[Drabble] Nightmare II | Minkyeong x Nayoung

: คุณเลิกเรียนยัง?

: ยังอ่ะ แต่ใกล้แล้ว

: ชักช้าจังเลยน้า

: อยากไปบ้านเราไหมเนี่ย

: อยากสิ

: งั้นรอคุณหน้าคณะนะ

: รอเราแป๊บนึงๆ

: รีบมาเถอะน่า

สิบนาทีต่อมา นายองคว้ากระเป๋าสะพายกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากห้องเรียน เธอรู้ดีว่ามินกยองคงไม่โกรธถ้าจะไปเลทนิดหน่อย แต่สำหรับคนที่กำลังทำคะแนนและยังไม่ได้คบกันเป็นเรื่องเป็นราว การปล่อยให้อีกฝ่ายต้องรอก็คงไม่ใช่เรื่องที่น่าประทับใจนัก

หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไล่อ่านข้อความสุดท้ายที่คุยกัน พอเห็นแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่แค่ 21%
นายองก็นึกอะไรขึ้นมาได้พอดี

“เชี่ย!”

มินกยองจะโกรธก็คราวนี้แหละ



“คุณ รอเราก่อนนะ”

“ยังไม่เลิกอีกเหรอ”

“เพิ่งเสร็จ แต่เราลืมที่ชาร์จแบตไว้ที่บ้านอ่ะ ขอกลับไปเอาแป๊บนึง”

“โอ๊ยคุณ ใช้ด้วยกันก็ได้มั้ง”

“แต่คุณใช้ไอโฟน”

“ก็จริง ..เกลียดซัมซุงได้ป่ะ”

“ไม่เกลียดสิ เดี๋ยวจะรีบไปจริงๆ”

“อื้อ”

น้ำเสียงตึงๆ แบบนั้นของมินกยองทำให้เธอไม่สบายใจเลย คงคิดอยู่ใช่ไหมว่าที่ชาร์จแบตจะมาสำคัญอะไรเอาตอนนี้ 

เอาจริงๆ ไม่มีอะไรสำคัญเท่ามินกยองหรอก 

แต่ถ้าแบตหมดแล้วที่บ้านติดต่อเธอไม่ได้อันนี้ล่ะตายแน่ และถ้าจะกลับไปแล้วก็เอาหูฟังติดมือมาด้วยแล้วกัน พรุ่งนี้ตอนนั่งรถกลับบ้านจะได้ฟังพอดแคสท์แก้เบื่อ

นายองคิดถูกใช่ไหมล่ะ?

วิ่งออกมาจากตึกได้ก็โบกมือเรียกวินมอเตอร์ไซค์ที่กำลังวิ่งผ่านมา โชคดีที่บ้านเธออยู่ในซอยหลังคณะนี่เอง คำนวณเวลาดูไม่เกินห้านาทีก็จะได้เจอมินกยองแล้ว

“อ้าว ทำไมวันนี้กลับเร็วจัง”

นายองถาม แปลกใจที่เห็นน้องชายคนกลางที่เรียนม.ปลายกับน้องสาวคนเล็กวัยแปดขวบกลับมาจากโรงเรียนเรียบร้อยแล้ว

แต่ที่น่าแปลกยิ่งกว่าคือวินมอเตอร์ไซค์คนนั้นก็เดินตามหลังเธอเข้ามาในบ้านด้วยอีกคน นายองนึกหงุดหงิดในใจ บอกว่าให้เขารอ แต่เธอยังไม่ได้เชิญให้เข้ามาในบ้านเสียหน่อย


“อยู่กันแค่สามคนเหรอ พ่อแม่ล่ะ”

ชายแปลกหน้าถามขึ้น นายองหันกลับไปมองและได้สังเกตเขาเต็มๆ ตาเป็นครั้งแรก ..ชายวัยสามสิบปลายๆ รูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าเรียบนิ่งนั้นยกยิ้มมุมปากโดยที่ไม่รู้เลยว่าภายในใจกำลังคิดอะไรอยู่

แต่นายองเริ่มรู้สึกได้ถึงความไม่ปลอดภัย


“พ่อแม่เพิ่งเลิกงานค่ะ กำลังกลับ”

“แล้วคืนนี้น้องไม่นอนที่บ้านเหรอ”

น้องชายนายองรู้ว่าคืนนี้เธอจะไปค้างที่บ้านมินกยอง นายองมองตาน้องชาย และส่งสายตาไปว่าไม่ต้องพูดอะไร

“เปล่าค่ะ แค่มาเอาของไปให้เพื่อนที่คณะเฉยๆ”

นายองคว้าที่ชาร์จแบตและหูฟังใส่กระเป๋า มือไม้สั่นแต่พยายามควบคุมตัวเองไว้ ความกลัวเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของเธอ

“เดี๋ยวพี่มานะ”

เธอบอกน้องชายกับน้องสาว แล้วกระซิบกำชับน้องชายให้ล็อคประตูรั้วและประตูบ้านให้ดี

นายองรีบเดินนำออกมานอกรั้วบ้าน ความรู้สึกตอนนั่งซ้อนขากลับต่างจากขามาลิบลิ่ว ชายคนนั้นยังคงชวนเธอพูดคุย นายองกลัวจับใจ ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี

สองข้างทางยังเป็นถนนเส้นคุ้นเคยที่มุ่งตรงไปยังหน้าคณะ 
แต่ระยะทางสั้นๆ นั้นกลับดูไกลเหลือเกิน..
นายองหลับตา พยายามนึกถึงเบอร์โทรฉุกเฉินของตำรวจเท่าไรก็นึกไม่ออก 

แต่มินกยองอาจจะพอจำได้..


“นายอง!”


“นายอง!!”


เสียงเรียกนั้นทำให้เธอสะดุ้งสุดตัวและลืมตาขึ้นมา

“คุณเป็นอะไร ทำไมตัวสั่นแบบนี้ล่ะ”

แสงจากเสาไฟข้างรั้วบ้านลอดเข้ามาพอให้เห็นมินกยองที่อยู่ในชุดนอนกำลังจ้องมองเธอด้วยความกังวล

“ฝันร้ายอ่ะ..”

นายองงึมงำ ซุกใบหน้ามุดเข้ากับแขนของมินกยอง ไอ้เรื่องที่ฝันก็ทำให้เสียขวัญอยู่หรอกนะ แต่ตอนนี้ขออ้อนมินกยองก่อนเถอะน่า

“กอดได้ไหม”

“โธ่เอ๊ย”

เจ้าของห้องคลายสีหน้าเป็นยิ้มอ่อน ดึงตัวนายองเข้าไปกอดพลางลูบหัวปลอบใจ

“ไหนคุณฝันว่าอะไร”

“ก็ฝันว่า..”

“เราไม่รัก”

“คุณอ่ะ ไม่เล่าแล้ว!”

“ล้อเล่นน่า ฝันน่ากลัวมากเลยเหรอ”

“อือ มากๆ”

หลังฟังเรื่องเล่าจนจบ มินกยองก็สรุปว่าเป็นเพราะนายองลืมเอาที่ชาร์จแบตมาจริงๆ นั่นแหละ เลยทำให้เธอกังวลจนเก็บเอามาฝันร้าย

“งั้นคราวหลังซื้อสายชาร์จอีกอันไว้ที่บ้านเราสิ จะได้ไม่ต้องกลัวลืมอีก”

“นานๆ มาที ไม่เป็นไรหรอก มันเปลือง”

“ไม่เท่าไรหรอกน่า เดี๋ยวเราซื้อให้”

“ถ้าจะซื้อเราก็ซื้อเองได้นะ คุณจะมาซื้อให้เราทำไม”

“ก็อยากให้มาค้างบ่อยๆ”

“นี่จีบเราเหรอ”

“ยัง..”

“ใจร้ายอ่ะ”

“ยังไม่รู้ตัวอีก”

“….”


นอนเล่นพูดคุยกันเรื่อยเปื่อยจนนาฬิกาบอกเวลาตีสองสิบสี่นาที นายองมองมันก่อนจะเลื่อนสายตากลับมาที่ใบหน้าของมินกยอง

“ว่าแต่จะนอนกอดแบบนี้ถึงเช้าเลยเหรอ"

“แล้วดีไหมล่ะ”

นายองพยักหน้าแล้วเริ่มหาว

“เราง่วงแล้วอ่ะ”

ใครอีกคนอมยิ้มพลางลูบหัวนายองเบาๆ

“งั้นเข้านอนกันเถอะ ฝันดีนะ”

“อื้อ ฝันดีเหมือนกัน..”




 



#ฟิคNightmareII 

- เรียกว่าเป็นภาคสองดีมั้ย (แต่คนละคู่) เพราะ Nightmare ภาคแรกเป็นบิ้นกยอง
- มีความอยากเขียนอะไรสักอย่างใน storylog
- Drabble อีกแล้ว 1,000 words เป๊ะ
- ฟิคฝันร้ายของคนนอนไม่หลับ เพราะเรื่องที่นายองฝันก็คือฝันของเราเอง TT
- โลเคชันไทยๆนี่แหละค่ะ ขี้เกียจเปลี่ยนฉากในฝัน 5555
- คิดถึงพริสทินนนนนนนนน 
- @มินกยอง อย่าเกลียดซัมซุงเลยนะคะ คิดถึงน้องเจนนี่คิมเข้าไว้ :P



SHARE
Writer
0nlyDean
Reader, Listener
Sound out!

Comments