เลิกทาสกับการปฏิวัติตนเอง
ไม่ได้ยินคำว่า เลิกทาส มานานมากๆ  ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม วิชาสังคมฯ  รวบยอดตก ประมาณ 10 ปีที่แล้ว
ย้อนไปเมื่อ รัชกาลที่ 5  สมัยก่อน จะมีเจ้าขุนมูลนาย ซึ่งสะสม ทาส ไว้ใช้งาน และมีการซื้อขายทาสได้อีก ถ้าพ่อแม่เป็นทาส ลูกเกิดมาในเรือนเบี้ยก็ต้องเป็นทาสต่อ 

...พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า ฯ ได้ตราพระราชบัญญัติขึ้น เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2417 ให้มีผลย้อนหลังไปถึงปีที่ พระองค์เสด็จขึ้นเสวยราชสมบัติ จึงมีบัญญัติว่า ลูกทาสซึ่งเกิดเมื่อปีมะโรง พ.ศ. 2411 ให้มีสิทธิได้ลดค่าตัวทุกปี โดยกำหนดว่า เมื่อแรกเกิด ชายมีค่าตัว 8 ตำลึง หญิงมีค่าตัว 7 ตำลึง เมื่อลดค่าตัวไปทุกปีแล้ว พอครบอายุ 21 ปีก็ให้ขาดจากความเป็นทาสทั้งชายและหญิง


ยุคปัจจุบันจริงๆ เราเลิกทาสกันแล้วหรอ
เพราะบางที เรายังเป็นทาสกับอะไรอยู่ ลองสังเกตตัวเองดู
ไม่ต้องตอบใคร ตอบใจตัวเอง
ถ้าเราเลิกเป็นทาส บางอย่างได้ ชีวิตเราจะเบาลง
ภาระที่แบกไว้ จะน้อยลงและความคิด การตัดสินใจ เฉียบคมมากขึ้น
แต่มีทาสอย่างหนึ่งที่เราอนุญาติให้ตกเป็นทาสบ่อยๆ
คือ ทาสของความฝัน มันจะทำให้ เราขยัน ความเพียรนั้น จะนำเราสู่ความสำเร็จ
ไม่ว่าจะเพื่ออนาคตของตัวเองหรือคนรอบข้าง
ถ้าผลสำเร็จของมัน ไม่ได้ทำให้ใครตกอยู่ในอันตรายต่อร่างกายและจิตใจ การได้เป็นนายและบ่าวของตัวเอง จริงๆ มันรื่นรมย์ มากกว่าการที่เรา ต้องให้คนอื่นๆ มาบังคับ
เพราะถ้าเราสั่งตัวเองได้ ใช้ตัวเองเป็น
ดังที่หลวงพ่อกล้วย วัดป่าแห่งหนึ่งใน จ.ขอนแก่น ได้สอนไว้

มันสุดยอดเลยใช่ไหม
Yes Yes ^^

Ref:http://www.satit.up.ac.th/BBC07/AroundTheWorld/hist/51.htm
SHARE
Writer
iMeowHeng
freehug in Thailand
I don't care GPA but hug or diary

Comments