รับน้องวิศวะเกษตร
ล่ามวิศวะ ... Mission Impossible {แทรก 2}

แทรก 2 โลกของผู้แข็งแกร่ง
แยกจาก ตอน 6 รับน้อง https://goo.gl/AjF2cp

ตอนเป็นน้องใหม่วิศวะเกษตร น้องปีหนึ่งทุกคนต้องแต่งชุดนิสิต เสื้อขาว กางเกงผ้า ผูกไทด์สีเขียวมีตราเกียร์ (เฟือง) สัญลักษณ์คณะวิศวะ ถือแฟ้มสีเลือดหมู scarlet สีประจำคณะ พี่ๆจะบอกเสมอ เห็นใครถือแฟ้มแบบนี้ให้เข้าไปทัก ชวนขึ้นรถกลับบ้านด้วยกัน ช่วงประชุมเชียร์นี่แหละที่เรารู้จักกันเยอะ แม้ว่ารุ่นเรามีกันเกือบพันคนก็ตาม ซึ่งไทด์และแฟ้มสีเลือดหมูนี้ อาจารย์เป็นผู้มอบให้เราในการประชุมเชียร์ครั้งแรก ตอนนั้นเราเริ่มรู้แล้ว คำว่าวิศวะมาจากวิษณุ หรือพระนารายณ์ เทพเจ้าผู้สร้างสิ่งต่างๆในโลก เกียร์คือสัญลักษณ์ของวิศวะ ทุกคนอยากได้มาห้อยคออวดสาวๆ แต่เกียร์ที่ว่านี่ไม่ใช่เอาเฟืองอะไรก็ได้มาห้อยคอ ต้องเป็นอันที่ได้รับหลังผ่านการรับน้องวิ่งประเพณี โดยตอนเย็นๆเราต้องเข้าหัวลำโพง ห้องประชุมเชียร์อบซาวน่าของคณะ แหกปากร้องเพลง จำเนื้อเพลงบูม เพลงเชียร์คณะ เพลงบูม เพลงประจำมหาลัยให้ได้ ถ้าจำไม่ได้ ร้องผิดร้องถูก หรือร้องไม่พร้อมกัน ก็จะโดนรุ่นพี่สั่งลงโทษ ก้มหน้า วิดพื้น สก็อตจั้ม เย้ยหยันเรียกพวกเราว่า “ไม่ได้เรื่อง” “ไม่เอาไหน” “เหลวเป๋ว" “ไอ้รุ่นสังขยา” “ไอ้รุ่นน้ำจิ้ม” หรือที่เรียกรวมๆว่า "ว๊าก" นั่นแหละ ตามแต่ความคิดสร้างสรรค์จินตนาการด้านทำลายล้างของรุ่นพี่จะนึกออก ทั้งว๊ากเดี่ยว ว๊ากหมู่ รุมว๊าก ว๊ากรับส่งต่อกันเป็นทอดๆ หรือว๊ากพร้อมๆกันดังเซ็งแซ่หัวลำโพง และที่สำคัญรุ่นพี่ยังได้สอนเราถึงความหมายของคำว่า SOTUS ความเป็นรุ่นพี่รุ่นน้อง สายใยที่ยึดเหนี่ยวเหล่าวิศวะเกษตร

S seniority การเคารพรุ่นพี่รุ่นน้อง
O order ระเบียบวินัย
T tradition ประเพณี
U unity สามัคคี
S spirit ความมีน้ำใจ

พวกเราแหกปากร้องเพลง โดนว๊าก โดนเย้ยหยัน โดนทำโทษ ในหัวลำโพงซาวน่า เหงื่อออกท่วมตัว ออกแล้วแห้ง แห้งแล้วออก ออกแล้วออกอีก จนเสื้อเปียกชุ่ม กว่าจะเลิกประชุมเชียร์แต่ละครั้งก็สองสามทุ่ม เราเหนื่อยด้วยกัน (เหนื่อยชิหาย เหนื่อยโคตรๆ ไหนวะรับน้องแบบวันวานยังหวานอยู่ ในนิยายรักนักศึกษาของ เฮียศุภักษรอ่ะ) หิวด้วยกัน กินข้าวห่อด้วยกัน แล้วก็นั่งรถเมล์กลับบ้านดึกๆด้วยกัน นี่แค่ประชุมเชียร์รับน้องคณะ ถ้าใครอยู่หอพักในมหาลัยนี่อ่วมกว่านี้ รุ่นพี่หอท่าน(มัน)ก็ช่างรักน้องซะเหลือเกิน รับกันทุกวัน รับกันแทบทั้งคืน อาจารย์ท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนรับกันหนักกว่านี้ รับกันทั้งปี จนจะขึ้นปีสองนั่นแหละถึงเลิกรับ มิน่าล่ะเด็กเกตรถึงมีน้ำอดน้ำทน สั่งทำอะไรไม่เคยปฏิเสธเลย

เราประชุมเชียร์กันแบบนี้อยู่เดือนกว่า จนถึงเย็นวันประชุมเชียร์ครั้งที่ 6 ครั้งสุดท้าย วันวิ่งประเพณี รุ่นพี่สั่งให้เราวิ่งตามจำนวนรุ่น ตอนนั้นเฮียรุ่น 46 ต้องวิ่งกัน 46 รอบ รอบมหาลัย รอบคณะ รอบใหญ่ รอบเล็ก แล้วแต่รุ่นพี่จะวิ่งนำ ลองคิดดูสิ นิสิตคณะวิศวะค่อนคณะ ทั้งรุ่นเรารุ่นพี่ คนเป็นพัน วิ่งกันทั้งคืน วิ่งรอบมหาลัยเกษตร รอบทุ่งบางเขนของเรา วิ่งกันตั้งแต่เย็นวันศุกร์ถึงเช้าวันเสาร์ เหน็ดเหนื่อยแค่ไหนก็ต้องวิ่ง วิ่งเดี่ยว วิ่งคล้องคอเพื่อน คอยดูแลเพื่อน วิ่งไปร้องเพลงเชียร์ไป หรือไม่ก็วิ่งให้รุ่นพี่พร้อมร้องว่า

“รอบนี้วิ่งให้ E1” “รอบนี้วิ่งให้ E1” “รอบนี้วิ่งให้พี่กู” “รอบนี้วิ่งให้พี่กู” ...

ตั้งแต่รอบแรก รุ่นแรก E1 จนถึงรอบที่ 46 รอบสุดท้าย รุ่นพวกเราเอง E46

“รอบนี้วิ่งให้ E46” “รอบนี้วิ่งให้ E46” “รอบนี้วิ่งให้ตัวกู” “รอบนี้วิ่งให้ตัวกู”

ตอนนี้แหละฟ้าเริ่มสว่างแล้ว มีรุ่นพี่วิศวะทั้งศิษย์ปัจจุบันและศิษย์เก่ามายืนเรียงแถวปรบมือให้กำลังใจ หลังจากที่วิ่งกันมาทั้งคืนตั้งแต่เย็น เหนื่อยก็เหนื่อย ง่วงก็ง่วง ขานี่ปวดแล้วปวดอีก ล้าแล้วล้าอีก แล้วรุ่นพี่ก็ให้โอวาท ก่อนแยกย้ายขึ้นรถเมล์กลับบ้าน พักผ่อนเอาแรง แล้วกลับมาคณะอีกทีตอนเย็นๆเพื่อเข้าพิธีรับเกียร์

เช้าวันนั้นเป็นช่วงเวลาที่เฮียภูมิใจที่สุดช่วงหนึ่งในชีวิต ตลอดการประชุมเชียร์ 6 ครั้งที่ผ่านมา เราร้องเพลงเชียร์ จำเนื้อร้องผิดๆถูกๆ โดนรุ่นพี่สั่งลงโทษวิดพื้น แทงปลาไหล ตะคอกตวาด ร้อนแสนร้อน เหนื่อยแสนเหนื่อย หิวแสนหิว กลับบ้านดึกดื่นจนพ่อแม่ถาม “กลับบ้านค่ำมืด เรียนหนังสืออะไรกันนักหนา” จนถึงคืนวันวิ่งประเพณี พวกเราพยายามกันมากนะ ผ่านความลำบาก วิ่งกันมาทั้งคืน วิ่งบ้าวิ่งบอ วิ่งวัววิ่งควาย เออ บางทีมันดูโง่ๆแบบนั้นแหละ แต่ที่สำคัญคือ เราเอาชนะใจตัวเอง เอาชนะคำสบประมาทรุ่นพี่ได้ โอวาทที่รุ่นพี่ให้ในเช้าวันนั้น แม้ผ่านมาจะ 30 ปีแล้ว เฮียยังจำได้ไม่ลืม...

“เราคือวิศวะ หน้าที่คือความรับผิดชอบ รับปากแล้วต้องทำให้ได้ เราไม่ใช่หมอ ที่ซ่อนความผิดไว้กับซากศพ เราไม่ใช่ทนาย โทษตัวบทกฏหมาย เราไม่ใช่สถาปนิกปกปิดความผิดด้วยไม้ประดับ เราคือวิศวะ เราอยู่ในโลกของผู้แข็งแกร่ง”

แล้วเราก็แยกย้ายสะโหลสะเหลโหนรถเมล์กลับบ้านด้วยความเหนื่อยอ่อน แขนขาหมดแรงแทบสลบ แต่ลึกๆในใจฮึกเหิมภูมิใจยิ่งนัก เราได้มีรุ่น เราได้รับการยอมรับ เราเป็นวิศวะเกษตรจริงๆแล้ว ... ตอนเย็นๆหลังจากกลับไปพักผ่อนที่บ้าน เรากลับมาที่คณะอีกครั้ง เจอหน้าทักทายเพื่อนรุ่นที่ลำบากร่วมกันมาเมื่อคืน รุ่นพี่ที่เคยว๊ากเรากลับยิ้มแย้มแจ่มใส เล่นตลกปล่อยมุข เราคุย เราหัวเราะ บรรยากาศสนุกสนาน อบอวล เต็มไปด้วยความเป็นเพื่อนพี่น้อง สายใยวิศวะเกษตร แล้วสักพักก็มีพิธีรับเกียร์ รุ่นพี่เข้าแถวเป็นรูปตัวยูล้อมรอบพวกเราที่นั่งตรงกลาง ร้องเพลงปราสาทดงตาล เพลงประจำคณะเรา อาจารย์เป็นคนมอบเกียร์ที่พวกเราอยากได้นักหนา เราเลือกประธานรุ่น ดื่มน้ำแช่กิ่งบอระเพ็ดคนละจอก ประธานรุ่นดื่มหนึ่งขัน ใช่ บอระเพ็ดขมๆนี่แหละ รุ่นพี่บอกว่า “ชีวิตวิศวกร ขมเหมือนบอระเพ็ดจอกนี้ ขอให้อดทนไว้” แล้วมีงานเลี้ยงรื่นเริง เหล้ายาปลาปิ้ง กินดื่มเฮฮากันทั้งคืน กินกันในคณะนั่นแหละ เปิดเทคไฟเฟยแสงสีพรึ่บพรั่บ เดินสายติดตั้งโดยชมรมไฟฟ้า หรูดีไม๊ล่ะ คณะเรามีภาคไฟฟ้าทำไฟเทคเอง ไม่ต้องจ้างเค้า หนำซ้ำยังไปรับจ้างจัดเทคให้คณะอื่นมหาลัยอื่น ที่มีสาวๆสวยๆ ดิ้นกันดูเพลินใจเพลินตา แล้วมาคุยโม้อวดให้ฟังด้วยนะ

เคยมีคนถามเฮียนะว่ามหาลัยสอนคุณธรรมให้นิสิตนักศึกษาบ้างหรือเปล่า เฮียตอบไปว่า ตลอดสี่ปีนอกจากประชุมเชียร์แล้วไม่เคยสอนเลย แต่ความเป็นวิศวะมันก็ติดตัวมาตลอด แม้ว่าจะไม่ได้ทำอาชีพวิศวะแล้วก็ตาม และที่ทำอาชีพล่ามมีอยู่มีกิน ไม่ต้องไปแข่งตัดราคากับชาวบ้านเค้า ก็เพราะอาชีพล่ามวิศวะ ล่ามเฉพาะทางนี่แหละ ทั้งๆที่ก่อนสอบเอนทรานซ์เฮียเองก็ไม่ได้เลือกคณะวิศวะเพราะความชอบใดๆเลย แต่เลือกเพราะคิดว่าจบมาคงหาเงินได้เยอะ แต่จบมาก็ไม่ได้ทำงานด้านวิศวะมากมาย ตกระกำลำบากขึ้นเขาลงห้วย ได้มาทำล่ามก็ไม่ได้เพราะชอบภาษา แต่ทำเพราะได้ท่องเที่ยว ไปไหนมาไหน แต่ความมุ่งมั่นรับผิดชอบ ศักดิ์ศรีวิศวะก็ยังคงตามมาหลอกหลอน เอ้ย ยังสถิตย์อยู่ในตัวเฮียอยู่ดี และที่เพิ่มใหม่ก็คือความซื่อสัตย์ในจรรยาบรรณวิชาอาชีพล่าม อาชีพที่ให้เงินใช้ พากินพาเที่ยวที่ต่างๆ พบปะผู้คนเจอประสบการณ์หลากหลาย อาชีพที่หาเงินเลี้ยงตัวเองเลี้ยงครอบครัวได้ก็ด้วยการถือความซื่อสัตย์พูดความจริง ก็คงทำไปเรื่อยๆจนแก่ทำไม่ไหว หรือไม่ก็ได้รับสมบัติมรดกเจ้าคุณพ่อแหละครับ

#อหังการ์หมาป่าโดดเดี่ยว

Cr. ภาพ ไอ้หน่องเพื่อนรัก Peter Tae ขุดจากกรุวัดดอน ภาพนี้เห็นยิ้มๆร่าเริง มีหญิง น่าจะตอนรับน้องมหาลัย รับน้องวิศวะหน้าไม่รื่นแบบนี้หรอก หญิงก็ .... เอิ่มมมมมนะ เข้าใจกัน

#EnglishThaiInterpreter #EnglishThaiTranslator #EngineeringInterpreter #EngineeringTranlator #IndustrialInterpreter #IndustrialTranslator #ล่ามวิศวกรรม #ล่ามอุตสาหกรรม #ล่ามไทยอังกฤษ
SHARE
Writer
LOneBull
Translator
การค้นพบตัวเอง ผู้คน ความรัก อาหาร ซูชิ ธุรกิจ การเดินทาง

Comments