"Friend zone"
      เคยได้ยินใครบางคนกล่าวไว้ว่า

เป็นแฟนกันมันบอกเลิกกันได้
แต่เป็นเพื่อนกัน มันไม่มีวันเลิกกันนะ


      ใช่ไง มันไม่มีวันเลิกกัน

      ...และไม่มีวันเป็นมากกว่าเพื่อนกันด้วย

      นี่ก็เป็นเวลานานมากแล้ว ที่ฉันอยู่ข้าง ๆ คุณ ที่เป็นเพื่อนสนิทของฉันเอง ใครจะว่าเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อก็ช่างเถอะ

      เพราะฉันน่ะ ไม่ได้มองคุณเป็นเพื่อนตั้งแต่แรก

      แปลกดีเหมือนกัน เวลาไปร้านอาหาร แม้จะเล่าลือว่าอร่อยแค่ไหน แต่แค่เห็นคนรอต่อคิวเยอะ ฉันก็ท้อแล้ว เพราะเป็นคนที่ไม่ชอบรออะไรนาน ๆ ไม่เคยคิดเลย ว่าชีวิตนี้ จะได้รออะไรนาน ๆ ที่ไม่รู้ผลลัพธ์แบบนี้

      ...รอคุณหันมา...

      แต่ก็นั่นแหละนะ เรารู้อยู่แล้วว่าตอนจบมันจะเป็นยังไงตั้งแต่ต้น ไม่มีหรอก กับคำว่าเพื่อน ที่จะก้ามข้ามขั้นไปมากกว่านั้น เพราะถ้าเป็น 'เพื่อนกัน' ตั้งแต่ต้น ยังไงซะ ความรู้สึกมันก็ไม่เปลี่ยนหรอก

      มีแต่คนที่รู้สึกดี ๆ ให้กันอยู่ก่อนแล้วต่างหาก ถึงจะมีสิทธิ์ข้ามคำว่า 'เพื่อน'

      มันเป็นเวลานานนะ นานมาก นับตั้งแต่พวกเราได้รู้จักกัน และก็คงนานกว่านั้นถ้านับตั้งแต่วันที่ฉันรู้จักคุณ

      ใช่ ไม่ผิดหรอก

      ฉันรู้จักคุณก่อนที่คุณจะรู้จักฉันซะอีก

      พอเราได้เป็นเพื่อนกัน ฉันคิดว่าอะไร ๆ มันคงดีขึ้น บางที...ฉันอาจจะได้เลื่อนขั้น?

      ก็ใช่แหละ เลื่อนขั้น

      ...แต่เลื่อนเป็น 'เพื่อนสนิท' นะ

      คุณน่ะ ทั้งซื่อบื้อและอ่อนโยนมาก ๆ เลย มีหลายครั้งที่มันทำให้ฉันรู้สึกหัวร้อนนิดหน่อย

      --อีตาบ้าเอ๊ย ทำไมซื่อบื้อแบบนี้นะ!!--

      แล้วพอฉันเริ่มหงุดหงิดและขมวดคิ้ว คุณก็จะพยายามยิ้มเอาอกเอาใจ มาดึงแก้ม ลูบผม เล่ามุกตลกฝืด ๆ หรืออะไรก็ตาม เพื่อให้ฉันยิ้มออกมา แล้วมันก็ทำให้ฉันยิ้มออกมาจริง ๆ ไม่ใช่เพราะมุกตลกเหล่านั้นหรอก แต่มันเป็นเพราะคุณต่างหาก 

      ครั้งนึงพวกเรานั่งคุยกันถึงผู้หญิงคนหนึ่งที่เล่าให้ฟังว่ากับการประสบความสำเร็จในทุกวันนี้ เขาผ่านอะไรมาบ้าง แม้กระทั่งต้องเลิกกับคนรัก เขาก็ต้องทำมัน

      นาทีนั้นฉันขมวดคิ้วทันที ทำไมเราต้องทิ้งคนที่เรารักเพื่อจุดหมายบางอย่างด้วย? สำหรับฉันแล้ว การได้อยู่กับคนที่ฉันรักมันคือที่สุดแห่งความปรารถนาเลยนะ

แค่ขอให้เราอยู่ด้วยกันนาน ๆ

      เพราะในช่วงวันหยุดฉันไม่มีต่างจังหวัดให้กลับ เนื่องจากญาติผู้ใหญ่จากฉันไปหมดแล้ว แม้กระทั่งแมวที่เลี้ยงมาสิบกว่าปีก็จากฉันไป ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องที่ฉันเฝ้าวอนภาวนา ว่าให้ทุกคนที่ฉันรักอยู่ด้วยกันกับฉันไปนาน ๆ ร่วมแบ่งปันทุกเรื่องราวไปด้วยกัน ไม่ว่าจะในวันที่ดี หรือวันที่ร้าย

      ทว่าคุณกลับไม่คิดแบบนั้น คุณบอกว่าผู้ชายคนนั้นอาจจะเจ็บปวด แต่เชื่อเถอะ ว่าเขาจะไม่เสียใจกับการเลิกกัน เพื่อให้เธอได้ดี เพราะว่าหากเรารักใครแล้ว เราย่อมปรารถนาสิ่งที่ดีที่สุดให้เขา แม้ว่าจะเป็นกันตัวเองออกไปจากชีวิตเขา เพื่อให้เขาได้มีชีวิตที่ดีกว่าก็ตาม

      แล้วฉันก็กลับมาคิด ว่าถ้าหากเป็นตัวฉัน ฉันจะสามารถปล่อยมือจากคนที่รักเพื่อให้เขามีชีวิตที่ดีกว่าได้หรือเปล่า แต่เมื่อมองคุณ คำตอบมันก็ชัดเจนอยู่แล้ว...

      ฉันมองตามแผ่นหลังคุณที่ลุกไปรับโทรศัพท์เพื่อคุยกับคนรักของคุณ

      ทั้งสีหน้า แววตาและน้ำเสียง ที่แสดงถึงความรักที่เต็มล้น บอกให้รู้ว่าคุณมีความสุขมากเพียงใด

      ถ้าเป็นไปได้ ฉันอยากเป็นรอยยิ้มของคุณ

      ถ้าเป็นไปได้ ฉันอยากได้ยินคำรักจากคุณ

      ถ้าเป็นไปได้ ฉันปรารถนาให้คุณมองแค่ฉัน

      ถ้าเป็นไปได้ ฉันอยากเป็นความสุขของคุณ

      ... 'ถ้าเป็นไปได้' ...

      ...แต่มันเป็นไปไม่ได้...

      ใช่สิ ฉันเองก็รู้ดี เพราะประสบการณ์ในอดีต ทำให้ฉันไม่อยากเป็นคนที่ฉันเคยเกลียด เป็นผู้หญิงที่มาแย่งแฟนคนอื่น หรืออะไรก็ตาม

      คุณรักเธอมาก ฉันไม่อยากให้คุณเสียใจ

      และฉันก็เป็นแค่ 'เพื่อน' ของคุณ

      ในตอนที่คิดอะไรมากมาย คุณก็เดินกลับเข้ามา มองใบหน้าเหม่อลอยของฉันแล้วถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง ฉันได้แต่ยิ้มแล้วบอกปัดไป

      หลายครั้งที่คิดว่ามันคงเป็นไปได้ แต่มันก็เป็นไปไม่ได้อยู่ดี จนฉันเริ่มที่จะชินและชาไปเอง

      ต่อมาไม่นาน คุณก็เลิกกับเธอ ฉันเกลียดตัวเองที่เศร้าไปกับคุณ แต่เสี้ยวนึงในใจ ที่แอบหวังว่ามันจะเป็นฉันได้บ้าง

      แล้วมันก็จบไปพร้อมผู้หญิงคนใหม่ของคุณ

      ไม่เคยเป็นฉัน

      ที่ตรงนั้น มันไม่เคยเป็นฉัน

      ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงคนไหน แต่ก็ไม่เป็นฉัน

      ทำได้แค่ยิ้มยินดีตอนที่คุณเจอผู้หญิงที่คุณถูกใจ และคอยปลอบใจในตอนที่อกหัก น่าแปลกนะ คุณมีคนคบหามากมาย ในขณะที่ฉันก็ยังอยู่คนเดียวเสมอมา ไม่ว่าจะมีคนเข้าหาสักเท่าไร

      แต่ก็ยังรู้สึกว่าไม่ใช่อยู่ดี...

      แล้วถึงอย่างนั้น ต่อให้พวกเราไปกันได้มากกว่านี้ ฉันก็รู้แหละ ว่ามันคงจบไม่ดี เพราะพวกเราน่ะ เหมาะที่จะเป็นเพื่อนกัน แค่เท่านั้นเอง

      แม้กระทั่งครั้งนึงที่ฉันและคุณไปดูหนังรักเรื่องหนึ่ง เกี่ยวกับการที่เพื่อนสนิทกลายเป็นคู่ชีวิตในตอนจบ ในใจลึก ๆ ก็มีแรงผลักดันบางอย่าง

      พวกเราเดินออกมานอกโรงหนัง ก่อนที่คุณจะดึงมือฉันไปจับเพื่อเดินไปหาอะไรกิน ฉันหยุดเดินแล้วดึงมือคุณไว้ ก่อนจะเอ่ยบางอย่างออกไป

      "...นี่"

      "...?"

      "ถ้าเกิดว่า...ถ้านะ ถ้าเกิดว่า..."

      "ว่าอะไรเหรอ?"

      "ถ้าเกิดว่าเราชอบนายล่ะ?"

      "..."

      "..."

      เกิดความเงียบระหว่างประมาณ 2 วินาที ก่อนที่คุณจะจับไหล่เราแล้วเอ่ยปากขำ...

      ...ใช่ค่ะ มันขำ!!!

      "55555555555555555555555555"

      ขำเหมือนโดนแก๊สหัวเราะเลย อีผี!!

      แต่ก็นั่นแหละ ฉันก็หัวเราะไปกับคุณด้วย เพราะมันเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นถึงจะมีรู้สึกบ้าง แต่ฉันก็ชินแล้วแหละ ชินจนมานั่งขำกับมันได้

      "ขำทำซากไรฮะ? คนกำลังอยากเป็นนางเอกหนังบ้าง ไม่ต้องมาขำเลย นี่แน่ะ!!!"

       ก่อนจะฟาดไหล่คุณที่ยังหยุดขำจนตัวสั่นไม่ได้ เออสิ ขำมาก ขำให้สำลักอากาศไปเลยนะ!!! :(

       เศร้ามั้ย ก็นิดนึงแหละ

       แต่ก็นะ เพื่อนก็เพื่อนวะ แค่นี้ก็ดีเท่าไรแล้ว


แค่เพื่อนแล้วกัน เพราะฉันไม่มีเธอไม่ได้
ขอบคุณเพลง เพื่อนไม่จริง - Polycat ที่บังเอิญได้ยินตอนซื้อของใน 7-11 เลยทำให้นึกถึงคุณแล้วเขียนมันออกมาเป็นตัวอักษรได้ :)

SHARE
Writer
Leslie_R
Lost Stars
Even though we're no longer together, I still love only you...

Comments