วงกลม+วงกลม=เส้นตรง
1+1=2
2×4=8
นั่นคือคำตอบของสมการตามหลักคณิตศาสตร์
ชาย+หญิง=ทารก
ลาตัวผู้+ม้าตัวเมีย=ล่อ
อีกครั้งกับคำตอบที่ยากจะเป็นอื่น
แล้วถ้าหาก...เป็นคำถามนี้ คำตอบของเรายังจะเหมือนกันหรือเปล่า คำถามที่ว่า

ชีวิตที่เวียนวนซ้ำไปซ้ำมานำไปสู่คำตอบใดเอาล่ะสิ คำถามโลกแตกมาอีกแล้ว คำถามปลายเปิดไม่มีถนน ไม่มีไฟบอกทางให้ก้าวเดินไปสู่จุดหมาย บางขณะฉันก็อดหวั่นใจไม่ได้ว่า สุดท้ายตัวเองจะหลงทางเหมือนคนหลงป่าเมื่อระลึกถึงคำถามดังกล่าวขึ้นมา แต่จะให้เลิกถามแล้วแกล้งลืมไปมันก็พาใจให้รู้สึกหดหู่อยู่พิลึก ทำไมน่ะหรือ เพราะคำถามที่แต่ละคนสามารถพบคำตอบไม่เหมือนกันแบบนี้แหละที่ทำให้ฉันรู้สึกว่า ชีวิตนี่ ช่างน่าสนุกเสียจริง สมการของแต่ละคนช่างไม่ตายตัว ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่า
ตัวเองวันนี้+ตัวเองวันพรุ่งนี้=อะไร
หรือหากจะบอกว่า=ตัวเองวันเมื่อรืน อา มันก็ใช่ แต่...คำว่าตัวเองวันเมื่อรืนของคนแต่ละคนก็ย่อมไม่เหมือนกันอยู่ดี แล้วอะไรคือความต่าง ในเมื่อทุกวันนี้ เราหลายๆคนต่างก็ใช้ชีวิตตามระเบียบแบบแผนของสังคม
1) เข้าเรียนอนุบาล
2) เข้าเรียนประถม
3) เข้าเรียนมัธยม
4) เข้าเรียนมหาวิทยาลัย
5) เข้าทำงาน 5 วันต่อสัปดาห์
6) หยุดพัก 2 วันต่อสัปดาห์
7) อายุ 60 เกษียณ
ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าจากประชากรทั้งหมดบนโลก มีกี่คนที่เข้าคอสหลักสูตร 1-7 แต่ถึงไม่ใช่ ถึงมีใครสามารถแสวงหาหลักทางอันนอกเหนือจากนี้ได้ ชีวิตก็ยังคงไม่พ้นต้องวนเวียนซ้ำไปซ้ำมากับอะไรสักอย่าง อย่างน้อยที่สุดพื้นฐานแห่งชีวิตก็ดำรงอยู่บนวิถีทางแบบนั้น
การหายใจ
นั่นสินะ นี่ฉันที่เอาแต่ตั้งคำถามกับความซ้ำซากก็เกือบลืมไปว่า กำลังยืมจมูกความซ้ำซากหายใจอยู่ทุกวินาที
แล้วแบบนี้ คำถามที่ผ่านมาทั้งหมดมันก็ไร้ความหมายน่ะสิ นี่ชีวิตฉันจะต้องวนเวียนแบบนี้จนกว่าจะหมดสิ้นอายุขัยจริงหรือ
แล้ววันหนึ่งโชคชะตาก็มอบคำใบ้มา ฉันได้พบประโยคอันมีที่มาจากนักปรัชญาแห่งโลกตะวันตกนามเฮราคลีตุส มีใจความประมาณว่า
ไม่มีใครจะหยั่งเท้าสู่ทนีสายเก่าเป็นหนที่สองได้
แล้วฉันก็ลองเปรียบชีวิตประจำวันเป็นการหยั่งเท้า เปรียบการหายใจเข้าออกเป็นการหยั่งเท้า แล้วเปรียบวันเวลาที่ครั้งหนึ่งเคยดูเหมือนจะวนเวียนกลับมาที่เก่า ให้เป็นเหมือนกระแสน้ำ น้ำที่ไม่ไหลย้อนกลับเพียงมุ่งสู่มหาสมุทร วันคืนที่สว่างและมืดเพื่อให้ถึงวันที่ดวงอาทิตย์จะแตกดับ
บางทีนั่นเองที่เป็นคำตอบแห่งชีวิตของฉัน ชีวิตที่ดูเหมือนวงกลมเมื่อมองจากเบื้องบน พอเมื่อฉันมองจากด้านข้างก็พลันพบว่า แท้ที่จริง มันกลับเป็นขดเกลียวม้วนซ้อนกันคล้ายขดลวดสปริง รอคอยให้ดึงมันจนเหยียดยาวออกมาเป็นเส้นตรง คาบ รอบ วัน เดือน ปี ทั้งหมดนั้นก็หายไป กลายเป็นเรื่องราวต่อเนื่องอันน่าสนเท่ห์ไม่เหมือนใครขึ้นมา ถึงจะน้อยนิด แต่ตลอดมาชีวิตก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความหมายซึ่งค่อยๆพัฒนาและเติบโตด้วยหยดน้ำแห่งกาลเวลา เกิดเป็นความชำนาญในการทำงาน เกิดเป็นความถ่องแท้ในชีวิตประจำวัน เกิดเป็นความเข้าอกเข้าใจในความสัมพันธ์ กาลเวลาไม่ใช่สิ่งชั่วร้าย ไม่ใช่คุกคุมขังหรือกับดักวังวนของฉันอีกต่อไป หลายสิ่งหลายอย่างต้องพึ่งพาเวลา พึ่งพาการเอาใจใส่ พึ่งพาความเสมอต้นเสมอปลาย พอมาคิดๆดูอย่างละเอียดถี่ถ้วนเข้าแล้ว ฉันล่ะอยากจะขอบคุณเวลาเสียจริง หากเวลาเป็นคนผู้เข้าใจภาษาของฉันได้ ขอบคุณที่ไม่เบื่อกันมาจนทุกวันนี้ ขอบคุณที่ใจเย็นค่อยเป็นค่อยไป และขอบคุณที่จะไม่จากไปไหน จนกระทั่งวาระสุดท้ายอันเป็นจุดหมายของพวกเรา
SHARE
Writer
WindLiu
Walker
In the story

Comments