-Memory of my Family -ชีวิตคนกลางๆของผม #พี่ชาย,ดักกบ,ดักหนู #1
                ผมมีชีวิตที่กลางๆมาก และชีวิตกลางๆของผมก็ส่งผลดีต่อผมมากที่สุด 
ผมเป็นลูกคนเดียวของพ่อแม่ แต่เป็นหลานคนกลางของครอบครัว ในตอนเด็กครอบครัวของผมและยายยังไม่แยกออกจากกันพวกเราอาศัยอยู่ด้วยกัน ผมมีพี่สาวพี่ชาย ห้าคน มีน้องสาวอีกสามคน แต่ที่น่าจะเป็นรุ่นเดียวกันจริงๆ ห่างกันเพียงสองสามปี ก็มีแค่พี่ชายหนึ่งคนที่ห่างจากผมสองปีและน้องสาวที่ห่างจากผมสามปี 
               การเป็นหลานคนกลางของผมทำให้ผมมีนิสัยต่างจากคนอื่น ผมไม่ชอบไปเที่ยวนอกบ้านเหมือนพี่ชาย ไม่เกเร เพราะรู้ว่าถ้าเกเรแล้วจะโดนอะไร ผมเคยเห็นพี่ชายโดนมะเหงกของ      ลุงบ่อยๆเพราะเกเร ดั้งนั้นผมเลยไม่คิดจะเกเรถ้าตีถ้าต่อยกับใครมากนัก แต่ก็ไม่ใช่ว่าผมจะไม่ใช่ตัวแสบ เพราะทุกครั่งที่มีเรื่องหรือใครมารังแกผมก็ให้พี่ชายของผมไปจัดการให้บ่อยๆ จำได้ว่าพี่ชายคือหัวโจ๊กแก๊งอันตพารเด็กตั้งแต่เล็กจวบจนกระท่ังมันโตจนปานนี้ และจำได้ครั่งหนึ่งเป็นเห็นการณ์ที่จำได้ไม่ลืม มีเด็กข้างบ้านคนหนึ่งเขาเกิดมาโดยโรคลิ้นหัวใจอะไรสักอย่าง ส่งผลให้เขาเป็นเด็กออสทิสติก ตอนนั้นผมและพี่ชายน่าจะอยู่อนุบาลสองและปอหนึ่ง เขามาเล่นที่บ้านผม ผมและพี่ชายกำลังนั่งไกลชิงช้าหลังบ้านเขาเดินเข้ามา แล้วก็เขกหัวผมและพี่ชายโดยไม่มีสาเหตุ ผมและพี่ชายจำได้ไม่ลืมและแค้นมาก วันต่อมาเราสองคนเลยชวนเด็กคนนั้นมาเล่นด้วย หลังจากนั้นจึงรุมเขกหัวเจ้าเด็กคนนั้นจนร้องไห้หนีกลับบ้านไป 
             พี่ชายมีความเป็นผู้ชายสูงมาก เขาคือพี่ชายที่เป็นที่พึ่งได้นิดหน่อย แต่ออกจะโง่ด้านการเรียนสักนิด เขาชอบโดนลุงตีบ่อยๆเพราะสอนอ่านสอนเขียนไม่ได้ต่างจากผมที่เรียนเก่งมาแต่เด็กนั้นทำให้เขาโตขึ้นมาแล้ว เกลียดกลัวการเขียนและอ่านหนังสือเขาเขียนหนังสือด้วยลายมือคล้ายเด็กประถมแม้แต่ตอนนี้เขาก็ยังเขียนวันพุธผิด เขาเขียนวันพุธ เป็น วันพุด แต่นั้นไม่ใช่ประเด็นหรอก พี่ชายของผมถึงแม้นจะโง่ด้านการเรียนอย่างถึงที่สุดจนครอบครัวยกให้เขาเป็นตัวโง่ประจำบ้านมันทำให้ผมคิดว่า นั้นแหละทำให้เขาเรียนไม่เก่งเพราะครอบครัวของเรา ดูถูกเขาอยู่บ่อยๆ แต่ผมเชื่อ เขาไม่ได้โง่อย่างที่ทุกคนว่าหรอก ถึงแม้นว่าเขาจะไม่ได้เก่งด้านการเรียนแต่เขาก็เก่งด้านอื่นๆ เขาเก่งด้านการหาอาหาร เขาเก่งด้านการทำงาน และเขาทำงานเป็นทั่งที่ไม่ต้องเรียนมาเขาเรียนรู้ ฝึกทำแล้วก็จำ 
              ในสมัยเด็กเขาต้องตื่นแต่กลางดึกเพื่อไปหากบ ใช่แล้วครับหากบ ผมไม่รู้ว่าเขาคิดยังไงถึงได้ออกไปหา เพราะคนที่กินกบก็มีแค่ยาย น้องสาว และทุกคน ยกเว้นผม ผมไม่กินกบ แต่เขาไปหากบ   ในการหาของเขา เขาจะมีไม้ไผ่สานทำเป็นรูเล็กๆให้กบเข้าและออกไม่ได้ เราเรียกว่า "แงบ" เป็นเครื่องมือชนิดหนึ่งที่ใช้ในการดักกบ ในก่อนวันที่เขาจะไปดักกบ เขาจะทำเหยื่อล่อโดยการไปขอปลาตัวเล็กๆจากลุงหรือชาวบ้านมา ที่ปลาที่เราไม่ค่อยนิยมกินมาทั่งที่เน่าและยังสดอยู่ เขาจะเอามาสับจนละเอียด กลิ่นของมันนี้ทำให้ผมอยากจะเดินหนีไปไกลๆซะได้ก็ดี กลิ่นของมันทั่งเน่า เหม็น และคาว เขาสับจนมันละเอียดแล้วก็ตักเข้ายัดเก็บไว้ในตู้เย็น พอกลางดึก เขาก็จะออกไปดักกบ โดยการดักกบของเขา เขาจะทาเหยื่อล่อปลาสับเน่าๆนั้นทาที่ปากของแงบ พี่ชายบอกผมว่ายิ่งกลิ่นเหม็นมากกบก็ยิ่งได้กลิ่นมาก และมันก็ชอบกลิ่นแบบนี้ที่สุด 
เขาจะหาที่ ที่มีน้ำและโคนนิดหน่อย ขุดดินลงไปพอให้แงบของเราลงไปอยู่ได้ หลังจากนั้นจึงใช้ดินและโคลนกลบลงไปตามตัวแงบทำให้คล้ายๆเป็นเพิงดินและมีรู้ แล้วก็ใส่ไปตามจุดต่างๆ ครั่งๆหนึ่งพี่ชายใส่แงบรอบละประมาณคร่ังละสิบอันได้ พอเช้ามาเขาก็ไปเก็บเอามาแงบนั้นมาแล้วเอาออก แงบที่ดัก ส่วนมากจะได้กบและอีกส่วนจะได้งู ไม่ก็คางคก และเขียด ต่างๆ มีครั่งหนึ่งที่ผมฮึดมาก อยากจะออกไปดักกบอย่างพี่ชายบ้าน จึงขอให้ตาทำที่ดักกบให้บ้าง เขาทำให้ผมอันใหม่เลยและผมก็ไปดักกบบ้าง ที่ไปเพราะอยากได้คำชมจากยายเหมือนพี่ชายบ้างทั่งที่ตัวเองไม่กินกบ พอออกไปดักเช้ามาก็ไปเก็บแงบกับมา ของพี่ชายมีกบและสัวต์อื่นอีกนิดหน่อย ส่วนของผมเต็มไปด้วย คากคง และผมก็ทิ้งมันไว้อย่างนั้นแหละ ไม่คิดจะแตะและทำอะไรจนกว่ายายจะจัดการมัน พอวันต่อมาผมก็ล้มเลิกความอยากเป็นลูกผู้ชายและคำชมจากยาย กินทอดไข่และมาม่าไปตามมีตามเกิดดีกว่า พี่ชายไม่ใช่แค่ดักกบเป็น เขาหาปลาเก่ง แต่ไม่เก่งเท่าพ่อผมหรอก เขาหานก หาสัตว์ปลาต่างๆ ถึงขนาดหาหนูได้ ต้องเรียนก่อนว่า หนูที่กิน ไม่ใช่หนูอยากที่พวกคุณเคยเห็นทั่วไปตามบ้านหรอกนะ หนูที่กินเป็นหนูจากท้องนา พวกมันกินข้าวเป็นอาหาร และเป็นศัตรูตัวฉกาจของชาวนาอย่างที่สุด วิธีการล่าหนูพวกนี้มีหลายวิธี ที่ผมรู้จักคือการเผาทุ่งหลังจากเกี่ยวข้าวเสร็จแล้วก็รอไล่จับ มีการดักด้วยการวางกับดักเป็นอุปกรณ์ดักหนูเป็นเหล็กชนิดหนึ่งต้องระมัดระวังมากในการดักหนู แค่หนูเดินไปแตะไอ้เจ้าตัวกับดักนั้นก็จะหนีบตัวหนู ให้มันหลุดไม่ได้หนีไม่ได้ และมันทั่งคมและอันตรายผมเคยโดนมันหนีบที่เล็กครั่งหนึ่ง สรุปเล็บหายใช้เวลานานกว่าเล็บจะขึ้น และมีการยิงโดยใช้ปืน ที่เห็นเป็นปืนที่ต้องใช้ดินปืนเวลายิงเสียงดังมากกลิ่นก็ไม่น่าพิศมัยเท่าไร พี่ชายบอกว่ามีส่วนหนึ่งของดินปืนทำมาจากขี้ของค้างคาวด้วย ที่รู้ก็มีแค่นี้แต่ไม่รู้วิธีการโดนละเอียดเขาหากันได้ยังไง 
          โดยหนูนาที่ว่าจะมีตัวขนาดใหญ่มาก บางตัวใหญ่เท่ากับแมวเลยก็มีเป็นเมนูที่หลายคนบอกว่าอร่อยส่วนผมนั้นเหรอ ไม่กินยังไงก็ไม่กิน ผมไม่กินของอะไรแปลกๆแบบนี้อยู่แล้ว เมนูหนูของยายคือการย่างและการอ่อมใส่ผักชี การย่าง หลังจากที่ได้หนูมา พี่ชายเป็นคนไปหา โดยการดักหนู เวลาเอามายายต้องค่อยๆแงะตัวหนูออกมาอย่างระมัดระวังเลือดนี้เต็มไปหมด บางตัวก็ตายบางตัวก็ไม่ หลังจากนั้นยายก็จะทำการ จัดการมัน โดยการเอามันไปเผาให้ดำ กลิ่นไหม้ของขนมันนี้สุดยอดจริง หลังจากนั้นก็จะใช้มีดขูดเอาเศษขนออกให้สะอาด แล้วก็ทำการควักใส้ ล้างน้ำจนเหลือแค่ตัวหนูจริงๆ แค่จึงเก็บเอาใส่ตู้เย็น ส่วนวิธีการทำอาหาร เมนูยายมีสองอย่างหลักๆอย่างที่บอก คือ ย่างและก็อ่อม 
          การย่างของยาย ยายจะนำหนูที่แช่นั้นแหละออกมาทิ้งไว้ละลายน้ำแข็ง หมักด้วยเกลือกระเทียมซอสน้ำปลาและผงชูรสรสดี หมักจนเครื่องปลุกเข้าไปที่เนื้อ หลังจากนั้นก็ค่อยเอาไปย่างเตาถ่าน ค่อยๆพลิกไปพลิกมา ตอนที่ย่างกลิ่นหอมของเนื้อหนูมันจะลอยไปทั่วทั่งบ้านกลิ่นกระเทียม กลิ่นคล้ายๆไก่ย่างแต่หอมกว่ามาก จนบางครั่งผมอยากจะทำลายกฏโดยการไปร่วมแจ้มหนูนาย่างของยายเหลือเกิน เมนูหนูนาย่างของยายจะหมดตลอด พี่ชาย น้องสาวจะคอยบอกว่า รสชาติของมันจะเหมือนกับรสเนื้อไก่ แต่จะอร่อยกว่าเนื้อไก่ แล้วน้องสาวก็จะค่อยคอดผมว่า พี่นะไม่รู้จักของอร่อยอะไรเลยเสียชาติเกิดถ้าไม่ได้กินมัน ผมก็ได้แต่เหอะใส่หน้า แล้วก็กินอาหารของผมต่อไป 
ส่วนการอ่อมนั้น ย่างจะนำหนูไปย่างก่อน หรือไม่ย่าง หันเป็นชิ้นเล็กๆคล้ายเนื้อหมู ต้มน้ำให้เดือดแล้วก็ตำพริกกับเกลือลงไปละลายในน้ำต้มเดือดน้ำที่ใส่จะใส่ปริมาตรนิดเดียวไม่เยอะเท่าใส่แกง  ใส่เครื่องต่างๆลงไปอาทิ มะเขือเปราะพร้อมกับเนื้อหนู ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะขามเปียก น้ำปลาร้า และผงชูรส จนมันกลมกล่อมจึงใส่ ผักชีลาวกำใหญ่ลงไป กลิ่นหอมของผักชีจะดับกลิ่นคาวของเนื้อหนูและหอมน่ากินมาก  ปกติผมก็ชอบกินแกงอ่อมผักชีมากแต่เนื้อส่วนมากจะเป็นเนื้อหมูและเนื้อไก่ แต่ไม่ใช่ผมไม่เคยกินเนื้อหนูนะ
        มีอยู่ครั่งหนึ่งผมโดยพี่ชายคนโตหลอกให้กินเนื้อหนู หนูที่ได้มาครั่งนั้นตัวใหญ่มากเพราะพี่ชายไปล่าโดยการยิ่งเอาตามต้นไม้ เขาเอากลับมาบ้านแล้วก็ทำไป ผมด้วยความเป็นเด็กและหิวมาก วันนั้นเขาทำผัดกระเพราผมเลยลองกินไปหน่อยๆ เขาโกหกผมว่ามันคือเนื้อหมู ผมกินไปกัดโดนกระดูกเล็กๆ รู้เลยว่าไม่ใช่ จะโกรธก็โกรธไม่ได้กินของเขาไปแล้ว แต่ก็ไม่แตะไม่กินอีกเลย 

ส่วนเรื่องของของพี่ชายคงจะจบไว้เท่านี้ก่อนมีอีกมากที่อยากจะเล่าแต่จะเล่าอย่างไรก็คงไม่หมดเพราะหลายเรื่องเหลือเกิน ชีวิตของพี่ชายตอนนี้ก็ไม่ได้ดีมากนักเป็นคนใช้แรงงานคนหนึ่งวุฒิการศึกษาก็จบแค่มอสามอ่านไม่ค่อยออกเขียนไม่ค่อยได้ เคยติดยาอยู่ครั่งหนึ่งกว่าจะดึงกลับมาได้ ที่เป็นอย่างนี้ก็คงเพราะเสียพ่อและแม่ไปแต่เด็ก ด้วยภัยธรรมชาติ สินามึ แม่ของผมเลยเลี้ยงเขาเสมือนลูกคนหนึ่ง ส่วนยายในขณะที่ชีวิตของผมกำลังไปได้สวย ยายก็บอกว่าในวันที่ยายตายไปแล้วขอฝากพี่ชายคนนี้ไว้ให้ดูแลไว้ด้วย สำหรับความคิดผม ผมก็คงต้องดูแลเขาอยู่แล้วหล่ะ เขาก็เปรียบเสมือนพี่ชายแท้ๆ ของผมถึงว่ามันจะชั่วสักหน่อยแต่มันก็พี่ผม ขอลาไปก่อนเจอกันเรื่องต่อจากนี้แหละ น่าจะเป็นน้องสาวของผมเอง
SHARE
Writer
My_Secrets12
Read
Everything

Comments