เช้านี้มีฝนตกลงมาเป็นกาแฟจำนวนมาก
เช้านี้มีฝนตกลงมาเป็นกาแฟจำนวนมาก  

ฉันผลักประตูร้านกาแฟให้เปิดออก
ข้างในนั้นมีเขานั่งอยู่ที่โต๊ะตัวเดิมเช่นทุกครั้ง 
หันมามองหน้าทางฉันด้วยรอยยิ้มแบบเดิมๆเช่นทุกครั้ง
ฉันเหลือบมองนาฬิกาบนผนัง
เป็นเวลา 13.15 นาฬิกา...เหมือนทุกครั้งเช่นเดียวกัน
ฉันเม้มปาก ก่อนนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม 


"เป็นอะไร ทำไมดูหงุดหงิด?" เขาถามอย่างใจเย็น

"ชีวิตนี้ถามเป็นอยู่คำถามเดียวใช่มั้ย?"

เขาไม่ตอบคำถาม เพียงแต่ก้มหน้าลงคนกาแฟในแก้วด้วยท่าทีไม่เดือดเนื้อร้อนใจ

"ไม่คิดจะถามอะไรหน่อยเหรอ?" ฉันเป็นฝ่ายโพล่งออกไปก่อนอย่างอดไม่ได้

"ไม่เอาอ่ะ ขี้เกียจโดนเหวี่ยงใส่"

ครั้งก่อนเราก็มีบทสนทนาแบบนี้เหมือนกัน... ฉันคิด ...ไม่ว่าจะพยายามอย่างไร ทำไมสุดท้ายทุกอย่างถึงวนกลับมาที่จุดเดิมเสมอ ประหลาดดี
 
"นี่..." ในที่สุดฉันก็คิดบทสนทนาใหม่ออก "เมื่อคืนเราไปงานศพแกมา"

"หืม..." เจ้าของงานศพเงยหน้าจากแก้วกาแฟ ดวงตาดูอ่อนโยนเมื่อเอ่ยถาม "เป็นยังไงบ้าง เล่าให้ฟังหน่อยได้มั้ย?"




ก็ไม่มีอะไรมากหรอก...
งานศพของเขาจัดอย่างเรียบง่าย แขกก็ตามที่ควรจะเป็น มีพ่อแม่เขา น้องสาว เพื่อนที่ทำงาน แล้วก็เพื่อนสมัยเรียนอีกกลุ่มนึง ทุกคนดูสงบมาก ไม่มีใครร้องไห้ ไม่มีใครพูดคุยกันเลยด้วยซ้ำ เป็นงานศพในอุดมคติของฉันเลย 

แล้วสักพักคนประหลาดกลุ่มหนึ่งก็เข้ามาในงานตอนที่ฉันกำลังไหว้ศพพอดี พวกเขาจับโลงศพโยนลงกับพื้นแล้วเหยียบมันจนแตก เหยียบไป กระทืบไป หัวเราะไป พฤติกรรมที่ควรถูกจับโยนออกไปนอกศาลาแต่แรก แต่แปลกมาก ไม่มีใครคิดเข้ามาห้ามปราม ทุกคนเพียงแค่มองดูเหตุการณ์นั้นอย่างนิ่งสงบ 
เหมือนกับมีแค่ฉันคนเดียวในนั้นที่หวาดกลัวไปเอง

พวกเขากระทืบโลงแล้วหัวเราะ หักไม้ออก แล้วหัวเราะ จนกระทั่งเห็นชัดเจนว่าในโลงนั้น ไม่มีร่างของผู้ใดนอนอยู่ในนั้น

ตอนนั้นฉันไม่เข้าใจอะไรสักอย่าง รู้ตัวอีกทีฉันก็ขยับตัวหนี หันหลังกลับไปหากลุ่มแขกในงานศพที่นั่งอยู่ด้านหลัง

แต่พอฉันหันกลับไป กลับไม่มีคนเหลืออยู่เลย
พวกเขาไม่ใช่คนอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นสิ่งที่น่าสยดสยองกว่านั้น กลายเป็นสิ่งที่มีน้ำเหลืองไหลทะลักออกจากใบหน้าและลำตัว บางคนผิวกายหลอมเหลวย้อยลงไปกองกับพื้น บางคนมีเลือดไหลออกจากร่างไม่หยุด บางคนเดินเข้ามาหาฉัน ด้วยรอยยิ้มที่ฉีกไปถึงหลังกะโหลก...ดูเป็นมิตรกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา 

"เขาไม่อยู่แล้ว ไม่เป็นไรนะ...เราก็ต้องอยู่ให้ได้นะลูก" 
ใครสักคนปลอบฉันแบบนั้น แต่ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใคร เพราะใบหน้าของเขาหลอมละลายหายไปจนเหลือแค่ลูกตาที่มองมาเท่านั้น 
...ใครตาย...ใครกันแน่ที่ตาย?
แล้วศพของเขาอยู่ไหน?

ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น มันเหมือนความทรงจำของฉันขาดช่วงไป
รู้ตัวอีกทีฉันก็นอนอยู่ท่ามกลางรองเท้าแตะใส่อยู่บ้านจำนวนมากมายมหาศาลเท่าภูเขากองขยะ




"ช่วงนี้เราไม่เป็นตัวเอง รู้สึกว่าโลกรอบตัวมันแปลกไปหมด"



ที่จริงเราก็เลิกกันไปนานมากแล้ว
ตอนเลิกกันฉันปารองเท้าแตะใส่ในบ้านใส่หน้าเขาอย่างจัง
แต่ที่ประหลาดก็คือรองเท้าที่ควรจะไปอยู่บนหน้าหล่อเหลานั้นกลับถูกเหวี่ยงเข้าที่หลังท้ายทอยของฉันอย่างจังราวกับถูกดูดเข้าไปในมิติกาลเวลาอื่นก่อนหน้านั้น 
ฉันไม่ได้หลอนไปเองแน่ ความเจ็บปวดเป็นของจริงอย่างไม่ต้องสงสัย

"บ้าไปแล้ว..." แม้จะโกรธอยู่ แต่ความงุนงงมีมากกว่า ฉันเลยต้องพูดกับอีกฝ่ายด้วยเสียงที่อ่อนลง "เราปารองเท้าใส่แก...แล้วมันกลับมาโดนเราเองได้ยังไง?"

เขายิ้มบางๆราวกับฉันช่างโง่เขลานัก และนั่นทำให้ฉันโมโหหนักเข้าไปอีก

"ยิ้มเหี้ยอะไร รู้อะไรก็บอกมาสิ!!!"

"เธอช่างไม่รู้อะไรเลยน่ะสิ" เขายิ้มอย่างคนรู้ดี "เธอคิดว่ากำลังขว้างของใส่ 'สิ่งหนึ่ง' แต่ที่จริงแล้ว กำลังขว้างของใส่ทุกสิ่งทุกอย่าง...รวมทั้งตัวของเธอเองด้วย"

"มันจะเป็นไปได้ยังไง"

"ถ้าตามไม่ทัน มันก็เป็นไปได้" เขาดูไม่ค่อยใส่ใจที่จะอธิบายนัก กลับทำหน้ากวนบาทาใส่เสียอย่างนั้น "ไม่แน่บางที วันพรุ่งนี้อาจมีฝนตกลงมาเป็นกาแฟ"




 
เวลาเดิมๆ ที่ร้านกาแฟเดิม
บทสนทนาแบบเดิม เขาใส่เสื้อตัวเดิม แม้แต่ผู้คนในร้านก็ยังเป็นคนเดิม นั่งพูดคุยกันในลักษณะเดิม 
ราวกับที่ร้านกาแฟแห่งนี้ เวลาได้หยุดเดินลงตลอดกาล
หรือเวลาอาจไม่เคยเดินมาแต่แรก
หรือเวลาเป็นสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง? 

"ได้ดูข่าววันนี้รึเปล่า" ฉันถามเขาเบาๆหลังจากเล่าเรื่องงานศพสยองขวัญจบลง

"เปล่า...เราจำไม่ได้แล้วว่าได้ดูข่าวครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่" 

"นักข่าวบอกว่าวันนี้มีฝนตกลงมาเป็นกาแฟทุกพื้นที่ ตอนที่เราออกจากบ้านมาที่นี่ ก็โดนกาแฟไปเยอะเหมือนกัน"

เขาหัวเราะ ไม่พูดอะไรต่อ ฉันเลยชิงถามขึ้นก่อน "แกเป็นคนทำรึเปล่า?"

"ทำอะไร?" เขาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ แต่ตอนที่เขาคนกาแฟอยู่ ฉันสังเกตได้ว่าข้างนอกร้านมีช้อนขนาดใหญ่ทิ่มลงมากลางถนนแล้ววนเหมือนกำลังคนบางสิ่งให้เข้ากัน แต่สิ่งที่ช้อนยักษ์นั้นคนอยู่ไม่ใช่อนุภาคของกาแฟ หากแต่เป็นผู้คนตามทางเดินผู้เคราะห์ร้ายที่ถูกกวนเข้าด้วยกันจนร่างกายแหลกละเอียดและหลอมเหลวรวมกับฝนกาแฟที่ยังคงร่วงหล่นลงมาจากฟ้าไม่ขาดสาย

ฉันสงสัยว่าคนเหล่านั้นจะตายเพราะช้อนจริงๆหรือไม่ แล้วถ้าเป็นแบบนั้นจริง ตำรวจจะระบุสาเหตุการตายว่าอย่างไร

"บางครั้ง เราก็รู้สึกว่าเราไม่รู้อะไรเลย"

"เรารู้สึกแบบนั้นตลอดเวลา"  เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นดีเห็นงามกับฉันด้วย "โลกนี้มันยุ่งเหยิงไม่มีอะไรเป็นระเบียบ บางครั้งมีอยู่ก็เหมือนตาย บางครั้งเหมือนเวลาเดินย้อนกลับ บางครั้งเหมือนทุกอย่างหยุดนิ่ง บางครั้ง..."

"บางครั้ง...?"

ดวงตาเรียวคมมองลึกเข้ามาในดวงตาของฉันเป็นครั้งแรก "บางครั้งเรารู้สึกว่าเธอยังอยู่กับเราตลอดเวลา"

ฉันยิ้มกับตัวเอง คำพูดนั้นฉันฟังมากี่ครั้งแล้วก็นับไม่ได้ ฉันรู้ทันแล้วล่ะ

...โกหกอีกแล้วล่ะสิ


ไม่ว่าโลกข้างนอก หรือโลกในแก้วกาแฟเล็กๆนั้น ถ้าเราตามไม่ทัน มันก็ไม่ต่างกัน

ฉันเปิดประตูเข้ามาในร้านกาแฟอีกครั้ง
เขายังคงอยู่ที่เดิมแบบนั้น
นาฬิกาบนฝาผนังบอกเวลา 13.15 น.
และข้างนอกนั้นยังมีฝนตกลงมาเป็นกาแฟจำนวนมาก

"เป็นอะไร ทำไมดูหงุดหงิด?"

ฉันมองดูผู้ชายที่อยู่ตรงหน้า บางอย่างในความคิดเริ่มปะติดปะต่อกันเป็นรูปร่าง

"เปล่า ก็แค่เหมือนจะรู้อะไรมากขึ้น" ฉันพูดประโยคใหม่เป็นครั้งแรก โดยที่ไม่ได้พยายามจะคิดริเริ่มอะไรใหม่ๆด้วยซ้ำไป

"รู้อะไร?"

"รู้ว่าทำไมวันนั้นเราปารองเท้าใส่แก แล้วมันย้อนกลับมาหาเราเอง"

"ทำไม?"

"เพราะเราเข้าใจว่ามันคือแก แต่ที่จริงแล้วคือเราเอง"

เขาทำหน้าเหมือนคนตามไม่ทัน แต่ฉันรู้ดีว่าเขาเข้าใจทุกอย่างมานานมากแล้ว 
ฉันไม่อธิบายอะไรเพิ่มเติม หยิบปืนพกออกจากกระเป๋าถือ แล้วจ่อมันที่กลางหน้าผากของตัวเอง

"เธอจะทำอะไร---อย่า!!!" เขาลุกขึ้นยืนหน้าตาตื่น เอื้อมมือมาหมายจะห้ามแต่ไม่ทันหรอก ฉันเตรียมพร้อมไว้ตั้งแต่แรกแล้ว ฉันจะ---

ปัง!!!

ฉันลั่นไกปืนเข้ากลางหน้าผากตัวเองอย่างจัง
และตามคาด
กระสุนปืนกลับพุ่งทะลุกลางศีรษะของอีกฝ่าย กระจุยกระจายสมองระเบิดจนน่าขบขัน ให้ชายหนุ่มทรุดไถลไปกับเก้าอี้--ตายคาที่ในทันที



ต่อให้ไม่มีเรื่องประหลาดอะไร โลกนี้ก็มีก้อนความยุ่งเหยิงมากพอแล้วเช้านี้ไม่มีกองรองเท้าสูงเท่ากองขยะอีกต่อไป ฉันตื่นมาบนเตียงนอนที่คุ้นเคย อากาศหนาวกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา คงเพราะข้างนอกมีฝนตก
เป็นฝนตกจริงๆ...ไม่ใช่ฝนกาแฟเหมือนหลายวันที่ผ่านมา
อีกสักพักฉันคงลุกขึ้นจากที่นอน กะว่าจะชงกาแฟสักแก้ว แล้วอาจออกไปเดินห้างสักแห่ง แต่นั่นก็เป็นเรื่องของอนาคต

ตอนนี้ฉันแค่อยากจะอยู่บนเตียงต่ออีกสักนิด ยิ่งในวันหยุดที่อากาศดีๆแบบนี้ด้วยแล้ว เหมาะแก่การนอนนิ่งๆไม่ต้องคิดอะไร รับรู้แค่เพียงเสียงสายฝนที่กระหน่ำอยู่นอกหน้าต่างดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอเหมือนเสียงเพลง


SHARE
Written in this book
Mysteries
huh ?

Comments

Bluebaby
5 months ago
อยากให้ตกเป็นกาแฟจริงๆ ขอเข้มๆด้วย อากาศแบบนี้น่านอนจัง :)
Reply
Girlwearsblue
5 months ago
จะออกไปกินหรือไงเธอ
Bluebaby
5 months ago
ออกไปอ้าปากรับกาแฟฟรีไง :)
NitraPatiharn
5 months ago
ไม่เข้าใจทำไมแต่ขนลุกจริงๆ ตอนอ่านเรื่องนี้ 
Reply
Girlwearsblue
5 months ago
ขอบคุณมากเลยนะคะ :)
deux
5 months ago
ดู inception มากไปรึเปล่า อ่านแล้วมึนเลย 555 หลอนนะเนี่ย
Reply
Girlwearsblue
5 months ago
ไม่เคยดูเลยพี่ คิดว่าคงดูม่ายรู้เรื่อง
deux
5 months ago
ก็งงๆ เหมือนกันตอนดู 555