ไม่ใช่วันครบรอบ แต่อยากรำลึกถึง Kurt cobain และ Nirvana ครับผม
    เคิร์ท โคเบน คือสุดยอดนักดนตรี และนักร้องแห่งยุคที่แฟนทั่วโลกคลั่งไคล้ เสมือนศาสดา กรันจ์ ร๊อค แห่งวง เนวาน่า (Nirvana) ซึ่งหมายถึง “นิพพาน” ในพุทธศาสนา อันเป็นการดับสนิทแห่งกิเลสและกองทุกข์ ซึ่งองค์สัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพบหลักธรรมอันยิ่งใหญ่


จุดเริ่มต้นของ เนอร์วาน่า มาจากการที่ เคิร์ท มือเบสของวง Fecal Matter ได้ถูกแนะนำให้รู้จักกับ บัซซ์ ออสบอร์น หัวหน้าวง The Melvins ที่แนะนำให้ชายหนึ่ง คริส โนโวเซลิก หนุ่มที่สนใจดนตรีพังค์เช่นเดียวกัน

ทั้งสองรวมตัวกันในวง The Stiff Woodies และได้เปลี่ยนเป็น Skid Row ที่แฟนเพลงกลุ่มหนึ่งรู้จักกันพอสมควร จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1987 ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น เนอร์วาน่า ออกตระเวนเล่นดนตรีตามผับต่างๆ

ในฤดูใบไม้ผลิ ปี 1989 Bleach ผลงานอัลบั้มเต็มชุดแรกของเนอร์วาน่า ออกวางตลาดสร้างปรากฏการณ์ความฮิตถล่มทลายด้วยกลยุทธ์การขายแบบป่าล้อมเมือง จากแผนการโปรโมทจากบริษัทแผ่นเสียงอิสระ Sub Pop ในซีแอตเติ้ล ทำให้เนอร์วาน่า ออกทัวร์คอนเสริต์ตามมหาวิทยาลัยต่างๆ จนกลายเป็นกระแสของนักศึกษาที่นิยมชมชอบแนวเพลง กรันจ์ ร๊อค บทเพลงแนวใหม่ ที่จัดอยู่ในกลุ่มอัลเทอร์เนทีฟ

แล้วความสำเร็จสูงสุดที่ทำให้ทั่วโลกได้รู้จัก เนอร์วาน่า ก็มาถึง จากผลงานชุดที่สองที่ใช้ชื่อว่า Nevermind เปิดตัวด้วยบทเพลง Smells Like Teen Spirit ทะยานขึ้นไปอยู่ในหนึ่งในท๊อป 10 ทั้งในอเมริกาและ อังกฤษ จนทำให้ เคิร์ท และเพื่อนร่วมวงต่างไม่เชื่อว่าปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นได้ ทั้งๆ ที่พวกเขาไม่เคยคิดกันมาก่อน

เคิร์ท ชายหนุ่มวัยสามสิบต้นๆ ผู้มีจิตวิญญาณและหัวใจที่ขบถต่อโลก มีโลกส่วนตัวสูง ใช้อารมณ์กำหนดความเป็นไปของชีวิต ไม่ได้เตรียมรับมือกับชื่อเสียงที่ได้รับมารวดเร็วโดยไม่ทันตั้งตัว ทั้งๆ ที่เป็นคนต้องการปลีกชีวิตออกอยู่เงียบๆ ทำให้ทนทุกข์กับความกลัวจากชื่อเสียง เกิดปัญหาเกี่ยวกับการวางตัวในการใช้ชีวิตกับสังคมรอบข้าง

ภาวะกดดันจากชื่อเสียงที่โด่งดังเกินคาดหมายที่ต้องรักษามันเอาไว้ไปพร้อมๆ กับการสร้างชื่อเสียงให้ดีกว่าเดิมกระทบต่อความคิดสรรค์และการเขียนเพลง จึงไม่สามารถบันทึกเสียงอัลบั้มต่อจากอัลบั้ม Nevermind เพราะภาพจิตใจกลายเป็นคนเก็บกด หดหู่ หาทางออกด้วยการหนีความกลัวที่เกิดขึ้นด้วยการติดเหล้า ติดยา

เมื่อนักดนตรีและนักร้องออกผลงานใหม่ไม่ได้ ทางต้นสังกัดจึงหาทางออกด้วนการ ออกอัลบั้มรวมเพลงที่ชื่อ Incesticide แต่มันก็ทำกำไรให้อย่างงามเพราะติดอันดับ 39 ในอเมริกา และอันดับ 14 ในอังกฤษ

หลังจากออกอัลบั้มชุดนี้ เคิร์ท ใช้ระยะเวลาอยู่นานกว่าจะสร้าง In Utero ซึ่งเป็นอัลบั้มชุดที่ 3 ได้สำเร็จ ท่ามกลางความเหนื่อยหน่ายของต้นสังกัด เพราะความอื้อฉาวของเคริ์ท ที่หนักต้องการหนีจากความกลัวซึ่งหนักขึ้นกว่าเดิม
ทั้งการเสพย์เฮโรอีนเกินขนาด การขังตัวเองอยู่ในห้องน้ำ การขู่ฆ่าตัวตาย แต่ข่าวฉาวต่างๆ กลับทำให้ In Utero ทำรายได้ถล่มทลาย จนทำให้ เคิร์ท รู้สึกกดดันมากขึ้นไปอีก

ในขณะนั้นกระแส “อัลปลั๊ก” กำลังฮิต นักดนตรีใหญ่ๆ ต่างออกอัลบั้มอัลปลั๊กโดยใช้เครื่องดนตรีอคลูสติก กันทั่วหน้า ไม่ว่าจะเป็น อีริค แคปตั้น หรือ ดิ อีเกิ้ล

ทางต้นสังกัดจึงให้ เนอร์วาน่า จับกระแสนี้ด้วยเพื่อคืนบัลลังค์ นำไปสู่การออกอัลบั้มแสดงสด MTV Unplugged in New York ที่ได้ทำยอดขายถล่มทลายและช่วยเพิ่มยอดให้ In Utero ขายดีมากขึ้นกว่าเดิม จนต้องออกตระเวนทัวร์ทั้งในและต่างประเทศ แต่จิตใจของ เคิร์ท ที่ถูกสุมกระหน่ำด้วยความกลัว ก็ยิ่งตกต่ำลงไปอีก หาใช่มีความสุขอยู่กับดนตรีที่เขารัก

จนกระทั่งในคืน 29 มีนาคม 1994 หลังจาก จบการแสดงในมิวนิค ประเทศเยอรมัน เคริ์ท ซึ่งพักอยู่กับ คอร์ทนีย์ เลิฟ นักร้องสาววง Hole ซึ่งเป็นภรรยาของเขาในโรงแรมแห่งหนึ่ง ได้เกิดเรื่องที่ไม่คาดฝันขึ้น

คอร์ทนีย์ สะดุ้งตื่นมากลางดึกและพบว่า เคิร์ทพยายามฆ่าตัวตาย ด้วยการรับประทานยานอนหลับ โรฟีนอล ร่วมกับแชมเปญ พร้อมๆ กับเขียนจดหมายลาตายเอาไว้ ด้วยความตระหนกและหวาดกลัว คอร์ทนีย์ จึงรีบเรียกให้ทีมงานคอนเสริต์ ช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลได้ทันท่วงที

หลังจากรักษาตัวโรงพยาบาลได้ 1 สัปดาห์ เคิร์ท ก็กลับซีแอ็ทเทิ่ล สุขภาพจิตของเขาเริ่มแย่ลงเรื่อย ๆ

จนวันที่ในวันที่ 18 มีนาคม เคริ์ท ขังตัวเองไว้ในห้องและขู่จะฆ่าตัวตาย ทำให้คอร์ทนีย์ โทรหาตำรวจเพื่อเกลี่ยกล่อมให้สามีของเธอจนขัดขวางการฆ่าตัวตายของเขาได้อีกครั้ง

พร้อมกับนำเขาส่งเข้ารับการบำบัดที่ศูนย์บำบัดเอ็กโซดัส ในลอสแอนเจลิส เมื่อวันที่ 30 มีนาคม แต่แล้ว เคิร์ท กลับหนีออกมาได้ในวันที่ 1 เมษายน เพื่อมุ่งหน้าเดินทางกลับไปซีแอ็ทเทิ่ล

ในที่สุด เคริ์ท ทำลายชีวิตตัวเองด้วยการฆ่าตัวตาย ด้วยการใช้ปืนไรเฟิลยิงกรอกปากในวันที่ 5 เมษายน ซึ่งกว่าจะมีผู้ไปพบศพก็สามวันเข้าไปแล้วขณะที่ข้างๆ ร่างกายก็พบภาชนะที่ใส่เฮโรอีนตกอยู่ ท่ามกลางเศษมันสมองแห้งกระจายทั่วพื้น กลิ่นคาวเลือดและมันสมองคลุ้งไปทั่ว

ความตายของศาสดาแห่งกรันจ์ ร๊อค ได้สร้างความตกใจให้กับกลุ่มสาวกโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ไปทั่วโลกทิ้งตำนานทั้งดีและเลวเอาไว้ให้เจือปนอยู่ในบทเพลง

หากมีคนรุ่นใหม่ผลัดเปลี่ยนส่งต่อความชอบของบทเพลงของ เนอร์วาน่ากันรุ่นสู่รุ่น โดยเฉพาะ Smells Like Teen Spirit เพลงร็อก 4 คอร์ด ที่ปัจจุบันคนหนุ่มรุ่นใหม่ที่หัดเล่นกีตาร์ จะต้องฝึกฝนเป็นเพลงแรกๆ

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คืออุทาหรณ์ของ เคิร์ท สะท้อนให้เห็นว่า การยอมแพ้ด้วยการหนีจากโลกแห่งความจริง ที่สุดแล้ว สามารถเป็นหนทางนำไปสู่การทำลายตัวเองในที่สุด

...........................
SHARE
Writer
Kissda
writer
writer

Comments

suntigerblue
1 year ago
ไม่ใช่สามสิบต้นๆนะครับบบ เขาเสียตอน28
Reply