Saturday school
หลังจากอินกับงานประจำมาหนึ่งปีห้าเดือน หมกตัวอยู่เเต่ในออฟฟิศ ใช้สายตาไปกับจอคอมพิวเตอร์ห้าวันต่อสัปดาห์ แปดโมงครึ่งถึงหกโมงกว่าทุ่มนึง เฝ้ารอเสาร์-อาทิตย์เพื่อที่จะนอนยาวเเละหมกตัวซุกในดงผ้าห่มจนกว่าเเม่จะเรียกให้ไปกินข้าว

วันหนึ่งระหว่างกำลังไถหน้าจอเฟซบุ๊คตอนพักกลางวัน ก็เจอโพสต์ๆนึงที่เพื่อนเเชร์มาหน้าวอล 


'saturday school' รับสมัครครูอาสาสอนฟรีตามโรงเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรม

อะไหนๆก็ไหนๆ กดเข้าไปดูซักหน่อย ดูเสร็จเเล้วก็เเคปลิ้งไปชวนเพื่อนคนนึงมาทำด้วยกัน 


'มึงไปกันนนนนนน อยากลอง'
'ไม่ไปมึง ขี้เกียดมาก วันเสาร์จะนอนนนนนน'


โครงการนี้เป็นการสอนอาสาฟรีวันเสาร์ โดยโรงเรียนที่เข้าร่วมในโครงการน่าจะมีทั้งหมดประมาณ 7-8 โรง อยู่ใจกลางกรุงเทพฯหรือรอบนอกกรุงเทพฯ เเต่ไม่มีต่างจังหวัด รับสมัครครูอาสาทั่วทั้งประเทศมาสอนฟรีให้น้องๆที่สนใจ 

วิชาที่สอนจะเป็นวิชาที่ไม่ค่อยเห็นสอนกันในห้องเรียนปกติ อาทิเช่น มวย ถ่ายรูป ผจญภัย บอร์ดเกมส์ ภาษาอังกฤษ ฯลฯ โดยวิชาเหล่านี้เกิดจากการสอบถามน้องๆที่จะเข้าร่วมโครงการว่าอยากเรียนวิชาไหนเป็นพิเศษ หลายวิชาเป็นวิชาที่ต้องเสียเงินเพื่อจะได้เรียน หรือต้องใช้เงินเพื่อให้ได้เล่น  โครงการนี้เลยเกิดขึ้นเพื่อให้น้องๆที่ไม่มีโอกาสตรงนั้นได้เรียนในวิชานั้นๆ 

ครูที่มาสอนก็ปะปนกันไป เหมือนมาด้วยความอยากลอง อายุก็หูย ตั้งเเต่ม.ปลาย มหาวิทยาลัย วัยทำงาน วัยกลางคน มีหมด

เราก็คิดว่าเออ ลองดูวะ ถ้าไม่ผ่านสัมภาษณ์ก็ไม่ซี หรือถ้าผ่านก็จะฉายเดี่ยวเลย 


โชคดีที่พอใกล้ถึงช่วงสัมภาษณ์ผู้สมัครเป็นครูอาสา เพื่อนเราก็ตอบตกลงจะยอมไปด้วย


ตอนเเรกเราเลือกโรงเรียนใกล้บ้านเรา เเละเลือกวิชาภาษาอังกฤษ

ส่วนเพื่อน นางเลือกโรงเรียนใกล้บ้านมัน เเละเลือกวิชาถ่ายภาพ 

เราทั้งสองคนชั่งใจ ขี้เกียจก็ขี้เกียจ อยากลองก็อยากลอง


พอถึงวันสัมภาษณ์ พวกเรายังไม่มีเเผนใดๆในหัว สิ่งที่ต้องนำไปด้วยในวันสัมภาษณ์คือเเผนการสอน 3 ชั่วโมงคร่าวๆ จำลองว่าครั้งเเรกเราเจอเด็กเราจะเริ่มยังไง สอนยังไง 

พวกเรานัดเจอกันก่อน 1 ชั่วโมงก่อนเวลาสัมภาษณ์ สั่งสตอเบอร์รี่ปั่นลดราคากันคนละเเก้ว นั่งปั่นเเผนการสอนกันเเบบมั่วๆ5555555555555 ฟีลเเบบ กุมาทำอะไรที่นี่วะเนี่ย 



เหลือเวลาอีกสองสามนาที พี่เค้าก็โทรมาถามว่าอยู่ไหนกันเเล้ว เราก็เลยรีบออกไปตามสถานที่นัดหมาย


ด้านหน้าคือพี่ๆที่รอสัมภาษณ์พวกเรา มีกันอยู่ 5 คนด้วยกัน ส่วนที่เหลือในห้องจะเป็นคนที่ถูกเรียกมาสัมภาษณ์พร้อมกับพวกเรา มีประมาณ 4 คน


พวกเราถูกให้ทดลองสอนคนละ 4-7 นาที สอนกันเเบบเขินๆ งงๆ พี่ที่สัมภาษณ์จะเล่นเป็นเด็ก จำลองเหมือนเราไปสอนเด็กจริงๆ เเกล้งหลับบ้าง กวนบ้าง เเซวบ้าง ปนกันไป 
 
หลังจากสัมฯเสร็จ เราก็เป็นผู้ที่ถูกเลือก 
(จากการสอบถามหลังไมค์ เนื่องจากครูไม่พอเลยรับหมดทุกคน55555555555555555555) 

ในวันจัดกิจกรรมเวิร์คชอปให้เหล่าครูอาสาก่อนเริ่มสอนจริง เรากับเพื่อนตกลงปลงใจว่าควรย้ายไปสอนโรงเรียนเดียวกันเพื่อความบันเทิงในภายภาคหน้า เเละพี่สต๊าฟก็อนุญาต


สรุป เราย้ายไปสอนโรงเรียนเดียวกับเพื่อนที่สอนถ่ายภาพ (ซึ่งโรงเรียนนี้ไกลบ้านเรามาก มากเเบบเดินทางทีนึงเหมือนเวลาผ่านไปสามชาติเเล้ว) เเละเมื่อย้ายมาเราก็ได้สอนถ่ายภาพไปโดยปริยาย


ในทีมครูอาสาของวิชาถ่ายภาพจะมีทั้งหมด 5 คนเมื่อนับรวมเราเเละเพื่อน 

ความรู้เราเเละเพื่อน รวมถึงน้องอีกสองคนที่ยังอยู่ม.ปลาย เรียกได้ว่าเเทบจะเป็น0 
เรามีกล้องmirrorless 1 ตัวที่ใช้โหมด auto มาตลอดทั้งชีวิต ปรับมากสุดคือเอฟเฟคสีๆกับปรับเเสงให้ภาพสว่างขึ้นดูมีออร่า นอกนั้นไปเเต่งในมือถือเอา ซึ่งความรู้เท่าขี้หมานี้ไม่สามารถนำไปสอนน้องๆได้เลย คิดเเล้วน้ำตาก็เอ่อนองเหมือนคลองเเสนเเสบในคืนวันเพ็ญ


โชคดีที่มีพี่คนหนึ่งที่เข้าใจการถ่ายภาพเป็นอย่างดีทั้งทางทฤษฎีเเละทางปฏิบัติ คลาสนี้เลยไม่พัง555555555555555 


เราสอนไปได้สองอาทิตย์เเละพบว่า 



1. เรานั่งเเอร์พอตลิ้งเป็น เพราะต้องนั่งจาก mrt ไปเปลี่ยนตรงสถานีหัวหมาก ครั้งเเรกตื่นเต้นมากเพราะไม่เคยเห็นเเละนั่งมาก่อนเลยในชีวิต ไปเเบบเด๋อๆ

2. เราตื่นเพื่อไปสอนที่นี่เช้ากว่าตื่นเพื่อไปทำงานประจำ 

3. เราไม่ต้องติ๊ดบัตรหรือเช็คชื่อเมื่อไปถึงโรงเรียน เเต่เรากลับรีบเพื่อไปให้ถึงก่อนหรือทันเวลาสอน 

4. เราเหนื่อยมาก เเต่ยังอยากไปสอนทุกครั้ง

5. ไม่มีคนหล่อๆในโครงการเลย เเต่เราก็ยังอยากไปสอนอยู่ดี

6. เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับการถ่ายภาพไปพร้อมๆกับการสอนน้อง เราฟังเเละทำไปพร้อมกัน เราลองปรับนู่นนี่ไปพร้อมกัน หลายครั้งที่น้องงงว่ามึงเป็นครูจริงป้ะเนี่ย ทำไมปรับไม่เป็น555555555555555 ฮือ

7. เราเเต่งเพลงเพื่อให้น้องจำพวกค่า speed shutter, ISO, F โดยใช้ทำนองเพลงเธอที่รัก (ที่ร้องว่า ชูวับ ชูวับ ชูวับ ชูวับ โว๊วโวว โววโวว) เราเเต่งตอนเที่ยงคืนเเละเสร็จสมบูรณ์ตอนตีหนึ่งนิดๆ

8. เราเปิดเพลงในข้อ 7. เเละสอนน้องร้องด้วยความตื้นตัน เเต่น้องไม่รู้จักเพลงเลยซักคน ตอนนั้นลมเเอร์ดังมาก

9. เราได้เพื่อนเพิ่มเยอะมาก

10. เราสนุก

11. เราเล่นมุกไม่ยั้งในระหว่างการสอน 

12. เราสนิทกับเพื่อนที่ตอนเเรกชวนมันมาโครงการนี้มากขึ้น น่าจะเพราะเจอมันวันละ 50 ชั่วโมง รวมไปถึงการนัดเจอระหว่างอาทิตย์เพื่อนัดคุยเเละวางเเผนการสอนต่างๆ รวมๆเเล้วเจอหน้ามันมากกว่าเเม่

12. เเละนี่ เป็นอีกกิจกรรมที่ทำฟรีเเละไม่ได้เเฟน



เราเเฮพพรี่///
:D









SHARE

Comments

Skye61
5 months ago
น่ารัก :)
Reply
messagetomyfuture
5 months ago
ขอบคุณนะคะ🙏🏻🤓
cocoloco
5 months ago
มีลิ้งรายละเอียดไหมคะ
Reply
messagetomyfuture
5 months ago
https://mobile.facebook.com/flx/warn/?u=https%3A%2F%2Fwww.saturday-school.com%2F&h=AT0fyxuEzFnNpUqqRTcLyk4wXWqk9vRfUzhrBYyoe1t6kULpFeZGIZj5OHQTzKElmAydg-wuqEKIeZUi8Gv-kBfgInOuewKMysDq0hz8N6sc8gJEHQsokBoSm-Yzg--QLxrFHg&_rdc=1&_rdr
messagetomyfuture
5 months ago
ลองดูนะคะ:)
Watt-Tha-Na
5 months ago
555 ครูจำเป็น
Reply
messagetomyfuture
5 months ago
สอนไปเรียนรู้ไปพร้อมกับน้องเลยค่ะ55555555555
cthana
5 months ago
อยากฟังอ่าฮะ
Reply
messagetomyfuture
5 months ago
ไว้มีโอกาสจะอัดลงนะคะ5555