มายาคติใน บุหรี่ไฟฟ้า


บุหรี่ไฟฟ้าคืออะไร ?

อันที่จริงแล้วคำว่า "บุหรี่ไฟฟ้า" นั้นเป็นคำที่ใช้เพื่อให้เข้าใจง่ายต่อการสื่อสาร เพราะในแรกเริ่มเดิมทีที่ "Hon lik" เภสัชกรชาวจีนแผ่นดินใหญ่ได้ประดิษฐ์บุหรี่ไฟฟ้าขึ้นมา บุหรี่ไฟฟ้านั้นมีหน้าตาคล้ายบุหรี่มวนมากๆ แถมเวลาสูบยังมีไฟสีแดงวาบขึ้นตรงปลายบุหรี่อีกด้วย ถ้ามองตอนกลางคืนคงแทบแยกไม่ออกระหว่างบุหรี่ไฟฟ้ากับบุหรี่มวนเลยทีเดียว


ซึ่งก็เป็นสิ่งที่เข้าใจได้เพราะ คุณ Hon lik นั้นแต่เดิมก็เป็นคนสูบบุหรี่จัด(มาก) โดยสูบวันละ 2-3 ซอง ในเวลาต่อมาบิดาของเขาก็เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปอด ทำให้เขาตัดสินใจว่าจะเลิกบุหรี่ให้จงได้!! ซึ่งสำหรับเขา นี่ไม่ใช่เพียงความต้องการอยากเลิกบุหรี่ หากแต่เป็นแรงบันดาลใจในการสร้าง "นวัตกรรม"
นั่นคือ "บุหรี่ไฟฟ้า"

อ่านมาถึงตรงนี้ผู้อ่านอาจจะนึกสงสัยขึ้นมาว่า "อ้าว แล้วทำไมไม่เลิกบุหรี่ด้วยวิธีอืน เช่น กินหมากฝรั่ง,แผ่นแปะนิโคติน,กินมะนาว,หักดิบ ฯลฯ มีวิธีอีกมากมายหลายหลาก แล้วทำไมต้องไปลำบากคิดค้น "บุหรี่ไฟฟ้า" ? ในจุดนี้ผมมีความเห็นว่า เวลาเราบริโภคสินค้าและบริการใดๆ เราไม่ได้บริโภคแค่ "วัตถุ" หากแต่เราบริโภค "คุณค่าทางนามธรรม" ที่มาจากสินค้านั้นด้วย ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมมีคนซื้อเสื้อยืด Supreme ที่ตัว "วัตถุ" ก็ไม่ได้มีมูลค่ากว่าเสื้อยืดคุณภาพดีทั่วไป หากแต่มีมูลค่าในเชิงความรู้สึก,ความหมาย คือ คุณค่าทางนามธรรม

ใน"บุหรี่ไฟฟ้า"เองก็เช่นเดียวกัน การเป็นคนสูบบุหรี่ ไม่ใช่แค่การเป็นคนๆที่ติดนิโคติน เราไม่ได้จ่ายเงินซื้อแค่นิโคตินเอาใส่ตัวเวลาซื้อบุหรี่ แต่เราซื้อ "บรรยากาศ" , "ฟีลลิ่ง" ที่ได้จากการสูบบุหรี่ โมเม้นที่ได้ดูควันลอยอ้อยอิ่ง ได้จมลงไปในความคิดตัวเอง โมเม้นที่หลังเลิกงานได้มายืนพูดคุยกับเพื่อนๆสิงห์อมควันบริเวณที่สูบบุหรี่ อีกหลายๆโมเม้นดีๆที่เกิดขึ้นกับคนสูบบุหรี่
แน่นอนว่าบุหรี่เป็นสิ่งที่ทำลายสุขภาพอย่างเห็นได้ชัด ทั้งตัวเองและต่อคนใกล้ชิด ผมเองก็ไม่สนับสนุนการสูบบุหรี่ แต่เราจำเป็นต้องปฏิเสธการมีอยู่ของ "โมเม้นดีๆ" ที่ได้จากการสูบบุหรี่ด้วยหรือ ? เหมือนวาทะในตำนานที่ "โกวเล้ง" ได้กล่าวไว้ว่า

" ข้าพเจ้ามิได้นิยมชมชอบในรสชาติของสุราหากแต่ข้าพเจ้าชอบบรรยกาศของการร่ำสุรา"

การที่เรารับรู้ว่า "สุรา" ทำลายสุขภาพ ก็ไม่ได้แปลว่า "บรรยกาศของการร่ำสุรา" จะเป็นสิ่งชั่วร้ายไปด้วย
ด้วยเหตุนี้เอง "บุหรี่ไฟฟ้า" จึงไม่ได้เพียงแค่เป็นนวัตกรรมในการเลิกบุหรี่ หากแต่ยังสามารถ "แทนที่" บุหรี่แล้ว และไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพแบบบุหรี่ ยังสามารถคง "คุณค่าทางใจ" ที่ได้จากบรรยากาศในการสูบบุหรี่ไปด้วย ถ้าหากเราไม่เก็ตว่า "คุณค่าทางใจมีจริง" เราก็จะไม่มีวันเข้าใจคนที่ไม่สามารถเลิกบุหรี่ได้ ทั้งๆที่เขารู้ว่าบุหรี่อันตราย เพราะเราเห็นแค่ คุณค่าในเชิงรูปธรรม (สุขภาพ) แต่เราไม่รับรู้ถึง คุณค่าทางนามธรรม ที่ไม่อาจจับต้องได้ หากแต่ มีอยู่จริง

ซึ่งด้วยการให้คุณค่าทางนามธรรมเช่นเดียวกัน ที่ทำให้คนไทยบางส่วนรู้สึกอคติกับ "บุหรี่ไฟฟ้า" เพราะที่ผ่านมา "บุหรี่" เป็นสัญลักษณ์ของคนไม่ดี,การเป็นคนขี้เหล้าขี้ยา,เป็นพิษภัยต่อสังคม และเมื่อ "บุหรี่ไฟฟ้า" เข้ามาในไทยการมีคำว่า "บุหรี่" นำหน้ามาก่อน ก็ย่อมทำให้คนที่อคติกับคำว่า "บุหรี่" ก็พลอยต่อต้านบุหรี่ไฟฟ้าไปด้วย

แล้วบุหรี่กับบุหรี่ไฟฟ้าต่างกันขนาดไหน ? ทำไมฟังจากชื่อแล้วดูคล้ายๆกัน

การทำงานของบุหรี่คือใช้การ "เผาไหม้" (Combustion)ยาเส้นให้เกิด "ควัน" ซึ่งก็จะเกิดสาร "คาร์บอนมอนอกไซด์" ที่จะไปจับกับเซลล์เม็ดเลือดแดงก่อนอ็อกซิเจนจะจับได้ บวกกับสารพิษอีกเป็นร้อยชนิดที่ถูกเผาไหม้ขึ้นมา ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงตามมา ไม่ช้าก็เร็ว

ส่วนบุหรี่ไฟฟ้า การทำงานของมัน คือ การใช้ไฟฟ้าแปลงเป็นความร้อนผ่านขดลวด (Coil) ไปโดน สำลีที่ชุุุ่มไปด้วย น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า (E-liquids) ซึ่งเป็นส่วนผสมของน้ำมันบริโภคได้ ที่ใช้กันเป็นปกติในอุตสาหกรรมอาหาร น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าก็จะ "ระเหย" (Vaporize) ขึ้นมาเป็นเมฆหมอกที่เย็นชุ่มฉ่ำ

ด้วยเหตุนี้ในปัจจุบันต่างประเทศจึงนิยมเปลี่ยนมาใช้คำว่า "Vaporizer" (เครื่องระเหยไอน้ำ) มากกว่าใช้คำว่า "Electronic cigarettes" เพื่อที่จะสลาย "มายาคติ" ที่ทำให้หลายคนเข้าใจว่า "บุหรี่ไฟฟ้า" ก็คล้ายบุหรี่มวน ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว แม้แต่ "ควัน" ก็ไม่เหมือนกันด้วยซ้ำ เพราะในการสูบบุหรี่ไฟฟ้าสิ่งที่เราสูบมันคือ "หมอก" (ไอน้ำ) ไม่ใช่ "ควัน" (จากการเผาไหม้) เผลอๆอาจจะมีแค่ "นิโคติน" เท่านั้นที่เหมือนกัน

จากบทความนี้ผมได้จะบอกว่า "บุหรี่ไฟฟ้า" นั้นมีประโยชน์และไม่มีอันตราย ไม่ว่าสิ่งใดในโลกหากบริโภคเกินความต้องการของร่างกายก็ส่งผลเสียทั้งนั้น หากแต่ผมเสนอว่า ให้เรารู้เท่าทันมายาคติ ที่มีต่อบุหรี่ไฟฟ้าก่อนก่อน เราถึงจะสามารถเริ่มคุยกันเรื่อง "คุณ-โทษ" ของบุหรี่ไฟฟ้าด้วยข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์กันอย่างจริงจังปราศจากอคติ














SHARE
Writer
K_Kabot
Drummer,Commissar,HR,RappeR
อดีตนักเขียน Music Column @JOOX ,บ.ก.กลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไทรุ่น 1-4 ปัจจุบันเป็น Rapper วงซ้ายจัดชื่อ กบฏสบถ และตีกลองให้วง Kalibut เป็นนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (รังสิต) สนใจในประเด็น ปรัชญาการเมือง,ดนตรี,เพศ มีทั้งความสาระดีและสารเลว ปะปนกันไป สำหรับการจ้างงานเขียน หรือ อยากพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องตั่งต่าง ติดต่อได้ผ่าน FB: มือกลอง กบฏ(Taksapon KB) เด้อครับเด้อ

Comments

Onosakaa
1 year ago
สนุกมากเลยค่ะ >//
Reply
K_Kabot
1 year ago
ขอบคุณคร้าบ :D ฝากแชร์ด้วยเด้อครับพี่น้อง

Onosakaa
1 year ago
ได้เลยค่า ^^ ดีใจจังคนเขียนมาตอบเม้น เย้ ๆๆ