"เก็บประสบการณ์...งานบริษัท"
ปิดซัมเมอร์นี้ฉันไม่ได้ลงเรียนวิชาอะไร ว่างมากค่ะ ดังนั้นแม่เลยบอกให้ฉันมาทำงานที่บริษัทที่พ่อทำงาน หาเงินไปพลางๆ เลยมาเล่าให้ฟังค่ะ!

   ไม่ได้มาเขียนนานอีกแล้ว ที่หายไปคือเรียนหนักค่ะ แม้เกรดจะขี้ริ้วมากก็เถอะ (ยิ้มแห้ง)

   พอดีไม่ได้ลงเรียนช่วงปิดเทอมเหมือนเพื่อน ฉันเลยว่างงงงงงง มากค่ะ!

   พอดีที่ช่วงนี้พ่อฉันป่วยบ่อยเพราะความดัน (ล้มไปก็หลายครั้งทำเอาใจหายหมดเลยค่ะ) แม้แม่จะแซวว่าเป็นโรคกระเซาะกระแซะก็ตาม แต่ยังไงก็ต้องมีคนคอยจับตามองไม่ให้เผลอล้มแล้วไม่มีใครรู้จนรักษาไม่ทัน

   ดังนั้นที่บ้านก็ไม่มีใครอยู่ ฉันที่ว่างก็เลยต้องมาอยู่กรุงเทพกับพ่อแม่ จะให้ไปนอนอืดทั้งวันที่บริษัทก็น่าเกลียด พ่อแม่เลยส่งฉันไปช่วยงานก๊อกๆ แก๊กๆ แก้ขัด

   แรกๆ ก็หงุดหงิดมากค่ะ เพราะเราติดนอนสายจากเวลาที่หยุดพักมาหลังสอบเสร็จ ตื่นเช้า กลับเย็น นอนเร็ว เล่นเอารวนๆ ไปเหมือนกัน 555

   บริษัทนี้ทำงานตั้งแต่ 8 โมงเช้า - 5 โมงเย็น เพราะเป็นบริษัทเล็กๆ เลยทำงานตลอดทุกวัน หากเป็นพนักงานระดับต่ำก็ทำงานทุกวัน แต่คนทำงานออฟฟิศหรือหัวหน้าก็สามารถหยุดวันอาทิตย์ได้หนึ่งวันค่ะ (ฉันก็หยุดได้วันเดียว กระซิก)

   แผนกที่ฉันทำคล้าย...แผนกต้อนรับ ประชาสัมพันธ์ จัดการบุคคล แอบเหมือนเลขาอีกนิด สรุปคือแผนกประสานงานค่ะ ทำทุกอย่างเท่าที่แยกร่างได้ จิปาถะสุดๆ

   เพราะบริษัทไม่ใหญ่ คนน้อย ใช้อะไรได้ก็ใช้ ขนาดจะเบิกยาเบิกของถามหาคนก็ต้องเดินมาถามที่นี่ค่ะ ทั้งที่มีคนดูแลแค่ 4 คนเอง

   แผนกฉันประกอบด้วย พี่หัวหน้า พี่สาว น้องสาว และฉันค่ะ มีผู้ชายคนเดียวคือพี่หัวหน้า 555

   ฉันกับน้องสาวอายุห่างกัน 1-2 ปีได้ เธอเป็นแฟนลูกชายเจ้าของบริษัทค่ะ คบกันตั้งแต่อยู่ม.2 จนตอนนี้จบมัธยมก็มาทำงาน ฟังคนในโรงงานเขาคุยกันมาอีกที เราก็หูพึ่งไปสอดรู้มาค่ะ อิอิ

   แต่ฉันก็ไม่ได้สนิทอะไรกับพี่น้องในแผนก ก็พึ่งมาแถมไม่ค่อยได้คุยกันด้วย ต่างคนต่างอยู่ในโลกตัวเอง

   บริษัทเล็กก็มีบรรยากาศแบบหนึ่งค่ะ อารมณ์แบบเพื่อนบ้านหรือครอบครัว เอะอะโวยวายแซวกันยิ่งกว่าคณะตลกอีก อยู่ไปก็แอบขำไป เขาคุยกันหยาบๆ แต่ตรงไปตรงมา น่ารักดีค่ะ

   เสียก็แต่ฉันไม่ค่อยได้ทำงานเลยค่ะ บางวันนี่ไปนั่งเล่นทั้งวันเลย (ง่วงมาก อยากนอนแต่ก็เกรงใจ นั่งเล่นคอมทั้งวันเลยค่ะ เหอๆ) งานน้อย พ่อบอกงานจะมาเป็นช่วง พอจะมีก็วุ่นวาย พอไม่มีก็ว่างแบบนี้แหละ แผนกพ่อน่ะบางทีครึ่งวันว่างเขาก็ตำส้มตำกินไม่ก็นอนกับเป็บแถบเลยค่ะ 555

   พี่ๆ เขาก็ทำงานไปเรียนไป พี่หัวหน้าเขาจบรามมา เขาว่าที่เรียนนี่เพราะสามารถทำงานไปด้วยได้ เขาก็มาคุยเล่นเพราะฉันชอบเล่นเกม ทำกิจกรรมที่ผู้ชายชอบทำ พี่เขาบอกว่าฉันแมนมากค่ะ (ดีใจไหมเนี่ย...)

   วันแรกที่ทำงาน ฉันเกร็งมากๆ ค่ะเพราะโต๊ะทำงานฉันติดประตู คนเข้าๆ ออกๆ เป็นว่าเล่น ประกอบกับเราทำอะไรไม่ถูก ไม่มีงานทำด้วย ก็เลยรู้สึกแย่ค่ะ

   เพราะคนพลุ่กพล่านทำให้ขาดสมาธิ แถมฉันก็ไม่มีของเต็มโต๊ะกั้นสายตาเหมือนคนอื่น วันถัดไปฉันเลยตัดสินใจแบกโน้ตบุคไปที่ทำงาน เปิดจอบังสายตาค่ะ เพราะไม่มีอะไรบัง เวลาฉันเล่นโทรศัพท์ทีไรแอบรู้สึกเหมือนพนักงานขี้เกียจชอบอู้ค่ะ ไม่โอเคสุดๆ 555

   หลังจากนั้นก็เริ่มคุ้นกับงานมากขึ้น น้องสาวเป็นคนเช็คอีเมลบริษัทและคอยรับโทรศัพท์ พี่สาวเป็นฝ่ายเอกสาร พี่หัวหน้า...ก็งานหัวหน้าอ่ะ ส่วนเราส่วนเกิน หน้าที่ก็ตามแต่จะประทาน แต่ส่วนมากก็ทำเอกสารเช็คเอกสารอะไรทำนองนั้น

   ชีวิตคนในโรงงานก็ค่อนข้างเรียบง่ายเหมือนคนสมัยก่อน เพราะเรียนกันไม่มาก ก็พากันแต่งงานเร็วบ้างอะไรบ้าง แต่ก็ถือว่าไม่เลวร้าย ทุกคนก็ดีค่ะเพราะเราก็คุ้นกับสังคมแบบนี้บ้าง สมัยที่ยังเด็กก็มาอยู่ที่นี่บ่อยๆ

   แต่ฉันไม่สนใจใคร แม้ป้าฉันจะแซวว่ามีผู้ชายมอง แต่ฉันก็ไม่สนใจ อีกอย่างนิสัยฉันไม่ได้ชอบอะไรฉาบฉวย ขนาดจะคุยกับใครฉันยังไม่ค่อยคุยเลย เรื่องสานรักอะไรตัดไปได้เลย

   จนถึงทุกวันนี้ก็สงบสุขดีค่ะ ไม่นับช่วงเกรดออกนะคะ จะขาดใจตาย...เหอๆ
SHARE
Written in this book
Book of the Life
บันทึกในหนึ่งชีวิตของเด็กผู้หญิงมึนๆ งงๆ คนหนึ่ง
Writer
Bambie
Somebody knows.
I don't like the rain, but when you gave me an umbrella with a smile... In that second, I fell in love with you. "พื้นที่นี้คือกระดาษและปากกาของเรา"

Comments