ปลุกใจ
1
อีกครั้งที่นั่งร้องไห้อยู่คนเดียวในห้อง กับปัญหาเดิมๆที่แก้ไขไม่ได้
แต่คราวนี้ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมา โดยไม่เกรงใจเครื่องสำอางที่เพิ่งแต่งไปหมาดๆบ้างเลย

นั่งอยู่บนโซฟาตัวเดิม กอดตุ๊กตาฉลามที่ซื้อมาให้ตัวเอง กอดจนแน่น จนตุ๊กตาตัวใหม่ชื้นเปรอะไปด้วยคราบน้ำตา แต่ก็กอดแน่นอีก แม้อากาศในห้องจะร้อนอบอ้าวเพียงใด แต่ไม่มีความอบอุ่นใดๆแทรกเข้าไปรักษาหัวใจที่หนาวเย็นนั้นได้เลย
 
โศกเศร้า เคว้งคว้าง หลงทาง มืดหม่น

เดินอยู่คนเดียวมาตลอด บนเส้นทางที่ไม่เคยง่ายเลย

ถ้าเป็นนิยายป่านนี้คงมีคนโผล่มาช่วยตัวละครเอกแล้ว ในเมื่อทุกอย่างดำเนินเรื่องมาจนถึงขนาดนี้
 
ถ้าเป็นไปตามวิชาเลือกเสรีภาพยนตร์ที่เคยเรียนมา ตอนนี้น่าจะถึงจุดไคลแมกซ์แล้ว อีกเดี๋ยวควรจะคลี่คลาย
แต่ไม่เลย ทุกครั้งก็สู้ด้วยตัวเองมาตลอด และยังต้องพยายาม พยายามต่อไป ล้มเหลวแล้ว ล้มอีก 

“ในเมื่อไม่เป็นอย่างที่หวังไว้แล้ว แกจะทำยังไงต่อ” 

ถ้อยคำจากผู้หวังดีที่เคยถาม ลอยขึ้นมาในหัว 
แม้น้ำเสียงดูกล้าๆกลัวๆแต่ความเป็นห่วงนั้นคงมีมากกว่า 
เขาไม่ค่อยแสดงสีหน้าอะไรมากนัก ปกติจะดีแต่กวนและชอบแกล้งกัน แต่สีหน้าของเขาวันนั้นเธอยังจำได้ดี 
มันเหมือนเวลาจะอุ้มสัตว์เล็กๆที่บาดเจ็บ ทั้งที่กลัวว่ามันจะเจ็บแต่ก็ต้องอุ้มขึ้นมา 
เหมือนพยามเอื้อมมือมาหยิบแก้วที่มีรอยปริร้าว แต่ก็กลัวว่ามันจะแตกสลายคามือ

“ไม่รู้” เธอตอบ 
แล้วหัวเราะออกมา หวังให้อีกฝ่ายสบายใจ 

2
แม้จะมีความฝันคนละอย่างกัน แต่ความฝันของเธอเหมือนกับความฝันของ ‘อาย’ ตัวละครในซีรี่ย์เรื่องเดดไลน์อย่างหนึ่ง คือมันมีวันหมดอายุ

 (มีสปอย)

อายเป็นลูกคนกลางในบรรดาพี่น้องผู้หญิงสามคน
ทุกคนในเรื่องมี deadline ต่างกันออกไป เช่นน้องคนสุดท้องเป็นมะเร็ง ส่วนอายมีความฝันที่อยากเป็นนางเอกก่อนอายุสามสิบ
บางครั้งอายก็ต้องโกงอายุเพื่อไปคัดตัวนักแสดง 
หลังจากล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า ใครๆก็บอกมาตลอดว่าให้เธอเลิกเพ้อฝัน อายก็ตัดสินใจใช้ทางลัดเพื่อให้เป็นนางเอก แต่มันกลับกลายเป็นความผิดพลาดร้ายแรง

แต่สุดท้ายแล้วเธอก็ลุกขึ้นมาสู้และได้เป็นนางเอกตอนอายุ 29 ปีพอดี 
คืนนั้นอายขึ้นไปรับรางวัลนักแสดงนำที่ได้จากหนังเรื่องแรก และถูกรถชนตายระหว่างทางกลับบ้าน
 ครอบครัวยังไม่ทันได้แม้แต่ฉลองให้กับเธอ

‘ไม่มีใครรู้ ว่าวันพรุ่งนี้หรือความตาย จะมาถึงก่อนกัน’

น้องสาวของอายในเรื่องพูดเอาไว้

ความฝันของอายเป็นจริง แต่เธอก็ตายโดยที่ได้ดื่มด่ำกับความสุขนั้นเพียงไม่นาน ทั้งที่พยามมาทั้งชีวิต

ไม่มีอะไรแน่นอน
ต่อให้ชีวิตของเราจะเป็นอย่างไร สุขใจหรือล้มเหลว วันหนึ่งทุกคนก็ต้องตายเหมือนกัน 
เพราะชีวิตเป็นของชั่วคราว มันเป็นของเราแค่ชั่วระยะเวลาหนึ่ง
เหมือนแค่มาอยู่ homestay แบบที่ตัวละครในหนังเรื่อง homestay บอกไว้
เพราะฉะนั้นอยากทำอะไรก็ทำ

ฉันปาดน้ำตา เงยหน้ามองไวท์บอร์ดที่เต็มไปด้วยกระดาษโพสอิทลายมือตัวเอง

‘คนเราต้องตัดสินใจเพื่อชีวิตของตัวเอง คนอื่นไม่สามารถบอกได้ว่าถูกหรือผิด’

‘การลงมือทำ จะนำเราไปสู่จุดที่จินตนาการไม่ถึงเสมอ’ 
(สิ่งสำคัญของชีวิต-นิ้วกลม)

‘จักรภพจะพยามทำให้มนุษย์ไปถึงฝันอยู่แล้ว ขอแค่ไม่หยุดทำมัน’ 
(วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล)

‘หากชีวิตฉันจะเปลี่ยนไป ฉันก็ขอเป็นคนที่เปลี่ยนมันด้วยตัวเอง’

‘เพราะชีวิต ไม่ได้มีทางเลือกแค่ abcd’ 
(คณาธิป สุนทรรักษ์)

‘คนเรากลัวสิ่งนึงเพราะว่าไม่รู้ แล้วก็จินตนาการไปเอง จนน่ากลัวกว่าความเป็นจริง’ 
(The deadline)

เขียนไวท์บอร์ดเต็มไปหมดแล้ว เหลือแค่ลงมือทำเท่านั้น
ในเมื่อทางเลือกหนึ่งไปต่อไม่ได้แล้ว ก็ต้องหาทางอื่นใหม่
ถึงเวลาแล้วที่ต้องลุกขึ้นมาจับปากกา แล้วเขียนเส้นทางชีวิตตัวเองใหม่สักที


















SHARE

Comments