หกองศาเหนือ : น่ารัก (Special - เมื่อดาวเหนือยังเป็นแค่ชื่อดาว)
                                                  น่ารัก - ชัยรัตน์ เทียบเทียม
                                              https://youtu.be/RG1AoWVof7c

                                                  ———————————-

ธันวาแอบเหลือบตาขึ้นมามองคนที่ใส่หูฟังอ่านหนังสืออย่างตั้งใจตรงข้ามกับเขามาหลายรอบแล้ว ในใจปั่นป่วนจนส่งผลไปถึงกระเพาะลำไส้ให้หยุดทำงานจนแทบไม่ได้แตะกาแฟที่ซื้อมาเลยซักนิด เขากำลังตื่นเต้นจนเหงื่อออกเต็มมือ แต่เหมือนเด็กเนิร์ดตรงหน้าเขาจะไม่ได้สังเกตอาการใดๆของคนร่วมโต๊ะเลยซักนิด องศายังคงจดจ่อสมาธิอยู่กับปากกาไฮไลท์และชีทเรียนในมือ


“องศา” ธันวาเอ่ยเรียกเสียงเบาหลังจากรวบรวมความกล้าได้แล้ว แต่เพราะอีกคนใส่หูฟังอยู่ อีกทั้งร้านกาแฟแห่งนี้ก็มีคนพลุ่กพล่านเสียงดังจอแจ เสียงเรียกของเขาจึงหายไปตามอากาศ
ทำไมต้องตื่นเต้นขนาดนี้ด้วยเนี่ย ตามจีบมาจะเป็นปีอยู่แล้วเขาควรชินกับการออกปากชวนผู้หญิงตรงหน้าไปไหนต่อไหนซักที

ใครมาบอกว่าเขาเจ้าชู้ เสน่ห์แพรวพราว จีบสาวไปทั่ว ตอนนี้เขาจะตบให้ปากแตก อยากถ่ายคลิปตัวเองตอนนี้ออกไปให้ใครๆที่สรรเสริญว่าเขาเป็นเสือผู้หญิงได้ดู ว่าไอ้ผู้ชายที่นั่งกุมมือตื่นเต้นก่อนชวนสาวไปดูเขาเล่นดนตรีพรุ่งนี้มันยังเป็นเสือผู้หญิงอยู่มั้ย

หยุดตรงนี้ที่เธอ ไม่ไปไหนแล้วใจ จะหยุดทั้งใจไว้ที่เธอ

เขาไม่ไปจีบผู้หญิง หรือหว่านเสน่ห์ใส่ใครอีกเลยนับตั้งแต่รู้ตัวว่าตกหลุมรักรุ่นน้องหน้าหวานคนนี้เข้าให้แล้ว แต่ก็นั่นแหละ อาจจะเป็นผลกรรมที่เขาเคยเจ้าชู้มากๆมาก่อนทำให้องศายังไม่ยอมตกลงเป็นแฟนกับเขาซักที

“องศาคะ” ธันวารวบรวมความกล้าอีกครั้ง ดึงหูฟังของน้องออกจากหูข้างหนึ่งจนคนถูกรบกวนเงยหน้าขึ้นจากกองชีทมหาศาลของเธอมามองเขาอย่างสงสัย

“มีอะไรคะพี่ธัน…อ่าว ไม่ได้อ่านหนังสืออยู่หรอคะ” เพราะเขาชวนเธอออกมาอ่านหนังสือด้วยกันที่ร้านกาแฟในสยาม คนที่ถูกชวนถึงได้แบกชีทเรียนมาเสียเยอะ อ่านหนังสือจริงๆตามที่พูดเป๊ะ

“ยังไม่ได้อ่านเลย องศา พรุ่งนี้เย็นๆว่างมั้ย”

“ว่างค่ะ พรุ่งนี้วันศุกร์ ไม่มีเรียนบ่าย”

“ไปที่คณะพี่นะ มีคอนเสิร์ต” องศาร้องอ๋อออกมาเสียงยาว รู้แล้วว่าเขาหมายถึงคอนเสิร์ตประจำปีเล็กๆที่ชมรมจะจัดขึ้นมา ปีก่อนเธอก็ได้ไปดูเขาร้องเพลงเช่นกัน ได้ให้ดอกกุหลาบเขาไปด้วย แต่สงสัยพ่อคนเนื้อหอมคงจะจำเธอไม่ได้

“พี่ร้องเพลงด้วย ไปดูพี่ร้องเพลงได้มั้ย”

“พี่ธันร้องกี่โมงคะ”

“ห้าโมงเย็นครับ ไปนะๆ พี่อยากให้องศาไปดู” เขาทำเนียนยื่นมือมาจับมือของเธอที่มีปากกาไฮไลท์อยู่ ยกขึ้นมาบีบอย่างอ้อนวอนพร้อมหน้าตาน่าสงสารเหมือนลูกหมากำลังขออาหาร

“ก็ได้ค่ะ แต่พาเจนกับซอไปด้วยนะ ไม่อยากไปคนเดียวอะ”

“ได้สิ แต่ว่าบอกก่อนนะว่าหน้างานมันมีขายกุหลาบดอกละสามสิบ องศาอย่าไปวีนคนขายนะคะ”
องศาหัวเราะ ดึงมือตัวเองออกจากมือของเขาอย่างนุ่มนวลโดยที่ชายหนุ่มก็ไม่ว่าอะไร เธอยอมให้เขาได้แตะตัวเธอนิดๆหน่อยๆแค่นี้ก็มากพอแล้วสำหรับคนคุย เธอพยักหน้าตอบรับตกลงว่าจะไปและไม่วีนใส่คนขายกุหลาบ พลางคิดในใจว่าเขาคงจำไม่ได้จริงๆว่าปีก่อนเธอก็เป็นหนึ่งในคนที่เอากุหลาบไปให้เขาในวันคอนเสิร์ต องศาระบายยิ้มออกมาน้อยๆให้กับโชคชะตาของตัวเอง

ใครจะคิดเล่าว่ารุ่นพี่ในฝันจะมาตามจีบเธอ ยิ่งเป็นคนที่ได้ชื่อว่าเจ้าชู้ตัวพ่อแต่กลับเขินอายเวลามาอยู่ใกล้ๆกัน ไม่ได้มีเรื่องผู้หญิงคนอื่นมาให้กวนใจเธอจนบวกคะแนนให้เขาไปเต็มลิมิตแล้ว แถมยังยอมเปลี่ยนสไตล์จากเลิกเรียนไปแทงพูลมาเป็นชวนเธอออกไปอ่านหนังสือด้วยกันในร้านกาแฟแบบนี้อีก

นี่มันเป็นยิ่งกว่าฝัน!

                                                                    •

แสงแดดยามห้าโมงเย็นลามเลียไปทั่วพื้นหญ้าที่นิสิตนักศึกษาจับจองพื้นที่นั่งคอยดูคอนเสิร์ตการแสดงจากชมรมดนตรี งานเริ่มจัดจากดนตรีอะคูสติกฟังสบายๆตอนห้าโมงเย็นแล้วค่อยๆเปลี่ยนแนวเพลงให้สนุกสนานขึ้นเรื่อยๆเมื่อตะวันตกดิน แต่ธันวารู้ว่าองศาไม่ชอบอยู่ข้างนอกตอนกลางคืน ที่เดียวที่เธอพอใจเมื่อมีดวงดาวอยู่เต็มฟ้าคือห้องนอนเล็กๆในคอนโดของเธอ เพราะฉะนั้นเขาจึงไปอ้อนวอนพี่ชมรมที่เป็นคนจัดคิวคอนเสิร์ตให้เขาได้เป็นคิวแรกในการขึ้นแสดง

ธันวาเห็นเธอแล้ว นิสิตผู้หญิงสามคนที่นั่งอยู่ห่างๆเวทีเยื้องไปทางซ้าย องศาอยู่ตรงนั้น ไม่ได้เกาะขอบเวทีเหมือนสาวๆคนอื่นที่พอรู้ว่าเขาจะขึ้นร้องเป็นคนแรกก็แทรกตัวเองมาให้อยู่ใกล้มากที่สุด แต่สายตาและรอยยิ้มที่เคยโปรยไปทั่วตอนนี้กับจดจ้องและตั้งใจส่งมันไปให้เธอเพียงคนเดียว องศาเห็นแล้วและน่าจะรับรู้ ถึงได้ยิ้มตอบกลับมาให้เขา ยิ้มจนตาปิด

รอยยิ้มที่ทำให้ธันวาไปไหนไม่ได้อีกเลย

You had me at first smile.

ยังไม่ต้องพูดสวัสดีหรอก แค่ยิ้มให้เขาก็ไปไหนไม่รอดแล้ว

“ฮัลโหล เทสต์” เพียงแค่เขาพูดเทสต์กับไมค์สามคำ เสียงกรี๊ดกร๊าดจากสาวๆและเพื่อนๆของเขาที่ช่วยเป็นหน้าม้าให้ก็ดังเกรียวกราวจนธันวาก้มหน้าเขิน แถมยังเหลือบมองคนที่เขาชวนมาด้วยสายตาขอโทษ แต่องศาก็ไม่ได้ทำท่าไม่พอใจอะไรเพียงแต่ยิ้มกลับมาให้เขาเหมือนเดิม

เอาเถอะ ใครจะกรี๊ดจะส่งเสียงเรียกพี่ธันสุดหล่อดังแค่ไหนก็ไม่สำคัญเท่ารอยยิ้มเงียบๆขององศาหรอก

“ฮัลโหลครับ ธันนิเทศปีสองนะครับ”

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

อะกรี๊ดกันให้พอ วันนี้เขาจะได้ร้องเพลงมั้ยเนี่ย

“วันนี้ผมร้องเพลงเดียวนะครับ หลังจากนี้น้องเต้จะมาร้องต่อ ฝากน้องด้วยนะครับทุกคน”

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
ครับ องศาหัวเราะใหญ่แล้วครับที่เห็นคนกรี๊ด ส่งเสียงเรียกพี่ธันๆกันไม่ให้ขาดสาย

“วันนี้ร้องเพลงน่ารักนะครับ ร้องให้คนน่ารักที่มาฟังวันนี้”

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

คนน่ารักที่สายตาธันวาจ้องอยู่ก้มหน้าต่ำ แต่ขนาดมองจากบนเวทีเขาก็ยังเห็นเลยว่าหูกลมๆของคนน่ารักตอนนี้แดงแค่ไหน

อ่า เขาก็เขินเหมือนกัน ถ้าองศาเงยหน้ามาดูตอนนี้จะเห็นว่าทั้งหน้าทั้งหูเขาก็แดงไปหมดแล้ว

                                  ‘น่ารัก เมื่อเธออยู่ใกล้ หวานหวานละไม นี่แหละใจของเธอ
                                ซ่อนใจฉันไม่กล้าเสนอ เกรงว่าฉันจะเก้อ เธอรักก่อน ได้ไหม’

ธันวาประสานสายตากับคนน่ารักของเขาที่นั่งยิ้มแก้มแทบแตกอยู่ไกลๆ เขาร้องเพลงไป ดีดกีต้าร์ไป แต่ก็ยิ้มแก้มแทบแตกไม่ต่างกัน ไม่เคยจีบสาวคนไหนที่ทำให้เขายิ้มได้ขนาดนี้เลย

                                 ‘หากรักบอกมาค่อยค่อย ขวัญฉันจะลอยลิ่ว ไปไกลแสนไกล
                              โธ่เอยขวัญฉันคงหวั่นไหว ยามเมื่อเห็นเธอใกล้ ใจฉันสั่นละเมอ’

“องศาตายยัง” เจนนิษฐ์เอ่ยแซวเพื่อนสาวที่นั่งตัวบิดอยู่ข้างๆ ได้ยินเสียงคนในคอนเสิร์ตบางคนที่พูดประมาณว่า พี่ธันเขาร้องให้ฉันแน่เลยแก เธอก็เผลอขำออกมาเพราะคนที่ธันวาร้องเพลงให้จริงๆกำลังเขินม้วนต้วนจนถ้าเป็นตัวเองเป็นเสื้อผ้าก็คงบิดจนแห้งไปแล้ว

                                        ‘ยิ่งคิดบางครั้งฉันก็ ท้อใจ ด้วยจนหนทาง
                                  รักเอ๋ย ช่วยเผยใจนาง เปิดทางให้บ้าง สร้างสะพานรัก’

“ซอ หน้าเราแดงมากป่ะ” สายซอขำเมื่อได้ยินคำถามของเพื่อน ไม่ต้องหันไปมองก็ได้คำตอบว่าต้องหน้าแดงมากอยู่แล้ว ผู้ชายมาร้องเพลงจีบต่อหน้าคนเป็นร้อย แต่สายตาพ่อคุณก็จับอยู่ที่เดียวไม่หันไปมองคนอื่นเลยจนตอนนี้หลายๆคนเริ่มสังเกตได้และหันมามองตามสายตานักร้องบ้างแล้ว

“แดงยิ่งกว่ากราฟหุ้นตกอีก”

                                  ‘ทอดไว้ ให้ใจฉันข้าม แล้วฉันจะตามติดเธอไปทุกทาง
                           บ่ายเย็นเช้าสายยามรุ่งสาง มอบใจรักเคียงข้าง จะไม่สร่างรักเธอ’

ถ้ายมฑูตเดินมาบอกเธอว่าตอนนี้เธอตายแล้ว องศาก็จะไม่แปลกใจว่าเธอตายได้ยังไง หัวใจเธอมันทำงานมากกว่าปกติซักสิบเท่าได้มั้ง รู้ตัวว่าหน้าแดงตัวแดงไปหมดแล้ว ตายอย่างสงบศพสีชมพูที่แท้จริง ตอนนี้เขาไม่ได้ร้องเพลงแล้วแต่กำลังดีดกีต้าร์อยู่ ชายหนุ่มไม่ได้หันมามองเหมือนตอนที่ร้อง แต่เขาก้มหน้าลงยิ้มอยู่กับกีต้าร์ หน้าแดงไม่ต่างกัน องศารู้ว่าเขาเขินมากแค่ไหนเพราะธันวากำลังกัดริมฝีปากล่างของตัวเองเหมือนทุกครั้งที่เขาเขินตอนสบตากับเธอที่ยิ้มจนตาปิดให้เขาตรงๆ

                                          ‘อยากรักแต่ใจไม่กล้า คิดมาเนิ่นนานรั้งรอ
                                    ท้อถอยจะพลอยเสียดาย ซักวันเขาหน่ายจะเจ็บใจนัก’

ธันวาอยากโยนกีต้าร์ทิ้งแล้ววิ่งลงไปหาองศาตอนนี้เลย ใครเห็นหรือเปล่าไม่รู้แต่เขาเห็นเพราะเขาจ้องเธอไว้ตลอด องศาชูสองนิ้วมากให้เขาอย่างรวดเร็วแล้วรีบเอาลงทันที เขาไม่ท้อแล้ว! น้องบอกสู้ๆ เขาจะไม่ท้อถอยให้พลอยเสียดายแน่ๆ

                               ‘น่ารัก เมื่อเธออยู่ใกล้ ฝันหวานละไม หลับในความสัมพันธ์
                               มอบใจของเธอให้กับฉัน ตราบชั่วนิจนิรันดร์ จะยึดมั่นรักเธอ’

เสียงปรบมือและกรี๊ดดังขึ้นทันทีที่เขาดีดกีต้าร์คอร์ดสุดท้ายจบ ธันวาก้มศีรษะเอ่ยขอบคุณทุกเสียงเชียร์ที่มีให้ถึงแม้วันนี้เขาจะไม่ได้มีสมาธิอยู่กับมันเลยก็ตาม สาวๆต่างเอากุหลาบดอกละสามสิบบาทที่ขายอยู่หน้างานเพื่อหาเงินเข้าชมรมมาวางไว้ให้เขาบนเวที ธันวาไม่ได้ก้าวขาออกไปรับมันเหมือนปีก่อนที่เขารับกุหลาบจากทุกคนด้วยมือของตัวเอง

แต่องศากำลังเดินมาพร้อมกุหลาบในมือ

เขาไม่ได้ฝันไปใช่มั้ยเนี่ย องศาซื้อกุหลาบมาให้เขาเนี่ยนะ?

“เดี๋ยว อย่าเพิ่งสิ” เขาเอ่ยออกมาดังๆพอที่จะทำให้คนแถวนั้นหยุดชะงักกันหมดรวมถึงองศาด้วย ทุกคนมองหน้าเขาอย่างงงงันที่อยู่ดีๆก็พูดอะไรไม่รู้ออกมาแถมยังดึงแจ็คกีต้าร์ออกมาแล้วเดินมาหยุดอยู่ข้างหน้าเวที

“ขององศาต้องให้พี่กับมือ”

ธันวายื่นมือออกไปหาคนที่อยู่ข้างล่าง รอให้กุหลาบดอกนั้นวางลงมาบนมือของเขา เสียงโห่แซวดังขึ้นทันทีที่เขาทำแบบนั้นลงไป องศาที่หน้าแดงไปหมดแล้วรีบยัดกุหลาบดอกนั้นใส่มือของเขาแล้วทำท่าจะวิ่งกลับออกไปทันที

เธออุตส่าห์ทำตัวให้เป็นปกติแล้วเดินเอากุหลาบมาให้เขาปะปนกับคนอื่นๆตามเสียงยุของเพื่อนแล้วนะว่าถ้าไม่เอาไปให้เดี๋ยวธันวาจะน้อยใจ ถึงแม้จะไม่อยากเป็นจุดสนใจแต่เธอก็อยากทำให้เขารู้ว่าเขาก็สำคัญกับเธอเหมือนกัน แล้วนี่อะไร ลงมารับกุหลาบด้วยตัวเองทั้งที่ของคนอื่นเขาก็ปล่อยให้วางๆไว้บนเวที

“เดี๋ยวครับ” ธันวาจับมือเธอไว้โดยที่ยังมีกุหลาบของเธออยู่ในมือเขา ชายหนุ่มทำราวกับว่ารอบข้างไม่มีคนอยู่ทั้งๆที่สายตานับร้อยกำลังจังจ้องมาที่เราสองคน เขายิ้มกว้างมากๆตอนกระโดลงมาจากเวทีลงมาจ้องหน้าเธอตรงๆโดยที่ยังไม่ยอมปล่อยมือ

“พี่ให้กุหลาบคนน่ารัก” เขายื่นกุหลาบดอกนั้นกลับมาให้เธอ อยากจะละลายลงไปกองกับพื้นตอนนี้ ไม่ก็หายตัวไปเลยเพราะตอนนี้เธอเขินมาก มากถึงมากที่สุด มากแบบที่ชาตินี้คงเขินกับอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้แล้ว

“รู้มั้ยว่าคนน่ารักควรถูกรัก”

“พี่ธัน” เธอเอ่ยเสียงอ่อน เขาชักจะแกล้งเธอมากเกินไปแล้ว ตอนนี้คนทั้งมหาลัยรู้แล้วมั้งว่าเขาจีบเธออยู่ นี่ยังจะมาหยอดคำหวานไม่จบไม่สิ้นอีกหรอ

“แล้วพี่ก็รักคนน่ารัก”

ตาย
ตายไปเล้ย

“ไม่พูดด้วยแล่ว” เธอหันหน้าหนีเขาทั้งที่พยายามกลั้นยิ้มจนแก้มแทบปริ แสงแดดยามห้าโมงเย็นที่กระทบตัวขององศาเขาว่ามันยังไม่งดงามเท่ารอยยิ้มของเธอตอนนี้ ธันวาบันทึกภาพนั้นไว้ในใจ คนน่ารักของเขาตอนนี้งดงามเหลือเกินราวกับไม่ใช่ความจริง

ถ้านี่คือความฝัน ธันวาจะไม่ยอมตื่นเด็ดขาด แต่นี่คือความจริง ความจริงที่ดีเสียจนเขาไม่อยากกลับไปนอนฝันด้วยกลัวว่ามันจะไม่ดีเท่าความเป็นจริง

“อยากมีแฟนเป็นคนน่ารัก”

องศาชะงักตัวที่กำลังจะเดินหนีเขาทันที เธอหันกลับมาหาคนที่ยังกุมมือเธอไว้ไม่ยอมปล่อย เขาไม่ได้พูดเสียงดัง แต่ก็ไม่ได้เบาเกินกว่าที่คนรอบในที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่จะไม่ได้ยิน

“คะ?”

“อยากมีแฟนชื่อองศาแล้ว เป็นแฟนกันนะ”

เธอยืนช็อค ไม่คิดว่าเขาจะมาขอเป็นแฟนกันโต้งๆแบบนี้


“ถ้าตกลงช่วยรับกุหลาบของพี่ไปหน่อย”

กุหลาบของเธอถูกยื่นมาข้างหน้าอีกครั้งท่ามกลางสายตาคาดหวังของผู้คนนับสิบ
ธันวาจีบลูกสาวเจ้าของฟาร์มดอกไม้ด้วยกุหลาบอีกแล้ว

“กุหลาบขององศาต่างหากเล่า”

เธอหยิบมันกลับมาหาตัวเอง ธันวายิ้มกว้างและทำท่าอยากคว้าตัวเธอเข้ามากอดเสียเหลือเกิน แต่ด้วยสถานที่แล้วคงไม่เหมาะ เขาเพียงแต่ลากเธอออกจากผู้คนที่กล่าวคำยินดี เป่าปากปิ้ดปิ้ว ร้องแซวตามมาเป็นระยะจนกระทั่งมาหยุดอยู่หน้าตึกเรียนที่ผู้คนไม่พลุกพล่านมากนัก เขาจึงคว้าตัวเธอมากอดแน่นๆหนึ่งทีก่อนจะปล่อยออกอย่างรวดเร็ว ใบหน้าเปื้อนยิ้มจนองศาหัวเราะ

“น่ารัก”


SHARE
Writer
Kyotoaddict
Daydreamer
I have a big dream,so I don’t need an alarm clock.

Comments