ฟ้าไม่เคยมีสีเดียว
เราว่าความเงียบสงบดังกว่า
ความอึกทึกครึกโครมเสียอีก

มันเกินวัยที่เจ็บแล้วร้องไห้
หรือพูดว่าไม่เจ็บทั้งที่เจ็บแล้วล่ะ
ทุกครั้งที่เราเจ็บ เราพูดว่า เจ็บหนอ
เราทำความเข้าใจว่า เอ่อ เจ็บนะ
แล้ว..สักพัก มันก็หายไปซะอย่างนั้น


ไม่แน่ใจว่ามานั่งอยู่ที่นี่นานเท่าไรแล้ว
นั่งมองดาวอยู่ที่ไหนสักแห่ง ที่ไกลห่างจากผู้คน
ที่ที่พ่อแม่ที่เข้าใจไม่ตามหา แต่รู้กันว่าดูแลตัวเองได้

ยิ่งโตสิ่งที่คิดว่าควรป้องกันกลับไม่อันตราย
หรือสิ่งที่อันตรายกลับไม่น่ากลัวอย่างที่คิด
เพียงแต่เคยได้ยินมาว่า..แล้วคิดเองต่อทั้งนั้น

มีหลายคนเป็นห่วง
ในความเป็นคนมองโลกในแง่ดี
มีหลายคนบอกว่ามองโลกสวยเกินไป
ในวันที่ไปไหนคนเดียว
ซึ่งมันน่าแปลกที่คนอ่อนต่อโลกอย่างฉัน
(หรือคนที่ไม่ได้มองว่าโลกเป็นอย่างที่ใครบอก)
ไม่เคยเจอเรื่องราวอย่างที่ใครบอกไว้เลย

ฉันคิดว่า เพราะความไม่คิดอะไร
ไม่มีอะไร มอบรอยยิ้มและคำพูดดีดีก่อน
ในวันที่โลกดูหม่นๆการกระทำดีๆก็ปลอบโยนกันได้

เหมือนที่มาอยู่ที่นี่ ตอนนี้
ได้อย่างไรไม่แน่ใจ แต่ฉันไม่เคยมองว่าน่ากลัว

ท่ามกลางร้านดนตรี ใกล้ทะเลแห่งนี้
หลังจากสายตาสั้น ฉันก็ไม่เห็นโลกเปลี่ยนไป
แม้กระทั่ง วันที่เคยมองภาพตรงหน้าชัดๆแล้วเบลอๆ ก็ดันไป คิดถึง.วันที่สายตาเปล่ามองชัดเจน

ขณะนั่งเรือมาที่นี่
การมองเห็นน้ำทะเล เรือ ท้องฟ้า
บรรยากาศรอบๆก็ทำให้ยิ้มออกมา
แบบไม่ต้องเพ่งมอง

หรือชีวิตไม่ใช่การเพ่งจนปวดตา
มองรายละเอียดลึกๆจนมองข้ามภาพรวมที่สวยงามไม่ต่างกัน
ยิ่งการปล่อยจิตใจให้ว่าง ยิ่งสงบอย่างบอกไม่ถูก

ฉันเป็นคนที่คิดเสมอว่า
วันที่ฟ้าไม่เป็นใจ เพลงดีๆสักเพลงบรรเทาได้
(ความจริงก็ไม่เกี่ยวกับฟ้าหรอก ~)
แต่พอมาในที่ธรรมชาติ
การที่ฟังเสียงคลื่น ลม ทะเล ความเงียบ
มันช่างเพราะจริงๆนะ


ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าที่นี่ฉันพบอะไรบ้าง
ด้วยความเป็นคนความจำสั้น
ก็เลยยิ้มก่อน ทักทายก่อน
และสร้างมิตรภาพที่ดีในช่วงเวลาที่มี 

โลกไม่เคยแน่นอน
อย่างที่ฟ้าไม่เคยมีสีเดียว

ฉันนั่งมองดาวพร้อมน้ำเปล่าในมือ
ฉันยกขวดน้ำขึ้นดื่ม แบบไม่ใช้หลอด
เพราะเขาบอกว่า หลอดจะทำให้สัตว์ทะเลมีอันตราย ฉันก็เชื่อว่า ฉันอาจเป็นหนึ่งในส่วนเล็กๆที่รวมมีผลในส่วนใหญ่ ที่รักษาโลกได้บ้าง

พูดถึงความฝันน่ะหรอ
มีคนบอกว่าให้เก็บไว้
แต่ฉันก็มักพูดบ่อยๆว่า
อยากเป็นนักสร้างแรงบันดาลใจ

ก็เราไม่รู้อนาคตในวันข้างหน้า
และความเกิดแก่เจ็บตายอยู่ใกล้เป็นสัจธรรม
การคิดดีทำดีโดยไม่ยึดติดความดี
ก็อาจเป็นสิ่งที่ทำแล้วสบายใจ

และเป็นเป้าหมายที่เห็นได้ชัดที่สุด
ในวัยใกล้ 30 แบบนี้
โอกาสอยู่ที่จะคว้าเวลา
แล้วฉันว่ามันมีทางเดินต่อเสมอ
เราปิดประตูบานหนึ่ง เพื่อจะเปิดประตูใหม่อีกบาน
ซึ่งฉันก็ไม่รู้ไม่สนใจว่ามีทางข้างหน้าไหม
เดินต่อไปด้วยใจดีดี อย่างไรก็ไม่มีเสียใจ
เพราะโลกใจดีเหมือนที่ฉันดีใจ


เหมือนเรื่องราวออกนอกทะเล
ไปตามสถานที่ที่ฉันนั่งอยู่
ดาวอยู่ใกล้ เท่าที่จะยื่นมือออกไปให้ใกล้ชิด

ฉันมองดูคนที่ไม่รู้จัก เดินผ่านไปมา
อย่างไม่ได้โฟกัส เพราะมัวแต่มองสิ่งตรงหน้า
ความสวยงามที่ไม่ต้องไขว่คว้าจากที่ใดนั้นสุขใจเหลือเกิน

ฉันชอบคำว่า home มากเลย
เพราะอบอุ่น มากกว่าคำว่าบ้าน
ฉันชอบคำว่า warm เพราะอบอุ่นไม่ร้อน
ฉันชอบคำว่าอิสระและความเข้าใจ

โลกนี้ ถ้าคุณเข้าใจ
จะรู้ว่าไม่มีใครเป็นเจ้าของชีวิตใคร
และเลือกเส้นทางได้ด้วยตัวเอง
อย่างที่พ่อแม่ให้ความเข้าใจอย่างนี้เสมอมา

ฉันเลยเป็นคนแบบนี้
ที่มองดูความต่างอย่างเข้าใจว่า
คือ ความหลากหลาย
และทุกคนมองดูแล้วน่ารักดี
เพียงแค่เราเริ่มที่ใจดีดีของตัวเองก่อน


เวลาผ่านไปเร็วเกินกว่าจะยึดติดอะไรเลยล่ะ
: )



SHARE
Writer
nicecii
^___^
nice to meet you : ) เราอยากตื่นเช้ามาเพื่อพบว่าเวลาที่ผ่านไปเป็นเพียงตัวเลขที่มากขึ้นไม่ได้เกี่ยวกับระยะเวลาที่อยู่บนโลกมานานเท่าไร ถึงได้พบว่าความเก่าใหม่ไม่ได้ห่างหายหรือเหินห่างเพียงแค่จังหวะที่ไปข้องเกี่ยวจดจำประสบการณ์ของการหายใจ.

Comments

nicotin
25 days ago
อ่านแล้วรู้สึกดีมากเลยค่ะ
Reply
nicecii
25 days ago
ส่งต่อพลังบวกนะ 😊