การสังหารหมู่ฮามีเดียน จุดเริ่มต้นการล้างชาติอาร์เมเนียน
การสังหารหมู่ฮามีเดียน(Hamidian massacres) หรือ Great Massacres เกิดขึ้นในปี1894–1896 ในพื้นที่การปกครองของจักรวรรดิออตโตมัน เมื่อเจ้าหน้าที่ทางการออตโตมัน และ พลเรือนชาวเติร์ก ชาวอาหรับ และชาวมุสลิมเชื้อชาติอื่นๆ ได้พากันโจมตี ทำร้ายร่างกาย ชาวคริสต์ โดยเน้นไปที่ชาวอาร์เมเนียน ชาวกรีก ชาวอัสซีเรียน และ ชาวอัลบาเนียนที่มิใช่มุสลิม เหตุการณ์สังหารหมู่มีสาเหตุการเกิดมาจาก การก่อกำเริบในเมืองซาซูนในปี1894 โดยกองกำลังชาวอาร์เมเนียน ซึ่งก่อกำเริบเพื่อพยายามแยกตัวและก่อตั้ง ประเทศอาร์เมเนีย แต่การก่อกำเริบล้มเหลวในเวลาไม่ถึงปี ออตโตมันกวาดล้างกลุ่มกบฎสำเร็จ และเกิดการกวาดล้างพลเรือน ปล้นสะดม การสังหารที่ผิดกฎหมาย ประมาณ200,000–400,000คนเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว ในช่วงการสังหารหมู่เป็นช่วงหลังของมหาวิกฤตตะวันออก(Great Eastern Crisis) ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างสันนิบาตบอลข่าน ราชวงศ์ฮับสบูร์ก ราชวงศ์โรมาโนโว กับ ราชวงศ์ออสมานอฟและจักรวรรดิออตโตมันที่ปกครองโดยราชวงศ์ออสมัน ตระกูลสายกลางผู้เป็นญาติกับตระกูลออสมานอฟ ที่เคยปกครองบอสเนียก่อนถูกราชวงศ์ฮับสบูร์กชิงราชบัลลังค์จากวิกฤตบอสเนีย ตั้งแต่ปี1831-1878 การสังหารหมู่ครั้งนั้น จึงไม่ใช่ครั้งแรกของออตโตมัน แต่เป็นครั้งแรกที่มีการตีพิมพ์ลงในสือสิ่งพิมพ์ เพื่อเผยแพร่อาชญกรรมสงครามต่างๆนานาๆ ทั้งจาก รัสเซีย ออตโตมัน หรือ เยอรมัน เป็นต้น แม้สื่อยุคนั้นจะเข้าข้างตะวันตก แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า การสังหารหมู่ครั้งนั้น และก่อนหน้านั้นในบอลข่าน อนาโตเลีย และ คอเคซัสเหนือ มันมีอยู่จริง และมันเป็นพื้นฐานของมหาการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในปี1914-1921 โดยจักรวรรดิออตโตมันและประชากรชาวเติร์ก ต่อชาวอาร์เมเนียน กรีซ อัสซีเรียนและชนชาติอื่นๆ ที่เป็นคริสต์ 
 
น่าเศร้าใจมาก ที่มุสลิมชาวเติร์ก ยังปฏิเสธอาชญกรรมสงครามครั้งนั้น Institute For Research Of Genocide Canada (IGC)ที่ประจำอยู่ในซาราเยโว ประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา จึงมีหน้าที่ในการชำระคดีอาชญกรรมสงครามของจักรวรรดิออตโตมัน ชาวเติร์ก รัฐบาลอาเซอร์ไบจาน เปอร์เซีย เยอรมัน และ กลุ่มบอลเชวิชของรัสเซีย ในยุคต้นศตวรรษที่20 และ ศตวรรษที่19 จากการศึกษาและวิจัยค้นพบว่า ราว 50,000คนกลายเป็นเด็กกำพร้า จากการสังหารหมู่ดังกล่าว ปัจจัยจากการสังหารหมู่มาจาก การก่อกำเริบที่ซาซูน แต่การก่อเริบมีปัจจัยมาจากการที่สุลต่านอับดุลฮามีดที่2 ทรงยุบอำนาจปกครองท้องถิ่นของเชื้อชาติต่างๆ และรวมอำนาจเข้าเป็นการปกครองตามนโยบายแพน-อิสลามมิกส์ ซึ่งก็เป็นเหตุให้ยังเติร์กยึดอำนาจในปี1908/1909 แต่สุดท้าย ยังเติร์กเองก็กลายเป็นกลุ่มที่สืบการกระทำอันละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อไป
ข้อมูล : Human Rights Watch of Bosnia and Herzegovina.
SHARE

Comments