just one night (2)



ผาเสียงสะท้อน คือสถานที่ที่พวกเราชอบมาคุยกันหลังจากเที่ยวงานเทศกาลเสร็จ ทุกครั้งพวกเรามักจะมีอาหารและของกินเล่นติดไม้ติดมือมาด้วย เช่น ไอศกรีม ขนมสายไหมหรือไม่ก็บาร์บีคิวเนื้อ แต่ครั้งนี้มีแค่เบียร์คนละกระป๋องเพื่อมอมเมาหัวใจที่บอบช้ำ เรากวาดสายตาโดยรอบ พบคู่รักและครอบครัวมากมายนั่งที่นี่เพราะอีกสักพักจะมีการแสดงพลุเกิดขึ้น ตรงนี้เห็นพลุได้ชัดและสวยที่สุด ฉันกับเดเมี่ยนจึงนั่งลงบนผืนหญ้า เอนหลังพิงต้นไม้ใหญ่

“ฉันไม่อยากอยู่แล้ว” เขาเป็นคนเริ่มพูดก่อนหลังจากเปิดกระป๋องเบียร์สีเงินแถบฉลากสีเหลือง“หมายความว่ายังไง? ไม่อยากอยู่แล้ว”
“ฉันไม่อยากอยู่ในความจริง แต่ก็ไม่อยากย้ายมาอยู่ในมายากับเธอ” 
“แต่ฉันไม่เคยขอให้เธอย้ายมาอยู่ด้วยเลยนะ”
ความซื่อบื้อและไร้เดียงสาของฉันทำให้เขาหัวเราะขณะแอลกอฮอล์อาบย้อมริมฝีปากและลำคอ
 
“มันเป็นความคิดโง่ๆช่วงหนึ่งที่ฉันคิดว่าฉันอาจจะชอบเธอมากพอที่จะย้ายมาอยู่ด้วย เพราะอย่างน้อยก็ไม่ต้องรองานเทศกาลซึ่งจัดปีละครั้ง” ฉันคลี่ยิ้มออกมาอย่างปลื้มใจ ไม่มีใครอยากรอให้วันที่บนปฏิทินหมุนเวียนมาจนวันนี้ในปีหน้า แต่ทุกอย่างย่อมมีเงื่อนไข... ฉันกำลังรอฟัง ‘แต่’ ของเขาอย่างจดจ่อ “มันไม่ยากหรอก แค่เก็บกระเป๋าและแจ้งย้ายที่อยู่ แต่ในเมืองนี้ก็มีแพทเทิร์นการใช้ชีวิตเหมือนกัน แค่ไม่เครียดเท่าเมืองความจริง"
เหตุผลของเขาน่าสนใจทีเดียว แพทเทิร์นชีวิตในเมืองมายาราวกับละครเพลงน้ำเน่า... 
ตื่นเช้ามาทำงานบ้านและฟังเสียงนกตัวน้อยขับลำนำบนกิ่งไม้ ยามบ่ายคือเวลาเตรียมชาร้อนซึ่งใบชาสามารถเก็บได้จากไร่ข้างบ้าน เมื่อถึงสิ้นเดือน... ซึ่งก็คืออีกสิบวันต่อจากนี้ หลังจากตะวันตกดินคือเวลาที่ทุกบ้านจะจัดงานเต้นรำเฉลิมฉลอง ไม่ว่าจะเป็นชนชั้นกลางหรือชนชั้นสูงจะได้อวดชุดหรูหราที่ถักทอ(หรือซื้อ)ด้วยตัวเองภายในงานนี้ 

ส่วนกิจวัตรประจำวันในเมืองความจริง ส่วนใหญ่เป็นการเรียนหรือทำงานตลอด 8 ชั่วโมงหรือมากกว่านั้นในวันจันทร์ถึงศุกร์ จิบชาระหว่างพักเที่ยงและงุดหน้าอยู่ในพื้่นที่ห้องของตัวเองกับงานสูงเท่ากองพะเนิน วันเสาร์และอาทิตย์คือวันพักผ่อนของพวกเขา เดเมี่ยนชอบไปว่ายน้ำที่สระว่ายน้ำใกล้สำนักงานดูแลหมู่บ้านของเขา 

พวกเราต่างใช้ชีวิตแบบนี้มามากกว่าสิบปี น่าจะถึงเวลาในการเปลี่ยนแปลงสักที

"เธอจะไปอยู่ที่ไหนล่ะ?"
"เมืองความฝัน"

เมืองความฝันที่เดเมี่ยนบอกมีความหมายสองอย่าง

ความหมายแรกคือเมืองในอุดมคติซึ่งมีคนพูดปากต่อปากมาว่า 'อยู่ไกลจากเมืองมายาแต่ถ้าเดินทางจากเมืองความจริงก็ใช้เวลาประมาณสามชั่วโมง' ไม่มีใครเคยไปแล้วกลับมาเล่าให้ฟังด้วยตัวเองว่าหน้าตาภายในนั้นเป็นอย่างไร ไม่รู้สิ! ฉันคิดว่านั่นเป็นแค่นิทานหลอกเด็ก
ความหมายที่สองคือเมืองที่ตั้งอยู่ในความฝัน ซึ่งจะปรากฎขึ้นหลังจากหลับตาลงไปสักพัก บ้างก็ก่อนดวงอาทิตย์ของเช้าวันใหม่โผล่พ้นเส้นขอบฟ้า ความฝันเป็นสถานที่กว้างใหญ่สีขาวสะอาดเหมือนหมู่เมฆบนท้องฟ้ายามเช้า มีปราสาทสีขาวหลังโตซึ่งสามารถบรรจุประชาชนจากทั้งสองเมืองได้สบายๆ แต่ไม่มีใครอยู่ในนั้นได้นาน... เมื่อลืมตาตื่นปราสาทก็จะหายไป


"แม่ครับ มีเมืองความฝันจริงๆเหรอครับ?" 
เสียงเด็กชายตัวเล็กดังขึ้นมา ฉันและเดเมี่ยนหันไปมองจึงเห็นเด็กชายผมสีทองสวมเสื้อยืดสีขาวและเอี๊ยมกางเกงขายาวสีเดียวกัันนั่งอยู่กับพ่อแม่ของเขา เดเมี่ยนหัวเราะให้ความไร้เดียงสาของเด็กคนนั้น แต่ฉันกลับรู้สึกไม่ปลอดภัยเมื่อมีคนแอบได้ยินบทสนทนาของพวกเราซะอย่างนั้น
"มีสิจ๊ะ"
"แม่พาผมไปที่นั่นได้มั๊ย?"
"คนทั่วไปแบบเราไปไม่ได้น่ะสิ น่าเสียดาย" ผู้เป็นแม่ลูบหัวของลูกชายอย่างเอ็นดู 
"แต่แม่จะวาดรูปให้ดูนะว่าที่นั่นหน้าตาเป็นยังไง" 


ฉันซบไหล่เดเมี่ยน สัมผัสความอบอุ่นจากร่างกายผ่านเสื้อเชิ๊ตตัวบางของเขา 
"แต่มันอาจเป็นความคิดโง่ๆช่วงหนึ่งก็ได้นะ" เขายิ้มเยาะเมื่อยอกย้อนคำพูดของตัวเอง 
"ฉันอยากไปทุกที่ที่เธออยากไป ฉันคิดว่าฉันชอบเธอมากพอที่จะตามเธอไปทุกที่ ฉันมีความสุขเมื่อได้อยู่กับเธอถึงจะแค่ปีละครั้งก็เถอะ ฉันแค่อยากให้พวกเรามีเวลามากกว่าหนึ่งคืนที่จะได้เจอกัน"

พลุหลากสีถูกยิงขึ้นท้องฟ้าสีดำ ฉันถูกดึงตัวเข้าไปในอ้อมกอดของเขา เราจูบกันใต้ต้นไม้โดยมีแสงจันทร์พาดผ่าน บรรยากาศรอบข้างกลืนกินพวกเราไปพร้อมกับรสจูบและแอลกอฮอล์ น้ำตาเอ่อล้นออกมายังแก้มทั้งสองข้าง ฉันมีความรู้สึกว่าพรุ่งนี้เขาอาจจะออกเดินทางไปยังเมืองความฝันที่เคยเกริ่นเอาไว้ก่อนหน้านี้

"พรุ่งนี้เช้าเจอกันที่นี่นะ"
SHARE
Written in this book
โศกนาฏกรรมโลกไม่อาจรู้ #HTTTWNK
“หากโลกนี้เต็มไปด้วยความลับ ยังมีเรื่องใดอีกที่คนตายไม่อาจเอ่ยปากเล่าและถูกฝังกลบลงใต้ผืนพสุธา หากเรื่องเล่าเพียงเรื่องเดียวจากปากคนหนึ่งคนสามารถเปลี่ยนโลกทั้งใบได้ ฉันขอเป็นบุคคลนั้นเพื่อชาวเราจะได้ไม่เป็นสีเทาอีกต่อไป” ถ้อยคำหนักแน่นและมั่นคงของหญิงสาวเปล่งออกมาท่ามกลางความเงียบงันของปฐพี ต่อจากนี้พวกท่านจะได้ยินเรื่องราวสุดมหัศจรรย์จากปากของเธอ สามารถติดตามได้ใน “โศกนาฏกรรมโลกไม่รู้ Hopeless Tragedy That The World Never Know” ทาง Storylog, Fictionlog และ Dek-D เร็วๆนี้ค่ะ
Writer
GREYSWEATER
romanticism
IMAGINATION IS THE REASON WHY I LIVE.

Comments