เมื่อมนุษย์Introvert(+Fear of Social+ไม่ถูกกับผู้ชายอ่อนๆ)อย่างฉันนั้น...
สถานการณ์ที่บัดซบที่สุดและสิ่งที่ทำเอากระอักกระอวนที่สุด

สำหรับใครหลายคนมีคำตอบที่แตกต่างและหลากหลายกันไปตามสิิ่งที่ิอยู่ในห้วงความคิดและปมจากสภาพแวดล้อม แต่สำหรับมนุษย์introvertอย่างฉันนั้นมีแบบที่สุดของที่สุดเลยคือ...
การเข้าสังคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คิดถูกหรือเปล่าวะที่ฉันเลือกเรีีีีีียนมหาวิทยาลัย...

ความคิดนี้มันดังก้องในสมองของฉัน เมื่อได้ก้าวเข้ามาในมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในเรื่องด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

วันพฤหัสบดีทีี่22ในเดือนนี้ อาจารย์ที่ปรึกษาได้นัดให้นักศึกษาเข้าโฮมรูม เพื่่่่่่่อพูดคุยในเรื่องการเรียน สภาพแวดล้้้อมหรืออะไรก็ตามที่เกี่ยวกับตัวนักศึกษา ซึ่งจัดเข้้าโฮมรูมเดือนละครั้ง ถึงแม้ว่าทุกครั้งที่อาจารย์มาจะเจอนักศึกษาไม่กี่คนนั่งอยู่ในห้องที่ตึกภาควิชาชั้น4

หนึ่งในนั้นก็คือฉัน ซึ่งเป็นคนที่มาโฮมรูมทุกครั้ง แต่วันนั้นแตกต่างออกไปตรงที่ฉันมาสาย

ขออนุญาตค่ะอาจารย์
โฮมรูมครั้งนี้นักศึกษาก็น้อยเหมือนเดิม ส่วนในห้องสี่เหลี่ยมก็มีอาจารย์ที่ปรึกษาห้องตัวเองยืนอธิบายจากสไลด์ที่ฉายส่องกระทบ

จำได้ว่ามีเรื่องทุน เรื่องสอบไฟนอล เรื่องกิจกรรม เรื่องลงทะเบียนเรียน เรื่องเรียนวิชาต่างๆ และการจับกลุ่มเพื่อนติว

ปกติฉันแทบไม่เคยจับกลุ่มเพื่อนติวเท่าไร ส่วนมากจะทบทวนคนเดียว จึงไม่แปลกที่คะแนนมิดเทอมออกมาได้ค่อนข้างแย่ค่อนไปทางกลางๆ

ช่วงสิบโมงครึ่งมีเรียนวิชาฟิสิกส์เลคเชอร์ ซึ่งไม่เข้าว่าจะจัดให้ในวันพฤหัสทำไม ทั้งที่เรียนคาบเดียวและชั่วโมงเดียว

แต่ว่าฉันมีเรื่องที่ค้างคาอยู่ในใจมาพักใหญ่หลังจากรู้คะแนนมิดเทอม

ไม่รู้ว่าเรื่องในใจที่เก็บสะสมมามันได้ปะทุยังไงถึงกล้าเดินไปขอคำปรึกษากันตรงๆ ทั้งที่ฉันจะคุยกับอาจารย์เฉพาะเรื่องเรียนในวิชาชีววิทยาเลคเชอร์กับแล็บชีววิทยามากกว่า

เสียเวลาก็ยอมหน่อย

แน่นอนว่าอาจารย์สงสัยที่จู่ๆฉันเดินเข้ามา และฉันอึกอักจนได้พูดเรื่องในใจออกมาได้
คือหนูไม่กล้าปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มเพื่อน แล้วก็ไม่รู้ว่าจะทำตัวยังไงดีน่ะค่ะอาจารย์์์์ได้ถามเรืื่องสาเหตุุ ความเป็นมาก่อนหน้านั้น และพฤติกรรมการเข้าสังคมของฉันในช่วงเวลาที่่่่่่่่่่่่ได้ใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยประมาณ3-4เดือน

อาจารย์เคยเป็นแบบเรามาก่อนนะ ทำการบ้านแล้วก็ทบทวนบทเรียนอยู่คนเดียวน่ะ
ไม่รู้ว่าความกลัวต่อการเข้าสังคมพวกนี้มันกำเริบเมื่อไร

ไม่รู้ว่าตัวเองซื้อข้าวมากินคนเดียวในห้องตอนไหน

ไม่รู้ว่าไปเที่ยวคนเดียวได้ยังไง

แค่รู้สึกทุกครั้งที่ทำแบบนั้นมันเหมือนท่องโลกตัวเองและชาร์ตพลังให้ตัวเองได้ดีมากชอบกล

อาจารย์ได้อธิบายจิตวิทยาเรื่องทฤษฎีบุคลิกภาพของคาร์ล ยุง และฉันได้สนใจพร้อมกับศึกษาเรื่องนี้พอดี
คือหนูเป็นintrovertน่ะค่ะอ่า อาจารย์ก็เป็นintrovertเหมือนเราแหละ พอจะเข้าใจจากนั้นอาจารย์ได้พูดคุยแนวทางการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับตัวฉันพร้อมทั้งเล่าเรื่องบางส่วนของตัวเองให้ฉันฟังประมาณว่าให้ฉันเผชิญกับสิ่งที่กลัวคล้ายคนเป็นโฟเบียแล้วต้องทำการบำบัดรักษา

ดูลึกๆเราก็อยากมีเพื่อนสนิทเหมือนคนอื่น แต่แค่ยังหาไม่เจอเฉยๆ
ก็นั่นแหละนะ...

แล้วก็ถามเรื่องกิจกรรมที่ใช้เวลาอยู่กับตัวเองโดยส่วนมาก ฉันคงไม่พ้นวาดรูปหรือถ่ายรูููป แต่ดันถามเรื่องที่ฉันเล่นกีฬาซะงั้น ซึ่งทุกวันนี้ได้แค่ว่ายน้ำอย่างเดียว ทัั้งที่เลือกเรียนแบดมินตันอย่างช่วยไม่ได้
จริงๆเราดูมีการเข้าข่ายซึมเศร้าอ่อนๆอยู่นะหนูยังไม่ได้หาหมอเลยค่ะอาจารย์ รู้ว่าเป็นห่วง แต่ใจเย็นนะ... 

และปัญหาเรื่องที่สองที่ตามมา
อีกอย่างหนูไม่ถูกกับผู้ชายเลยค่อนข้างจะระแวงกับการเข้าหาเพื่อนผู้ชายค่ะ
บอกตรงนี้ว่าฉันไม่ได้เป็นAndrophobia มันแค่เป็นความกลัวที่เกิดจากปมช่วงมัธยมต้นจนสะสมฝังลึกลงไปมากกว่า

ทุกวันนี้ผู้ชายคนไหนมาแตะตัวจนรู้สึกสยองและรีบตีตัวออกห่างขึ้นมาฉับพลัน

ฉันสามารถพูดคุยได้ แต่ระแวงการสัมผัสจากผู้ชายอ่อนๆ มันตรงข้ามกับผู้หญิงที่เล่นถึงเนื้อถึงตัวได้ไม่พอ ฉันสามารถซบไหล่ได้เลย

อาจารย์ถามว่าตอนเรียนก่อนหน้านั้นอยู่ในโรงเรียนสภาพแบบไหน สาเหตุที่เกิดขึ้นและผลกระทบตามมามีอะไรอีก

ผลคือนอกจากระแวงการสัมผัสจากผู้ชายที่ไม่ใช่คนในครอบครัวไม่พอ ฉันเคยอคติต่อผู้ชายไปประมาณสองสามปีได้ และเพิ่งจะมาปรับทัศนคติดีขึ้นช่วงม.ปลาย แต่ยังระแวงจากการสัมผัสเหมือนเดิม
อาจารย์เข้าใจนะ เพราะผู้ชายกับผู้หญิงจะสนิทขั้นถึงถึงตัวโดยไม่คิดอะไรกันได้ยาก
ทำไมเป็นฉันมันลำบากจังวะ...

ทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยปกติมากกว่านี้อีกนะ

ได้แต่คิดเท่านั้นแหละ

คนเราแก้ไขความทรงจำในอดีตไม่ได้หรอก มีแต่จะปรับแก้ไขในตอนนี้ก็็พออาจารย์แนะนำว่าถ้าพอมีเวลา อยากให้ลองเข้าทำกิจกรรมที่ทำให้เรารู้สึกสบายใจ อย่างน้อยทำให้เรากล้าขึ้นบ้าง และอาจจะได้เจอเพื่อนผู้ชายดีๆมาด้วย
ก็น่าลองอยู่...

ส่วนปัญหาสุดท้าย เป็นอะไรที่หายนะพอๆกัน

เอ่อ... แล้วก็หนูนอนไม่ค่อยหลับมาพักใหญ่ด้วยค่ะเป็นโรคนอนไม่หลับหรือเปล่า?พอคิดดูดีๆ ไม่น่ามีเค้าโครงอาการพวกนี้เท่าไร ฉันรูู้ตัวเองดี
ไม่นะคะ แค่มีเรื่องเครียดหรือไม่ก็นอนเล่นโทรศัพท์มากกว่าค่ะ บางทีถ้ากลับบ้านแม่จะนอนดึกหนักมากฉันนอนไม่หลับมาหลายคืืนอยู่ และเวลาเรียนก็มาหลับเป็นตาย มันไม่ดีหรอกแต่่่่่่่่จะให้ทำยังไงได้

บางทีถ้าเราเครียดจากการเรียนหรือทำการบ้านก็วางมันลงหันมาทำกิจกรรมที่ชอบทำบ้างแล้วค่อยกลับไปทำต่อ ไม่ใช่เทมันทิ้งนะความรู้สึกในใจค่อยๆคลายตััััวลงทีละน้อย สมองและจิตใจฉันเริ่มโล่งขึ้นต่่่่่่่่่างจากตอนแรกที่มันอัดอั้นมาช่วงครั้งชั่วคราว

ไม่คิดเลยว่าการปรึกษากับอาจารย์มหาวิทยาลัยจะทำให้โล่งขึ้นได้มากมายขนาดนี้ อาจจะเพราะจิตวิทยาการเข้าถึงเด็กของอาจารย์ส่่่่่วนหนึ่ง

ถึึึึึึงอย่างงั้นแล้้้ว เราก็รบกวนมาหลายเรื่องเหมือนกัััน แค่วันนี้ก็สามเรืื่องละ...
สู้ๆนะ เดี๋ยวก็ดีขึ้น:)และหายนะขั้นสุดของฉันก็คืออาจารย์จำชื่อเล่นกับชื่อจริงของฉันได้แม่นยำมาก

คืืืืือตอนหนูเดินออกจากห้องจะไปรอหน้าลิฟต์ก็เรียกชื่อก็ทำเอาสะดุ้งเหมือนกัน
หากคุณเป็นนักศึกษาแล้วเจออาจารย์ที่ปรึกษาดี อย่างน้อยคุณก็ได้คนแนะนำมาส่วนหนึ่ง
การเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาไม่ใช่แค่เก่ง แต่ควรเข้าใจจิตใจของเด็กด้วย

ถ้าวันหนึ่งอาจาร์ยได้บังเอิญเข้ามาอ่านเรื่องราวอันนี้อยากจะบอกว่าขอบคุณนะคะ จะพยายามบำบัดให้ดีขึ้นค่่ะ:')
นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ ภาคจุลชีววิทยา สาขาจุลชีววิทยาปี1 ที่ชอบทำหน้างงๆที่สุดในห้อง




SHARE
Written in this book
Blue Feelings
เรื่องราวจิปาถะของความรู้สึกที่เป็นสีฟ้าในหนึ่งวัน
Writer
Nos2711
Writer,Natural Lover
ll INFP Person ll Sky-Blue&Plants Lover ll Writer/Artist ll Science Student ll ชื่อนอสค่ะ บางคนอาจจะคุ้นๆมาแล้ว สตอรี่ล็อคของเราจะเขียนเรื่องจิปาถะในชีวิตประจำวันหรือแม้แต่เรื่องบ้าที่วนเวียนของเรา มาพูดคุยกันได้นะคะ ทักทาย+ติดตามสตอรี่/นิยายแบบคนมึนได้ที่ FB Page:Nos's Room Fictionlog: https://fictionlog.co/u/Nos2711 Storylog: https://storylog.co/NuitFleur Instagram: https://www.instagram.com/nuitfleur2711/ Dek-D: [Coming Soon...]

Comments

Hiphop_hippo
9 months ago
เราว่าเราเป็น extrovert นะคะ แต่เราชอบไปเที่ยวคนเดียว ดูหนังคนเดียวมากๆ เลย :) อีกอย่าง ไม่เกี่ยว แต่เราชอบชีวะมากๆ เหมือนกัน เราสายพืชค่ะ ไว้จะตามอ่านนะคะ 😊
Reply
Hiphop_hippo
9 months ago
ขอบคุณเช่นกันนะคะ :)))
แล้วก็ขอบคุณที่อ่านด้วยเช่นกันค่ะ ปี1 สู้ๆนะคะ เราว่าปี 1-2 นี่เหนื่อยสุดเลย
Nos2711
9 months ago
แค่ปีแรกก็จะสลบแล้วล่ะค่ะ งานเยอะไม่พอมา ต้องมาบำบัดอาการกลัวของตัวเองอีกค่ะ555 ขอบคุณค่า//_//
Hiphop_hippo
9 months ago
ใจเยนๆ ค่อยๆ เป็นค่อยๆไปนะคะ 😊 มาสู้ๆกันค่ะ