เศรษฐกิจในอำนาจของปรสิต(2)
ช่วงแห่งการตกต่ำของโลกในยุคที่ประเทศเป็นแค่ระบบที่แค่ค้ำจุนระบบโครงสร้างสังคมให้อยู่ในความสงบเรียบร้อย โลกใหม่บนโลกใบเดิมของมนุษย์เปลี่ยนไปแล้ว นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามเย็น เราปฏิเสธไม่ได้ระบบทุนนิยมได้แพร่กระจาย แม้แต่ประเทศจีน ที่อ้างว่าเป็นคอมมิวนิสต์ แต่ท้ายที่สุด จีนก็ไม่เหลือความเป็นคอมมิวนิสต์นอกจากแค่ระบบการเมืองการปกครอง นอกนั้นกลายเป็นทุนนิยม คุณปฏิเสธไม่ได้ว่า เศรษฐกิจนำการเมือง หาใช่การเมืองนำเศรษฐกิจ ในสหรัฐอเมริกา มันเป็นมานานแล้ว ในช่วงยุคปลายศตวรรษที่19 ถึงต้นศตวรรษที่20 สหรัฐอเมริกาถูกผูกขาดโดยสามตระกูลที่ปัจจุบันก็ยังมีอำนาจ นั้นคือ ตระกูลมอร์แกน,ตระกูลร็อกกี้เฟลเลอร์ และ ตระกูลคาร์เนกี้ แม้ภายหลัง ความเป็นรัฐ การเป็นประเทศของการเมืองจะทำให้การเมืองนำเศรษฐกิจอีกครั้งด้วยการทำลายการผูกขาดเศรษฐกิจของทั้งสามตระกูลผู้กุมอำนาจน้ำมัน ไฟฟ้า เหล็กกล้า และ การเงิน แต่พวกเขาก็ดุจดังปรสิตที่ฆ่าไม่ตาย ในช่วงประธานาธิบดีวูดโรว์ วิลสัน ความที่เงินคืออำนาจ ทำให้วิลสันถูกซื้อ และ แอบทำการแปรรูปธนาคารกลางอเมริกัน หรือ FED ให้กลายเป็นเอกชน โดยที่ประชาชนตั้งแต่เวลานั้นจวบจนปัจจุบัน เข้าใจว่า FED คือ ธนาคารของประชาชน จุดที่FED กลายเป็นของเอกชน ทำให้การเมืองสหรัฐก็ค่อยๆเข้าสู่ วิถีของระบบทุนนิยม สถานการณ์หรือเหตุการณ์ทุกๆเหตุการณ์ มีเป้าหมายและจุดประสงค์โดยกลุ่มทุนและปรสิตเหล่านี้ พวกเขา สามารถควบคุมรัฐบาลได้ รัฐบาลก็ไม่ต่างอะไรกับหุ่นเชิด FED ได้แสดงละครที่หลอกลวงคนได้ทั้งโลก ด้วยการยอมให้รัฐบาลสหรัฐที่ถูกทุนควบคุม100% เข้ามามีบทบาทต่อFED แต่กระนั้นFED ถือตนว่าเป็น "ธนาคารกลางอิสระเพราะการตัดสินใจนโยบายการเงินไม่จำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากประธานาธิบดีหรือบุคคลอื่นใดในอำนาจบริหารหรือสภานิติบัญญัติ ไม่ได้รับสนับสนุนเงินทุนจากรัฐสภา และวาระของสมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าการกินเวลาหลายวาระของประธานาธิบดีและรัฐสภา"ประโยคนี้ทำให้ นักเศรษฐศาสตร์ท่านหนึ่งชื่อว่าจอร์จ ฟรีดแมน จึงรู้ว่า FED เป็นแค่ฉากบังหน้าในการทำให้คนรู้สึกว่า รัฐยังควบคุมเศรษฐกิจ แต่มันไม่จริง กลายเป็นว่า ทั้งรัฐ ทั้งธนาคาร กลายเป็นของกลุ่มทุนปรสิต 
สหรัฐอเมริกาจะเป็นจักรวรรดินิยม แต่จักรวรรดินิยมจะเป็นของทรัมป์อำนาจสหรัฐในยุคมือของทรัมป์กำลังเป็นที่ถกเถียงในหมู่นักเศรษฐศาสตร์ นโยบาย American First กำลังทำให้สหรัฐอเมริกาเป็นจักรวรรดินิยม แต่ผลประโยชน์ของจักรวรรดินิยมลงที่ใคร? ก็คือเหล่าปรสิต ที่เชิดทรัมป์ให้เป็นประธานาธิบดี แผนการAmerican First ก็เป็นนโยบายหนึ่งในการสร้างความรู้สึกให้คนขาวสหรัฐ มีความรู้สึกถึงการพยายามฟื้นฟูอำนาจเศรษฐกิจของสหรัฐจากรัฐบาล เพื่อทำให้พวกเขาเข้าใจว่าสหรัฐอเมริกา ยังมีการเมืองคอยคานอำนาจกับเศรษฐกิจ แต่ในภาพพจน์ที่ผ่านมา ทรัมป์ไม่ได้ใช้American first แต่ใช้ตนเองและกลุ่มทุนเป็นที่ตั้งอันดับแรก เห็นได้จากการร่วมลงทุนกับซาอุดิอารเบีย แม้ว่าทรัมป์จะประกาศต่อต้านอิสลาม แต่ใครกันที่บอกว่า ซาอุดิอารเบียคือ อิสลาม! ในยุคของทรัมป์ความสัมพันธุ์ระหว่างปรสิตกับราชวงศ์ซาอูดเป็นที่เปิดเผยมากขึ้น ถึงแผนการที่พวกเขาตั้งใจจะกุมอำนาจทางน้ำมัน ในการต่อสู้กับรัสเซียซึ่งพยายามเข้ามาขยายอิทธิพลในแถบอารเบีย ซึ่งรัสเซียเป็นภัยคุกคามสำคัญของผลประโยชน์ของสองกลุ่มนี้ ในเมื่อพวกเขากำลังเผชิญหน้ากับความล้มเหลวของการป้องกันอารเบีย ในยุคโอบาม่า พวกเขาก็ทำราคาน้ำมันและแก็ซธรรมชาติตกลง เพื่อหยุดยั้งการแพร่ขยายอำนาจของรัสเซีย และ เรายังพูดถึงตุรกี ผู้ร่วมผลประโยชน์ของรัสเซีย 
แน่นอน เราสามารถพูดได้อย่างชัดเจนว่า ตุรกี และ รัสเซียเอง ก็ไม่ต่างอะไรกับสหรัฐ ในเชิงการเมือง เศรษฐกิจของพวกเขาได้เข้าควบคุมการเมือง เอรโดกัน และ ปูติน มิอาจจะมามีอำนาจได้ หากไร้การสนับสนุนจากทุนปรสิต ตัวเดียวที่เคยสร้างกลุ่มการเมืองขั่วตรงข้ามเพื่อโค่นล้มปูตินและเอรโดกัน กล่าวคือ สถานการณ์ทางการเมืองก็คือ ละคร บนไทม์ไลน์ที่อย่างให้เราเข้าใจว่า ประเทศยังมีบทบาท แต่ในความเป็นจริง สงครามยุคใหม่ คือ สงครามระหว่างทุนกับทุน ประเทศเป็นแค่ตัวหนึ่งในการเป็นสงครามตัวแทน แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมดของสงครามตัวแทน ที่บริษัทหลายๆบริษัทแข่งขันกัน โดยที่หุ้นส่วนของตนเป็นคนๆเดียว หนึ่งในพวกเขาถูกเปิดโปงนั้นคือ ตระกูลรอธส์ไชลด์ ผู้ที่ร่ำรวยกว่าบิล เกต แต่ปิดตัวเงียบ และเสวยสุขกับอำนาจทางการเงินที่พวกเขาสามารถตัดสินชะตากรรมของมนุษย์ทุกคนบนโลกได้ กล่าวคือ ทรัพยากรและวิทยาการทั้งหมด ถูกควบคุมโดยพวกเขา ผ่านสูตรคณิตศาสตร์ซับซ้อน ในการควบคุมโครงสร้างทางสังคม อันประกอบด้วย การเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม เชื้อชาติ ศาสนา และ รูปแบบอื่นๆ 
วิกฤตการเงินส่งผลต่อขั่วอำนาจโลกอย่างไม่คาดถึงยุโรปกลางมาแล้ว กลุ่มทุนในยุโรปกลาง กำลังสร้างอำนาจในการกอบโกยโดยผ่านระบบประเทศเช่นกัน นั้นคือ NESTRO PETROL พวกเขา สามารถควบคุมตลาดน้ำมันของยุโรปกลางตั้งแต่ออสเตรีย เช็ก โปแลนด์ เซอร์เบีย บริษัทนี้จดทะเบียนเป็นบริษัทของรัฐบาลกลางบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา แต่บริหารราวกับเป็นเอกชน และ มีมหาเศรษฐีรัสเซีย เป็นผู้สนับสนุน การเติบโตของพวกเขา ในช่วงราคาน้ำมันลด พวกเขาเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสพวกเขาซื้อบริษัทน้ำมันฮังกาเรียนที่ชื่อว่า MOL. และ บริษัทน้ำมันโครเอเชียชื่อ INA ที่กำลังขาดทุนย่อยยับ เมื่อซื้อหุ้นเสร็จ หลังจากวิกฤตน้ำมันได้Soft ลงผลกำไรของพวกเขาจึงเกิดขึ้ย และ สร้างอำนาจให้กับประเทศในยุโรปกลาง อย่าง ออสเตรีย โปแลนด์ และ บอสเนีย-เฮอร์เซโกวีนา จนปัจจุบัน พวกเขากล้าที่จะท้าทายตุรกีและเยอรมัน ผู้ที่เคยมีอิทธิพลทางเศรษฐกิจในแถบนี้ 
บอสเนียท้าทายตุรกีถ้าพูดถึงประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา คงเป็นประเทศที่ไม่มีใครนึกถึง และ คงไม่มีใครคาดคิดว่า สังคมของประเทศนี้เกือบ51% เป็นชาวมุสลิม และ หลายๆครั้งตุรกีในรัฐบาลเอรโดกันพยายามที่จะครอบงำชาวมุสลิม ด้วยแนวคิดฟื้นฟูลัทธิออตโตมาน ให้กลับมามีอำนาจในภูมิภาค แต่ความล้มเหลวประจักษ์ในเดือนตุลาคมปี2018 หลังการเลือกตั้ง กลุ่มทุนตุรกีถูกเปิดโปงว่า สนับสนุนการคอรัปชั่นของอดีตประธานาธิบดีบาคีร อีเซ็ตเบโกวิช จนนำมาสู่ความพ่ายแพ้ของรัฐบาลอีเซ็ตเบโกวิช และเปิดทางให้ฝ่ายซ้าย กลับมาเป็นรัฐบาล และสร้างนโยบายกีดกันผู้อพยพ ต่อต้านตุรกี ผ่าน แคมเปญ Remove Kebab นี้คือ สงครามตัวแทนของกลุ่มทุนกับกลุ่มทุนที่พยายามจะบอกว่า เบื้องหลังของพวกเขา หุ้นส่วนผู้มีอำนาจก็คือคนเดียวกัน นั้นก็แสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจได้นำการเมืองจริงๆ และมีบทบาทจะทำให้ประเทศใดๆ สามารถก่อสงครามได้เลยก็ว่าได้ ปรสิต สามารถทำให้ตุรกีเพิ่มกำลังทหารให้อัลบาเนีย หรือ ทำให้บอสเนียเข้าร่วมNATO และ สหภาพยุโรป และ ทำให้ภูมิภาคบอลข่าน เสมือนราวกับยุคสงครามเย็นอีกครั้ง 
และนี้คือเรื่องราวของเหล่าปรสิตเหล่านั้นในตอนที่2
SHARE

Comments