่อเหรอวะ" พี่สาวที่ยืนเงียบอยู่นานเดินแทรกเข้ามาลงข้างๆใครอีกคนที่ขยับเว้นที่ไว้ให้ตั้งแต่เห็นพวกเธอโดนเจ้าพนักงานสอบสวนเฉพาะกิจเริ่มซักถามอะไรเดิมๆที่เกือบจะเป็นกิจวัตรประจำวัน


"กูจะถามจนกว่าพี่มึงจะบอกว่าคบกันจริงๆนั่นแหละ" และมันก็ยังยืนหยัดที่ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆด้วยนะ





กับการเรียนขนาดนี้หรือเปล่าก็ไม่รู้





"เหอะ มึงคงได้ถามจนปากแฉะน้ำลายอ่ะ อีพี่มันมีคนของมันอยู่ล../อีเซียน!"


อย่างที่เห็นได้บ่อยๆในนวนิยายแนวพีเรียดราชาราชินีที่มักจะถูกองครักษ์หรือคนสนิทหักหลัง หญิงสาวอยากจะพุ่งกายไปตีปากคนน้องให้หุบลงเสียบ้าง เรื่องบางเรื่องเขาก็ไม่ควรพูดออกมาในเวลานี้ ดูเหมือนจะเพิ่งได้สติซะด้วย ถึงได้หันมาทำหน้าทำตาสำนึกผิดกับเธออย่างนั้น


"อ้าววววววววว สรุปที่ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆนี่คืออีเซียนกุมความลับไว้คนเดียวเหรอวะพี่บี มีใคร อะไร ยังไง บอกมาเลยนะเว้ย" เจ้าพนักงานสอบสวนคนที่สองเริ่มเข้ามามีบทบาทให้สถานที่ซักถามจำลอง ดวงตาเรียวเล็กหรี่มองใบหน้าสวยๆของพี่สาวที่รู้จักกันดีราวกับจะแสกนความรู้สึกนึกคิดของหล่อน


"เสือกว่ะเยน มึงไปอยู่กับอียุจไป" แต่ก็นั่นแหละนะ พี่สาวคนนี้น่ะ ใช่ว่าจะบอกเรื่องอะไรพวกนี้ง่ายๆซะหน่อย


แล้วประเด็นสอบสวนก็เปลี่ยนไปเมื่อมีเพื่อนในกลุ่มอีกสองคนที่เดินเข้าพร้อมกันเป็นคู่ มันจะไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่นักหรอก ถ้าหากว่าทั้งสองจะไม่จับมือกัน


"อ้าวๆๆๆ อีคู่นี้ก็เหมือนกัน เป็นไงมาไงจ๊ะ ทำไมจับมือกันมาแน่นเชียว" เจ้าพนักงานที่ว่ายังคงทำหน้าที่ได้ดี เหมือนชีวิตนี้เกิดมาเพื่อยุ่งเรื่องของชาวบ้านอย่างไรอย่างนั้น


"อะไรล่ะเยน เราให้แชนไปรับเรามาเองแหละ รถเสียอ่ะ ขี้เกียจขึ้นรถเมล์มา" ถึงเพื่อนคนสวยจะตอบเหตุผลมาอย่างนั้นก็เถอะ แต่มันก็ไม่เห็นจะเกี่ยวอะไรกับการจับมือถือแขนของทั้งคู่ที่ยังคงไม่ปล่อยออกจากกันเลยนี่นา


"แล้วมืออ่ะจ๊ะสา จับทำไมเอ่ย กลัวหลงกับอีแชนหรอ"


คำทักท้วงดูจะมีผลต่อคนทั้งสอง หญิงสาวก้มมองมือที่เกาะกุมกันอยู่ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองกันครู่เดียวแล้วรีบหันหนีไปคนละทางพร้อมกับมือขวาและซ้ายที่ปล่อยออกจากกัน ช่างเหมือนกับฉากในละครรักหลังข่าวภาคค่ำเสียจริง


"มีพิรุธเว้ยยยย เฮ้ยยยยย" เสียงแซวที่ดังลั่นในมุมที่เคยเงียบตรงนั้น สร้างความประหลาดใจให้กับผู้ที่พบเห็นอีกครั้ง ไม่แน่ว่าหากมีการส่งเสียงดังขึ้นอีก พวกเขาคงจะต้องโทรแจ้งตำรวจให้มาตรวจสอบนักศึกษากลุ่มนี้สักหน่อยแล้วล่ะ


"เที่ยงจะบ่ายละ เรามีเรียนบ่ายสอง เหลืออีกหนึ่งชั่วโมงว่ะ ทำไรกันดี"


"เออว่ะ ไปหาไรกินดีป่ะ" ดูเหมือนว่าสองเจ้าพนักงานสอบสวนจะเหนื่อยกับการซักถามเสียแล้วสิ บทบาทที่น่ารำคาญในสายตาของผู้ที่ตกเป็นผู้ต้องสัยจึงถูกสลัดทิ้งไป ตอนนี้กลายเป็นเจ้าเด็กโข่งสองคนที่อยู่เฉยๆไม่ได้ในช่วงหนึ่งชั่วโมงต่อจากนี้


"กิงนมปั่งกังเตอะ"


"เอาข่าหนมล้วย"


"ไอติมล้วย"


"โอเชโลย"


จู่ๆก็เกิดอาการลิ้นเปลี้ยพูดไม่ชัดเป็นเด็กอนุบาล สองสหายพูดเองเออเองแล้วก็เดินฉุดเพื่อนๆในรัศมีที่มือคว้าถึงออกไปร้านนั่งชิวข้างมหาลัยด้วยกัน แม้ว่าจะมีเสียงพ่นด่าออกมาบ้าง สุดท้ายแล้วกลุ่มเพื่อนที่มีกันอยู่แค่นี้ก็เดินตามตูดตามก้นกันไปอยู่ดี






นี่แหละน้า Friendship






"แชน!" น้ำเสียงเพราะพริ้งที่ใช้เฉพาะเรียกชื่อใครบางคนเท่านั้นดังขึ้นระหว่างที่แชนกำลังเดินตามเพื่อนๆออกไปทางประตูใหญ่ของมหาลัย เมื่อหันไปมองก็เจอเพื่อนคนสวยที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหา


"ไง สายนะเราอ่ะ แฮงค์เหรอ" เอ่ยทักทายเล็กน้อยพร้อมกับเสียสละแขนข้างซ้ายให้หล่อนไปเกาะเกี่ยวเอาไว้อย่างเคยตัว


"งืม ก็แชนทิ้งเราอ่ะ ปล่อยเรากลับกับมิวได้ไง" หล่อนเอ็ดเขาไปหนึ่งที แต่ทว่ามือที่ใช้เกาะแขนอีกคนนั้นกลับไปไม่คลายออก และนิ้วมือทั้งห้ายังสอดประสานเข้ากับมือของคนที่ตนเพิ่งว่าไป เหมือนหล่อนไม่ได้ต้องการจะมาดุว่าเขาตั้งแต่แรก





เป็นวิธีการเข้าหาที่น่าจดจำดี





"ก็มินเมา เราก็ไม่รู้จะไปส่งมินยังไงให้ม๊ามินไม่โกรธเรา พาลูกสาวเค้าไปเมามางั้นอ่ะ"


"แต่ก็ไม่เห็นต้องเรียกมิวมานี่"


"เราไม่ได้เรียกมา เยนมันเรียกมาช่วย"


"แล้วทำไมต้องปล่อยเราไปกับเค้าล่ะ" สีหน้ายุ่งๆแสนงอแงที่บ่อยครั้งหล่อนมักจะเอาออกมาใช้ เมื่อเขาทำอะไรสักอย่างที่ไม่ได้ดั่งใจ แต่ก็นะ เขาน่ะ รับมือได้ทุกครั้งนั่นแหละ


"ก็ถ้ามิวไม่มา กว่ามินจะสร่าง เราก็คงต้องพามินไปนอนห้องเราก่อน ซึ่งห้องเรามันก็ไกลจากบ้านมินนะ ต่างจากมิว อยู่ห่างบ้านมินไม่กี่ซอยเอง" คงเพราะชอบใช้เหตุผลและน้ำเสียงนุ่มๆในการอธิบายในสิ่งที่ตัวเองคิดให้อีกฝ่ายได้เข้าใจ หญิงสาวที่ทำหน้าหงิกหน้างอใส่เขาตอนแรกก็ผ่อนคลายคิ้วเรียวสวยที่ขมวดมุ่นนั่นลง


"เรานอนห้องแชนก็ได้นี่ เราเคยไปนอนตั้งหลายครั้ง แชนโทรบอกม๊าเราก็ได้ เพราะถ้าเป็นแชนน่ะ ยังไงม๊าก็อนุญาต"



"อยากมานอนห้องแชนเหรอ"



อ่า... เขาพูดบ้าอะไรเนี่ย



แน่นอนว่าเจ้าหล่อนคนข้างๆที่ได้ยินก็หลบตาหันหน้ามองไปทางอื่น แต่มีหญิงสาวอีกคนหนึ่งที่หันมามองหน้าเขาเหมือนอยากจะประทุษร้ายเขาเสียให้ตายตรงนั้น



อุแง... แม่จ๋า



นุแชนมั่ยดั้ยตั้งจัย TT



"สาเป็นไรอ่ะ ร้อนเหรอ หน้าตึงเชียว" คนที่นานๆทีจะพูดขึ้นมา เอ่ยถามคนที่เดินข้างๆมาตลอดทาง เมื่อเห็นว่าหล่อนมีสีหน้าไม่สบอารมณ์เสียเท่าไหร่


"อือ เหงื่อออกเยอะอ่ะ เราลืมเอาทิชชู่มา วอนมีป้ะ" ตอบออกไปอย่างนั้นทั้งๆที่ความเป็นจริงเหงื่อของเธอออกมาแค่ไม่กี่หยด และเมฆหนาบังดวงอาทิตย์พอเป็นที่ร่มอยู่แบบนี้พร้อมกับลมที่พัดมาเอื่อยๆ ความร้อนคงมีไม่มากพอจะทำให้ผู้หญิงตัวเล็กๆบางๆที่ก้าวเท้าแบบไม่ได้เร่งรีบไปที่ไหน เกิดความร้อนภายในร่างกายอะไรมากมายขนาดนั้น




หรือเธอไม่ได้ร้อนที่กายนะ ?













"นมสดคาราเมลปั่น 1 โกโก้ปั่น 2 ชาเขียวปั่น 2 มิกซ์เบอรี่ปั่นหวานน้อย 1 ลาเต้ 1 แชน ละมึงอ่ะ"


"มิ้นท์ช็อก"


"เค ตามนี้เลยค่ะ"


รายการเครื่องดื่มที่สั่งถูกส่งให้พนักงานเสิร์ฟไปแล้วเรียบร้อย ตอนนี้พื้นที่ร้านเครื่องดื่มนอนแอลกอฮอล์ที่เป็นเพลซมาร์คเล็กๆของนักศึกษาเกือบทุกคน ถูกยึดพื้นที่โต๊ะยาวตัวใหญ่ด้วยกลุ่มนักศึกษาที่มีชั่วโมงว่างจากการเรียนพากันมานั่งรอเวลาที่เข็มสั้นของนาฬิกากระดิกไปถึงเลขสอง


เมนูเครื่องดื่มที่แต่ละคนสั่งไปนั้นบ่งบอกได้ถึงบุคลิกที่เหมือนและแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งประเด็นความต่างของรสนิยมในการเลือกซื้อหรือเลือกกินที่ค่อนข้างต่างจากเพื่อนคนอื่นๆ มักจะถูกนำมาตั้งเป็นคำถามสนทนากลุ่มหลังจากออเดอร์เมนูออกไป เช่น


"มึงกินลาเต้ตอนเที่ยงๆบ่ายๆทำไมวะวอน คลาสจุลจักรสอนเหมือนกล่อมนอน มึงจะไปถ่างตาฟังเหรอ"




อย่างนี้เป็นต้น...




แต่ถ้าถูกตั้งคำถามแบบนี้แล้วขี้เกียจอธิบายความต้องการของตนเองให้ผู้ตั้งคำถามได้รับรู้และเข้าใจ มันก็คงไม่แปลกถ้าจะตอบออกไปว่า




"อยากกิน"

"..."





The End





"เออ กูไม่ถามแล้วก็ได้อิเหี้ย!"




"ชอบเหรอ" หือ... อยู่ดีๆใครบางคนก็พูดขึ้น เขาถามคำถามออกมา ซึ่งไม่รู้แน่ชัดว่าต้องการให้ใครตอบ



"มิ้นท์ช็อกน่ะ"



อ่า... เจอคนที่ต้องตอบแล้วล่ะ



"อื้อ ชอบ" และตอบออกมาได้สั้นพอๆกับคำถามที่อีกฝ่ายเกริ่นมา



พลันสายตาของคนทั้งสองก็สบกัน นัยน์ตาดำขลับที่แน่นิ่งจ้องกันไม่ไหวติง เหมือนมีกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านไปมาระหว่างดวงตาของทั้งสอง เป็นกระแสไฟฟ้าที่ล่องหนอยู่ แต่กลับทำให้คนรอบข้างรู้สึกขนลุกซู่ หากกระแสไฟฟ้าที่ว่าชนกันเข้าจังๆ จะเกิดอะไรขึ้นกันนะ



W.. What are they playing?



"ทำไมล่ะ"

"อยากกิน"



คำตอบแบบเดียวกัน ทว่ามันมีความต่างกันที่น้ำเสียงเรียบราบ และอาจจะมีความกวนประสาทที่เล็กน้อยผสมอยู่ ซึ่งทำให้ผู้ฟังบางคนถึงกับเลิกคิ้วมอง รวมถึงผู้ตั้งคำถามที่ได้รับคำตอบไป เขาชะงักนิ่งงันไม่นาน ก็คลี่รอยยิ้มบางๆออกมา



"คงเข้าใจกูนะ"

"เออ กูเข้าใจ ใครมันจะไปห้ามความอยากกันได้ล่ะ ว่ามั้ย"

"..."

"เหอะ แต่คิดว่ามึงจะชอบ..จริงๆซะอีก แค่อยาก..เหรอวะ"


เหมือนมีดเล่มคมเสียบเข้าที่ช่องท้องจนจุก แชนพูดอะไรไม่ออก ประโยคเมื่อครู่ทำให้เขาต้องหันสายตาไปมองใครอีกคน ที่ตอนนี้หล่อนไม่แม้แต่จะมองหน้าเขาเลย


"พวกมึงพูดเหี้ยอะไรกันเนี่ย แชนมันจะอยากกินอะไรก็เรื่องของมันดิ ปกติมึงไม่เคยสนใจอะไรมันนะเซียน"


ความน่าสงสัยเข้าปกคลุมพื้นที่รอบๆ หลายคนงุนงง หนึ่งคนมึนงง หนึ่งคนสับสน และอีกหนึ่งคนที่เบื่อหน่ายกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า สถานการณ์ในตอนนี้ช่างน่าอึดอัดนัก แม้แต่เครื่องดื่มที่นำมาเสิร์ฟพร้อมกันทุกแก้ว ก็ไม่ได้ทำให้ความรู้สึกประหลาดๆที่อยู่ในหัวของแต่ละคนสลายออกไปได้เลย


"เราเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเรามีนัดคุยกับพี่กั้งเรื่องถ่ายงานมหาลัยอ่ะ เราไปก่อนนะ อาจจะเข้าคลาสสาย"


หญิงสาวที่นั่งข้างๆลุกออกไปทันทีที่เธอพูดจบ แชนมองตามหลังของเธอที่เดินออกไปทางประตูร้านพร้อมกับถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนเขาจะหันกลับมามองหน้าผู้หญิงที่จู่ๆก็มาสร้างสาระช่วง Q&A ให้กับเขา


"สาจะถ่ายงานมหาลัยเหรอวะ เอ้า กูนึกว่าปฏิเสธเขาไปแล้วซะอีก" ข้อสงสัยที่ว่าทำไมลูกคณบดีฝ่ายบริหารของมหาลัยอย่างคุณหนูเยน ธารยาถึงคีพลุคเป็นเด็กอนุบาลเด๋อๆ หลายคนนั้นเคยให้คำตอบว่าเพราะเธอไม่อยากทำตัวสูงส่งหรือโดดเด่นเกินใคร แต่แท้จริงแล้ว นั่นไม่ใช่การคีพลุคใดๆทั้งสิ้น




It's a nisai from sandan.




"คงงั้นแหละมั้ง แต่น่าจะเงินดีนะ จบงานขอให้นางเลี้ยงเหล้าดีป่ะ"




นี่ก็ It's a sandan by tae true.




เพี๊ยะ!!




"มึงก็คิดได้แค่นี้เนอะยุจ"

"เอ้า พี่บี นานๆทีน่า"




"จะบ่ายสองละ ไปกันเถอะ ไม่อยากโดนเช็คสาย" หญิงสาวอีกคนที่พาตัวเองออกมาจากความงุนงงช่วง Q&A ได้ก่อนใคร หล่อนเช็คเวลาความว่างที่มีในตอนนี้ ซึ่งพบว่ามันเหลืออยู่เพียงน้อยนิด จึงเอ่ยเรียกสติเพื่อนทุกคนให้ลุกออกจากที่นั่งเสียที





แต่คนข้างๆเธอกลับนั่งนิ่ง





"แชน ไปกันเถอะ"

"..."





เขาเป็นอะไร





"แช../ไปเรียนก่อนเดี๋ยวค่อยเคลียร์" รุ่นพี่ที่นั่งฝั่งตรงข้ามพูดออกมาเหมือนรู้ว่าตอนนี้คนที่นั่งนิ่งๆอยู่ข้างๆของหล่อนเป็นอะไร


เขาเงยหน้าขึ้นมาสบตากับพี่สาวสักพัก ก่อนจะลุกขึ้นเดินออกไปโดยไม่พูดอะไร






ก็ได้






เดี๋ยวค่อยเคลียร์








































แกร็ก


กลับเข้าห้องด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้า การเรียนที่คิดว่ามันค่อนข้างจะไม่มากมายเท่าไหร่เพราะงานหนักอย่างวิจัยก็ทำเสร็จไปแล้ว ทว่าไอ้งานกลุ่มที่เอาแค่ 3 คะแนน กลับถูกใช้มาเป็นเครื่องมือของอาจารย์ในการหลอกให้นักศึกษาทุ่มเพลังชีวิตช่วยกันทำภายในคลาสสองชั่วโมงให้เสร็จ โดยบอกแค่ว่า 'ถ้าทำไม่เสร็จ ก็ 0 ไป ทำเสร็จ ทำดี เอาไปเลยเต็มๆ'




แต่เต็มๆของอาจารย์มันแค่ 3 ไง!!!




แม่งเง้ยยย




ไม่องไม่อาบแล้วน้ำ!




ก็อกๆๆ




หือ...




เสียงเคาะประตูดังขึ้นหลังจากไม่ดี่นาทีที่เขาเดินเข้ามาในห้อง คงจะเป็นใครสักคนที่เดินตามเขามา หรือว่า...


คิดได้ดังนั้น แชนรีบพุ่งไปเปิดประตูทันที หล่อนคงจะมาหาเขา หล่อนจะมาปรับความเข้าใจกับเขาเป็นแน่



ทว่า



"ม..มิน"















"คิดไงมาหาเรา"


"ก็เห็นแชนหงอยๆ อยากมาอยู่เป็นเพื่อน"






ให้ตายสิ เหตุผลของหล่อนฟังไม่ขึ้นเลย






"มันจะค่ำแล้วนะ บอกม๊../เราบอกม๊าแล้ว"


"เราไม่เป็นไร"


"ก็เห็นอยู่ว่าเป็น"






ช่างดื้อรั้น






"เราหายแล้ว"


"ไม่อ่ะ ถ้าหายแชนต้องไม่เป็นงี้"






โอเค เขายอมแพ้






"แล้วมาอยู่เป็นเพื่อนเราคิดว่าจะทำอะไรได้"

"ได้แล้วกัน ในตู้เย็นมีอะไรบ้าง?"



หือ?



ร่างบางกระเด้งตัวออกจากโซฟา เดินไปที่โซนครัวที่อยู่อีกมุมนึงของห้องทันที ส่วนเจ้าของห้องทำได้แค่มองตามหล่อนอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะเดินตามไป



"อุปกรณ์ครบนี่นา" หยิบจับตะแกรง ชามสแตนเลสใบใหญ่สองสามใบออกมากองตรงเคาน์เตอร์ครัวเหมือนกำลังจะทำอะไรซักอย่าง ไหนจะเครื่องตีไข่ ค้นตู้เย็นเจอกล่องวิปปิ้งครีม แป้งอเนกประสงค์ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่





เอาล่ะ





คงไม่ใช่จะทำอะไรแปลกๆหรอกนะ





แต่เดี๋ยวนะ





ของพวกนี้มาแต่ไหน?





"บุกครัวคนอื่นงี้ได้ไง" ถึงจะสงสัยว่าทั้งอุปกรณ์และวัตถุดิบที่เพียงพอต่อการทำเค้กหนึ่งก้อนเหล่านี้มาจากไหน แต่นั่นคงเพราะไม่ใช่เรื่องที่เขาจะต้องมาหาคำตอบในตอนนี้ แชนต้องจัดการยัยตัวดีที่เดินเข้ามาค้นครัวของเขาเหมือนเป็นบ้านตัวเองแบบนี้เสียก่อน


"ก็จะทำของอร่อยๆให้กินไง ทีแรกก็ไม่ได้หวังงี้หรอก แต่เจอแป้งกับกล่องนี่พอดี เลยคิดว่าแชนคงอยากทำเค้ก มาทำด้วยกันสิ"


แววตาเป็นประกายแบบนั้น ทำให้คนที่ตอนแรกกะว่าจะจับคนสวยตรงหน้ามาตีตูดแก้นิสัยดื้อรั้นเสียหน่อย ทว่าเขาต้องใจอ่อนให้เธอจนได้


คงเหมือนกับช่วงทำรายการขนมหวานที่เวลาเคาะตะแกรงร่อนแป้งทำเค้ก ฝุ่นแป้งจะปลิวเปรอะไปทั่วพื้นที่หากผู้ที่กำลังรับบทเป็นเชฟขนมหวานฝึกหัดไม่ระวังหรือตั้งใจพอ


จริงๆทั้งคู่ก็ไม่ได้ตั้งใจจะทำเค้กหรอกมั้ง ผงแป้งสีขาวจึงเปื้อนไปทั่วเสื้อผ้าและหน้าตา ไม่วายเปรอะไปทั่วทั้งตัวรวมถึงหัวที่เริ่มจะขาวโพลนเพราะผงแป้งที่แกล้งสะบัดใส่กัน




"โอ๊ะ!"




อุบัติเหตุก็มักจะเกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจเช่นกัน ผงแป้งสีขาวลอยละลิวๆเข้าที่ตาซ้ายของใครสักคนจนได้



"ขอโทษ!" คนดื้อแสนสวยรีบเช็ดไม้เช็ดมือ ก่อนจะเดินเข้าไปหาผู้สูญเสียการมองเห็นชั่วขณะ ดีที่ใกล้ๆมือมีทิชชู่ที่ยังสะอาดดีอยู่ มินหยิบมันขึ้นมาหวังจะเช็ดรอยแป้งที่อยู่รอบๆดวงตาของอีกคนให้



แต่เธอคงขยับเข้าใกล้เขาเกินไป คนมองไม่เห็นมักจะสูญการทรงตัวในช่วงแรกๆ เท้าที่ขยับเพียงนิดเดียวกลับชนเข้ากับขอบเคาน์เตอร์ ร่างกายจึงเซไปข้างหน้าถลากอดคนที่อยู่ใกล้แค่เพียงฟุตเดียว



ตอนนี้ทั้งคู่ไม่ได้อยู่ใกล้กันแค่เพียงฟุตเดียวแล้ว แขนเรียวที่คว้าเอวบางๆเข้าแนบชิดแบบไม่ได้ตั้งใจ ทำให้ใบหน้าขยับเข้าใกล้กันมากขึ้น คนมองไม่เห็นในตอนนี้ก็คงคิดว่าลมหายใจร้อนๆที่รินรดริมฝีปากเขาอยู่นั้น เป็นเพียงลมที่พัดมาจากอากาศภายในห้อง แต่หญิงสาวที่มองเห็นว่าริมฝีปากที่ดูนุ่มนิ่มนั่นจะชนเข้ากับจมูกของหล่อนอยู่แล้ว หล่อนก็นิ่งเกร็งไปทั้งตัว กลัวว่าถ้าหากขยับร่างกายอีกแค่เพียงนิด จะเป็นริมฝีปากของหล่อนแทนที่จะไปประกบกับเจ้าเยลลี่ชมพูอ่อนๆนั่น



พลันเหมือนอะไรเล่นตลก คนมองไม่เห็นสามารถเปิดเปลือกตาได้เพียงข้างเดียวเท่านั้น แต่ทว่าเลือนลางนักที่จะมองเห็นว่าเป็นใคร ไม่รู้สมองครุ่นคิดอยู่แต่กับเรื่องหล่อนคนนั้นหรืออย่างไร เขาถึงได้เห็นใบหน้าของหล่อนทาบทับแทนใบหน้าสวยๆของเพื่อนสาว



ความรัก ความคิดถึง ความโหยหา ความรู้สึกผิด จู่โจมเข้าที่ก้อนเนื้อสีแดงทำให้มันบีบอัดแน่น ความจุกแล่นวนอยู่รอบๆกลางหน้าอก เขาอยากสัมผัสหล่อน และอยากมอบสัมผัสให้กับหล่อน แทนคำขอโทษที่ทำให้หล่อนรู้สึกแย่ เขาอยากจะทำมันตอนนี้ เหมือนกับว่าสมองที่มีอยู่ได้ถูกปิดใช้งานไปชั่วขณะ ความเพ้อฝันครอบงำร่างกายในที่สุด



ริมฝีปากประกบกันทันทีที่คนสติหดหายไม่สามารถยับยั้งตนเองได้ หญิงสาวที่กลายเป็นแพะเบิกตากว้างเมื่อเธอกำลังถูกลิ้นร้อนเริ่มบุกรุก มือเรียวที่ก่อนหน้าเกาะอยู่ที่เอว ตอนนี้ข้างใดข้างหนึ่งขยับเลื่อนลงมาลูบไล้ต้นขาใต้กระโปรงเนิบๆเสียจนขนอ่อนลุกเกรียว เปลือกตาสวยเริ่มปรือจะหลับลง แขนเล็กที่ตอนแรกเกร็งขดแนบกับหน้าอกเพราะความมึนงง ขณะนี้หล่อนส่งมันไปคว้าคอคนตรงหน้าให้เข้ามาใกล้กว่าเดิม เรียวลิ้นที่หล่อนยอมเปิดปากให้มันเข้าไปกวาดต้อนหาความหวานช่างซุกซนและช่ำชอง พอๆกับมือเรียวที่เกี่ยวแกะชั้นในของเธอจนจะหลุดออกแล้ว





แต่ไคลแม็กซ์มักจะมาพีคๆ





ห้องครัวที่เกือบจะกลายเป็นเตียงนอน Ver. Two





ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเคาะประตูด้านหน้า





ก๊อกๆๆ





ราวกับสติกลับคืนร่าง ใบหน้าที่ฝังจมอยู่ในซอกคอหอมกรุ่นของหญิงสาวผละออกทันใด ดวงตาที่พร่ามัวกลับมามองเห็นพอได้ ถึงจะไม่ชัดเจนแต่ก็รู้ว่าเป็นใคร ซึ่งเมื่อเขาเห็นคนที่นั่งอยู่บนเคาน์เตอร์เหนือร่างของตนเองเต็มตา คำหยาบที่ใช้สบถกับตนเองก็หลุดออกมาเสียดัง








เขาเป็นบ้าไปแล้วหรือไง!!!!








มันคงจะบ้ากว่านี้








หากคนข้างนอกนั้นเปิ...








แกร็ก!









"..."











เหี้ย...












ใบหน้าที่คุ้นเคยในตอนที่หล่อนยิ้ม หัวเราะ หรือแน่นิ่ง แต่บัดนี้ เขากับไม่คุ้นเคยเลย เวลาที่หยาดน้ำใสผล็อยร่วงออกมาจากดวงตากลมๆที่เป็นประกายนั่น ริมฝีปากบางๆที่หล่อนกำลังขบเม้มเสียจนซีดเซียว มือบางๆที่เคยกอบกุมกำแน่นเสียจนแดงเถือก ร่างกายที่เคยเกยกอดสั่นระริกเหมือนกับกำลังควบคุมอารมณ์ของตนเองไว้




















"บี.."






























"สารเลว"


























คนใจดี ≠ คนดี
































เหรอ ?





SHARE
Written in this book
FIC IZ*ONE
SF▫️FF
Writer
1NGBEUL
1NGBEUL
ช็อตตามอารมณ์

Comments

YYLMYY
5 months ago
เอ๊ะ...0_0
Reply
25DEC
1 month ago
แจคพอต!
Reply