แด่คนเคยรัก...
เพลงคลอเบาๆ เปิดวนซ้ำหลายรอบนับไม่ถ้วน
แด่คนที่ฉันเคยรัก แด่คนที่เคยซื่อตรง

ที่พาชีวิต ฉันพลัด ฉันหลง ไม่มีชิ้นดี

เธอทำให้ฉันหัวเราะ เธอทำให้ฉันร้องไห้

เธอทำชีวิตฉันมีความหมาย ฉันตายทั้งเป็น

ฉันมันไม่ดีตรงไหน โง่เกินไปหรือเปล่า

แผลที่เธอทำมันลึก มันร้าว มันเข้าไปฝังใจ

ฉันมันไม่ดีตรงไหน จะบ้าจะตายเพราะเธอ

หัวใจยังจำ ยังคิดเสมอ ถึงเธอคนทำ

ฉันมันไม่ดีตรงไหน โง่เกินไปหรือเปล่า

แผลที่เธอทำมันลึก มันร้าว มันเข้าไปฝังใจ

ฉันมันไม่ดีตรงไหน จะบ้าจะตายเพราะเธอ

หัวใจยังจำ ยังคิดเสมอ ถึงเธอคนทำ

เธอทำให้ฉันหัวเราะ เธอทำให้ฉันร้องไห้

แต่คงเป็นคนสุดท้ายที่ฉันจะยอมให้ทำ

ให้เธอเป็นสุดท้ายที่ฉันนั้นยอมให้ทำ
...ทุกคนคงไม่รู้อย่างแน่นอนครับว่าทำไมผมต้องมาเขียนไดอารี่ ต้นสายปลายเหตุมาจากผมยังรู้สึกรักและคิดถึงแฟนของผมอยู่ แม้ว่าเราจะห่างกันไปหรือเลิกกันไปแล้ว แต่การเลิกกันนั้นเราไม่ได้บอกเลิกกัน แต่ความผิดนั้นมันเกิดจากใจผมเอง ที่ตอนนั้นมันแย่จนคิดและแยกแยะอะไรไม่ออกแล้ว ว่าจะต้องทำตัวแบบไหน...หลังเธอบอกว่าเธอ "ไม่อยากแต่งงานกับผม" อีกแล้ว ผมเริ่มเสียศูนย์ เสียการควบคุมอารมณ์และความรู้สึกไปส่วนหนึ่งเลยก็ว่าได้ ก็ไม่รู้ตัวเองว่าในบางครั้งนั้นทำอะไรที่แย่แค่ไหนลงไปบ้าง จนทำให้ทุกอย่างนั้นเริ่มแย่ลงไปอีก

...ที่ผมเริ่มห่างจากเธอเพราะใจผมนั้นทนรับสภาพแบบคนอกหักไม่ได้ มันเจ็บจี๊ดๆ ผมจะไปง้อเธอ แม้เธอก็ทำดีกับผม แต่ผมกลับรู้สึกเหมือนเธอค่อยๆ ออกห่างไปทีละนิด ความรู้สึกผมบอกแบบนั้น การเข้าใกล้เธอค่อยๆ เป็นเรื่องยากเข้าไปเรื่อยๆ และผมเริ่มก็งี่เง่าเต่าตุ่นหาเรื่องทะเลาะ ทั้งๆ ที่ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน การหาเรื่องทะเลาะมันไม่ใช่นิสัยผมเลยแม้แต่น้อย จนวันที่ 4 เดือนกุมภาพันธ์ เดือนเกิดผมเอง 
คงทิ้งพี่แล้วจริงๆ ใช่ไหมล่ะจ่ะ(เสียงต่ำ)พี่เสียใจจ่ะ(เสียงต่ำ)ขอให้โชคดีกับชีวิตใหม่นะจ่ะ(เสียงต่ำ)พี่คงรบกวนเราไม่ได้อีกแล้ว(เสียงต่ำ)พี่รักน้อง...นะ(เสียงต่ำ)...นั่นคือข้อความ 4 ถึง 5 บรรทัดสุดท้ายของผมกับเธอ ผมแข็งใจเดินออกมาจากเธอ เพราะคิดว่าเธอไม่ได้รักผมเช่นเดิมอีกต่อไปแล้ว ตั้งแต่นั้นมาผมก็เริ่มต้นชีวิตของผมใหม่ อยู่กับตัวเองคนเดียวไม่ไปสุงสิงกับใคร เก็บตัวเงียบคนเดียวมาโดยตลอด ทั้งที่โดยปกติแล้วผมเป็นคนสังคม มีเพื่อนฟูงหลายกลุ่ม จะแวะเวียนไปหาใครก็ได้ แต่ผมกลับอยากอยู่คนเดียว มีงานมาให้ทำก็ทำงานไป

...ถ้าคิดว่าผมอกหักแล้วเศร้ามันก็คงแย่แล้วใช่ไหมล่ะครับ แต่มันมีเรื่องที่แย่กว่านั้นอีก นั่นคือเรื่องของงานครับ ผมเริ่มทำรับเหมาก่อสร้าง เริ่มทำเล็กๆ แต่มันก็เริ่มขาดทุน เมื่อขาดทุน การเงินก็แย่ลงตามไปด้วย มันเป็นขั้นบันไดลงมาเลยทีเดียว เพราะใจมันไม่มีกำลังจะคิดเดินหน้าเลย ใจผมยังไม่แข็งแรง มัวแต่อ่อนแอ

แต่นั่นมันไม่ใช่เรื่องที่แย่ที่สุดเท่ากับอาการป่วยของพ่อและแม่ของผม ที่โรคร้ายกำลังคลืบคลานเข้ามาอย่างช้าๆ โรคร้ายมาโดยไม่ได้บอกล่วงหน้า ที่หนักสุดคงเป็นกับพ่อของผม

เฮ้ย !!! อะไรเล่นตลกกับของชีวิตผม
...หลังจากที่ผมห่างกับเธอได้ประมาณ 8 เดือน จนเริ่มเขียนไดอารี่ ความทรงจำกับเธอ ตอนที่ 1 อยู่นั้นเอง ผมก็ไม่เคยกลับไปส่องดูชีวิตเธอเลย เพราะพยายามทำใจให้ดี เริ่มชีวิตใหม่ของตัวเอง แต่มันไม่มีประโยชน์เลยครับ เพราะผมเริ่มคิดถึงเธอขึ้นมาทีละเล็กทีละน้อย จนเยอะขึ้นๆ นั่นทำให้ผมได้รู้ตัวเองว่า ทำไมวันนั้นเราไม่ง้อเธอให้ดีกว่านี้ มัวเจ็บจี๊ดๆ แบบนั้นอยู่ทำไม เราคิดน้อยเกินไปหรือเปล่า

และแล้วผมก้เริ่มเขียนไดอารี่ตอนที่ 2 เขียนไปครึ่งเรื่อง ด้วยความคิดถึงสุดๆ ก็เลยขอแอบส่องชีวิตเธอสักหน่อย นี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่เธอลบเพื่อนผมไป 8 เดือน

ผมเข้าดูหน้าเฟสบุคเธอ 
ผมเลื่อนลงมาดู เธอก็ยิ้มแย้มเหมือนเดิม ที่ทำงานใหม่ก็ดี เธอก็มีความสุข

แต่สุขของเธอทั้งนั้น...นั้น...มันสร้างโคตรทุกข์ต่อผมเข้าแล้วสิ....
วิวาห์...ใช่ครับ
เธอแต่งงานกับใครสักคนหนึ่ง

ผมเห็นภาพนั้น และในขณะที่ผมจ้องมองดูภาพเหล่านั้น ดูวนไปอยู่หลายรอบต่อหลายรอบ

มือผม...สั่น !!!
สั่นเป็นเจ้าเข้า
เกิดอาการร้อนวู้บวาบ ใจสั้นแรง
เกิดอาการร้องไห้ แต่ไม่มีน้ำตาออกมา
ความตั้งใจตอนปีใหม่ที่จะถึงนี้ล่ะ...ผมยังพูดกับตัวเองในใจอยู่เลย ว่าจะไปเซอร์ไพร์ทเธอที่บ้านเธอหรือที่ทำงานเธอ ช่วงปีใหม่ที่จะถึงนี้ กลับไปทำสิ่งที่ใจผมอยากจะทำมากที่สุด แม้จะรู้ว่าอะไรๆ มันคงยากที่จะเหมือนเดิมแล้วก็ตาม คิดนะว่าพรุ่งนี้จะลองโทรหา ถ้าไปหา จะซื้อเค้กร้านที่เธอชอบไปฝาก คิดว่าจะซื้อนาฬิกาเรือนใหม่เป็นของขวัญปีใหม่ และวันเกิดเธอในเดือนที่แล้วจะให้เธอรองเท้าวิ่งดีๆ สักคู่

แต่ไอ้สิ่งที่ว่ายากนั้น มันกลับยาก ยากยิ่งกว่า และก็ยากยิ่งกว่า ยากจนไม่มีทางเป็นไปได้เลย
นั่นคือ เธอแต่งงานแล้ว
 ...นี่เราไม่เคยรับรู้มาก่อนเลยว่าเขาแต่งานกันมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 เดือน
ช็อค !!! ซิครับผม 
ไดอารี่ตอนที่ 2 ครึ่งตอน
...ในขณะที่หลงดีใจกับสิ่งที่ตัวเองคิดเตรียมตัวทำอะไรต่อมิอะไรเช่น เขียนไอดารี่เอย ปีใหม่ข้างหน้านี้เอย และอีกหลายๆ อย่าง แต่กลับมาเจอเรื่องนี้
...ผมทำอะไรต่อไปไม่ถูกเลยครับ ไม่รูว่าจะเขียนต่อยังไงดี จากที่มีความรู้สึกสุขกับการได้เขียน แต่ ณ เวลานี้มันกลับทุกข์แบบบอกไม่ถูก 

ผมจึงต้องขอโทษผู้อ่านด้วยนะครับ ที่อาจจะผิดหวังกับเนื้อเรื่อง ทั้งที่มันควรจะดีกว่านี้ ผมเร่งรัดเนื้อเรื่องให้สั้นลง ซึ่งทั้งๆ ที่ตอนที่ 2 นี้ มันมีเรื่องมากมายที่น่าสนใจ มีเรื่องราวความเป็นมาที่น่ารัก กว่าเราจะมาเป็นแฟนกัน การลงทุนของเธอต่อความรัก และความยินดีของผมที่เต็มใจรับ...

ผมไม่รู้ ว่าผมจะยังเขียน ความทรงจำกับเธอ นี้ต่อได้อีกหรือเปล่า
เพราะไดอารี่นี้ คือเรื่องราวของผมกับเธอ
SHARE
Written in this book
Chatim_Memories
Writer
Chatim
Memories Diary
ฉันชอบอ่านเรื่องต่างๆ ที่สนใจ ชอบเขียนเรื่องราวต่างๆ ที่ได้ผ่านเข้ามา และจะบันทึกทุกความรู้สึกนั้นไว้เป็นอย่่างดี

Comments

Bellera
6 months ago
ขอให้ความเจ็บปวดผ่านพ้นไปเร็วๆนะคะ ใจจริงก็อยากอ่านตอนต่อๆไป ถึงจะรู้ว่าความรู้สึกตอนอ่านจะไม่เหมือนเดิมแล้ว เป็นกำลังใจให้คุณนะคะ✌
Reply
Chatim
6 months ago
ขอบคุณมากๆ สำหรับกำลังใจนะครับ
tsukvisit
6 months ago
สู้นะครับ ผมก็เคยเผชิญอยู่ในสถานะการณ์แบบคุณ แต่เชื่อวันหนึ่งมันจะดีขึ้นจริงๆ อยู่แบบมีความหวัง ผมเชื่อว่าคนบนฟ้าไม่ทำร้ายเราตลอดมันต้องมีเรื่องดีๆรอคุณให้อนาคตแน่ๆ ช่วงนี้มันจะหนักหน่อย แต่มันจะผ่านไปนะคุณ 😊
Reply
Chatim
6 months ago
ขอบคุณมากๆ นะครับ :-)
SUNSHINESAI
6 months ago
เป็นกำลังใจให้นะคะ จริงๆคนเราเกิดมาเพื่อพบและจากด้วยกันทั้งนั้นค่ะ เข้าใจความรู้สึกนะคะ แต่ทุกอย่างมันเป็นไปแล้ว ยากที่จะทำใจยอมรับจริงๆค่ะ แต่เดี๋ยวซักวันเราจะเข้าใจมันเองนะคะ เอาใจช่วยค่ะ 
Reply
Chatim
6 months ago
ขอบคุณมากๆ ครับสำหรับกำลังใจ :-)
U-min
6 months ago
ยินดีกับความสุขของเขา ส่วนเราก็เดินหน้าต่อ
ก็เราทำอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้แล้วนี่เนอะ 😂
Reply
Chatim
6 months ago
ครับ คงต้องเป็นแบบนั้น ก็แอบอวยพรเธออยู่ตรงนี้ล่ะครับ
2morrow
6 months ago
ไม่รู้หรอกนะคะว่าระดับความเศร้าของคุณอยู่ที่เท่าไหร่ แต่จริงๆก็พอจะเข้าใจอยู่บ้างว่าความเศร้ามันเป็นยังไง ยังไงก็ขอให้คุณผ่านเรื่องราววันนี้ ไปวันข้างหน้าได้ไวๆนะคะ พอถึงวันนึงที่คุณพบกับใครบางคน หรืออาจจะเป็นของบางอย่าง แล้วได้หันหลังมามอง คุณอาจจะเผลอขอบคุณประสบการณ์นี้ดังๆก็ได้เนอะ ยิ้มกว้างๆไวๆนะคะ :) 

Reply
Chatim
6 months ago
ขอบคุณนะครับที่ให้กำลังใจ และผมจะยิ้มครับ :-)