รีวิวหนังสือ "ทวงแค้นราชินี The Memoirs of Mary Queen of Scots"

จงพอใจกับสิ่งที่หลานมีอยู่ที่นี่ แมรี่! หลานไม่ใช่เด็กสาว ๆ อีกต่อไปแล้ว จงใช้สิ่งที่ชีวิตมอบให้ให้เป็นประโยชน์สูงสุด และอย่าไปใฝ่ฝันถึงสิ่งที่ไม่อาจเกิดขึ้นได้เลยนะ

   เมื่อประมาณต้นปีที่ผ่านมา ต้้นมีโอกาสได้ไปเที่ยวที่เชียงใหม่ และได้แวะเข้าไปในร้านหนังสือแห่งนึง สิ่งแรกที่ชอบทำเวลาเข้าร้านหนังสือ มักจะเดินตรงไปโซนหนังสือลดราคาตลอด ฮ่าๆ อยากบอกว่ามัันคือขุมทรัพย์ที่คุณคู่ควร หลาย ๆ ครั้งต้นก็เจอหนังสือดีน่าอ่านตรงนี้นี่แหละ จากนั้นก็ไปสดุดตากับหนังสือ "ทวงแค้นราชินี The Memoirs of Mary Queen of Scots" ตอนนั้นคือคิดว่า เฮ้ยยย หนังสือเล่มหนามาก ราคาแค่ 50 บาท บ้าไปแล้ว แค่ซื้อมาว่างสวย ๆ บนชั้นหนังสือก็คุ้มแล้วไหม จากนั้นก็หยิบมาด้วยความไวแสง (บอกตรง ๆ ว่าตอนนั้นไม่ได้คิดเลยว่าจะเอามาอ่านจริงจัง พออ่านจบแล้วยิ่งทำให้รู้ว่า นี่แหละขุมทรัพย์ที่ถูกซ่อนไว้ ฮ่า ๆ ๆ)

   สำหรับหนังสือ "ทวงแค้นราชินี The Memoirs of Mary Queen of Scots" เล่มนี้ เขียนโดยแครอลลี่ เอริคสัน (Carolly Erickson) นักเขียนชาวอเมริกัน งานเขียนของเขาเน้นไปที่นิยายอิงประวัติศาสตร์ แน่นอนว่า "ทวงแค้นราชินี The Memoirs of Mary Queen of Scots" เป็นอีกหนึ่งงานเขียนที่อิงมาจากประวัติศาสตร์อย่างไม่ต้องสงสัยเลย หากใครสนใจนิยายอิงประวัติศาสตร์ แนะนำว่าลองไปหาอ่านกันได้ แต่สำหรับต้นเองไม่ค่อยถนัดอ่านนิยายอิงประวัติศาสตร์เท่าไรนัก (อยากบอกว่านี่คือเล่มแรกในชีวิตก็ว่าได้ เหอะ ๆ ๆ) เพราะรู้สึกว่ามันถูกบิดเบือนไม่มากก็น้อย ดังนั้นใครที่อ่านนิยายแนวนี้ ต้องย้ำตัวเองเสมอว่ามัน "ถูกปรับแต่ง" พอสมควร แต่หลังจากได้อ่านนิยายอิงประวัติศาสตร์แล้วรู้สึกว่ามันมีข้อดีสำหรับต้นอยู่อย่างหนึ่ง มันทำให้เราศึกษาค้นคว้ามากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นตัวละครในเรื่อง เหตุการณ์สำคัญ ๆ หรือสถานที่ที่ผู้เขียนหยิบยกมาใส่ไว้ บอกเลยว่าหนังสือแนวนี้เหมาะกับการศึกษาประวัติศาสตร์ไปในตัว สำหรับหนังสือที่ต้นอ่านนั้นเป็นฉบับแปลไทยอีกที ซึ่งแปลโดย วรสิริยุตต์ ภาษาและถ้อยคำดีเลยทีเดียวครับ

   เนื้อเรื่อง "ทวงแค้นราชินี The Memoirs of Mary Queen of Scots" จะมีตัวละครหลักเลยคือ สมเด็จพระราชินีนาถแมรีที่ 1 (Mary I) หรือ แมรี สจวต (Mary Stuart) เป็นตัวละครหลักในการดำเนินเรื่อง เนื้อหาดำเนินไปในลัษณะของการบรรยายช่วงชีวิตเมื่อครั้งยังเยาว์วัยจนถึงวาระสุดท้ายของชีิวิตของแมรี ตอนที่อ่านช่วงครึ่งเล่มแรกบอกเลยว่า เนื้อเรื่องค่อนข้างไปได้ช้ามาก ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเท่าไร (แอบปิดเล่มหยุดอ่านไปเกือบสองเดือน ฮ่า ๆ ๆ ) แต่พอเข้าสู่ช่วงหลัง ๆ แหละพ่อคุณแม่คุณเอ้ย บอกเลยมันพะยะค่ะ เริ่มมีการวางแผนต่าง ๆ นา ๆ มีการออกรบทำสงคราม วางแผนจัดการคนนั้นทีคนนี้ที โดยเฉพาะความขัดแย้งทางศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกกับนิกายโปรเตสแตนต์ และความขัดแย้งระหว่างสมเด็จพระราชินีนาถแมรีที่ 1 กับสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 1 แห่งอังกฤษ ถือว่าเป็นแก่นเรื่องของหนังสือเล่มนี้เลยแหละ โดยที่สมเด็จพระราชินีนาถแมรีที่ 1 อ้างสิทธิ์ในราชบัลลังก์อังกฤษว่าตนเองมีสิทธิโดยชอบธรรมในการขึ้นครองราชบัลลังก์อังกฤษ (หลายคนน่าจะสงสัยว่าทำไมสมเด็จพระราชินีนาถแมรีที่ 1 ถึงอ้างสิทธิ์แบบนี้ คงต้องย้อนกลับไปสมัยพระราชบิดากับพระราชมารดาของสมเด็จพระราชินีทั้งสองพระองค์กับเลยทีเดียว และก็ควรศึกษาเรื่องลำดับการสืบราชสันตติวงศ์อังกฤษด้วยจะดีมาก ซึ่งค่อนข้างยาวหน่อย ๆ ต้นขอไม่พูดถึงตรงนี้ละกันนะครับ -_-") เนื้อเรื่องดำเนินไปอย่างดุเด็ดเผ็ดมัน โดยเฉพาะฉากสุดท้าย ใครที่อารมณ์อ่อนไหวง่าย อาจเป็นฉากเรียกน้ำตาได้ดีทีเดียวเลย 

   หลังจากที่ต้นอ่าน "ทวงแค้นราชินี The Memoirs of Mary Queen of Scots" จบแล้ว ถามว่าจะแนะนำคนอื่นอ่านต่อไหม? บอกเลยว่าแนะนำ ใครที่ชอบนิยายอิงประวัติศาสตร์ หนังสือเล่มนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเล่มที่ไม่ควรปล่อยผ่านเลยแหละ อ่านแล้วได้มุมมอง ได้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์มากพอสมควร แต่ว่า... ขอเตือนก่อนว่าการอ่านนิยายอิงประวัติศาสตร์นั้น เราอย่านำเนื้อเรื่องที่เราอ่านมาเชื่อเป็นตุเป็นตะ นิยายอิงประวัติศาสตร์ไม่ว่ายังไงก็ยังอิงประวัติศาสตร์ แนะนำว่าระหว่างอ่านให้ศึกษาข้อมูลข้อเท็จจริงไปด้วย ถ้าทำแบบนี้ได้ ต้นบอกเลยครับว่าได้ทั้งความรู้คู่ความสนุกไปพร้อม ๆ กันเลย

   วันนี้ก็จบการรีวิวหนังสือ "ทวงแค้นราชินี The Memoirs of Mary Queen of Scots" หนังสือนิยายอิงประวัติศาสตร์เล่มแรกของต้นไปแล้ว ก็คงต้องลากันก่อนสำหรับรีวิวนี้ ไว้ต้นอ่านหนังสือเล่มถัดไปจะมารีวิวให้ทุกคนอีกนะครับ

ปล. ฝีมือการเขียนรีวิวยังต้องพัฒนาอีกเยอะ หากใครมีข้อติชมหรือข้อเสนอแนะ บอกมาได้เลยครับ พร้อมที่จะนำไปปรับปรุงและแก้ไขให้ดีขึ้นครับผม

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านรีวิวของต้นนะครับ :) 

SHARE
Writer
To2n
Good Listener
“I was born with a reading list I will never finish.” ― Maud Casey

Comments