Saudade (n.)

Saudades เป็นคำภาษาโปรตุเกสที่มีรากมาจากภาษาละตินคำว่า solitas ที่หมายถึง solitude หรือ loneliness ความหมายของมันใกล้เคียงกันกับ melancholy หรือความโทมนัส อันเกิดขึ้นจากการความโหยหาที่แสนจะคลุมเครือของความรู้สึกที่ขาดหายไป


Saudade (n.)
a nostalgic longing to be near again to something or someone that is distant, or that has been loved and the lost; ‘the love that remains’


Saudade (คำนาม) 
ความปรารถนาที่จะอยู่ใกล้อีกครั้งกับบางสิ่งบางอย่างหรือตัวบุคคลที่อยู่ห่างไกลหรือที่ได้เคยรักและการสูญเสีย; 'ความรักที่ยังคงอยู่'


คำศัพท์ที่ได้กล่าวมาข้างต้นนี้ เป็นคำศัพท์ที่ไม่มีอยู่ในภาษาอังกฤษ
และเช่นเดียวกัน หลายๆภาษาไม่มีคำที่จะสามารถจำกัดความหมายของคำคำนี้ไว้ได้ในคำเดียว
ว่ากันว่าวิธีที่จำสามารถเข้าใจคำศัพท์คำนี้ได้ดีที่สุด
คือการได้ รู้สึก


หากคุณมีช่วงเวลาหนึ่งที่จู่ๆก็รู้สึกถึงความว่างเปล่าในช่องอก
โหยหานึกถึงช่วงเวลาเก่าๆที่เคยมีแต่บัดนี้ไม่มีอีกต่อไปแล้ว
นั่นแหละ คุณกำลังรู้สึกถึง Saudade


ความโหยหา
ความว่างเปล่า
สิ่งที่ขาดหายไป
บรรยากาศที่แสนจะ Nostalgic

หวนคำนึงถึงคน
ช่วงเวลา
สถานที่
เหตุการณ์หนึ่ง
ที่เคยมีอยู่ หรือเคยเกิดขึ้นมาก่อน
แต่บัดนี้สิ่งนั้นได้หายไป 
หรือจากเราไปอยู่ในที่ที่ไกลแสนไกล


เสียงดนตรีที่เราเคยได้ฟังในเวลานั้น
ในเวลานี้มันไม่ใช่ดนตรีแบบนั้นอีกต่อไปแล้ว
และการเอามันกลับมาเปิดอีกครั้ง
ก็เป็นเหมือนกับการฉายภาพวิดีโอเหตุการณ์ในวันที่เราได้ยินมันเมื่อครั้งโน้น
กระนั้นมันก็มีความรู้สึกที่ไม่เหมือนเดิมในความเหมือนเดิม


สภาพอากาศ
อุณหภูมิของแสง
แดดของพระอาทิตย์ในตอนบ่ายแก่ๆค่อนไปจนถึงค่ำ
ทำให้หวนนึกถึงวันที่แสนจะสงบและอบอุ่นหัวใจ


เราล้วนมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่เป็นเสมือนกับกุญแจไขกล่องแห่งความทรงจำ
ความทรงจำที่บางทีเราเองก็อาจจะไม่รู้แน่ชัดว่าคืออะไร
ช่วงเวลาสนธยากับท้องฟ้าสองสีที่เชื่อมต่อกลางวันและกลางคืน
อาจเป็นฤดูกาล
แสงแดดเจิดจ้า ท้องทุ่งนายามฤดูร้อน
กลิ่นจางๆ และใบไม้ที่เปลี่ยนสีผลัดใบไปในช่วงฤดูใบไม้ร่วง
บ้านที่แสนอบอุ่น สีขาวโพลนนอกหน้าต่างในฤดูหนาว
น้ำค้างแข็งที่เกาะอยู่ขอบหน้าต่าง
ช่วงเวลาที่น้ำแข็งละลายและใบไม้เริ่มจะผลิออกมาจากกิ่งก้านเมื่อฤดูหนาวผ่านไป
ดอกหญ้าที่เริ่มผลิบาน
แพมอสบนก้อนอิฐ และดอกเล็กจิ๋วของวัชพืช
สถานีรถไฟที่มีผู้คนอยู่เนืองแน่น หรืออาจจะร้างไร้ผู้คน
ที่เมื่อมันโคจรมาเจอกันกับความว่างเปล่า
มันจะนำเรามาสู่ Saudade


"พวกเราต่างก็เป็นคนแปลกหน้าในดินแดนแสนประหลาด เฝ้าโหยหาบ้าน แต่ไม่ค่อยรู้ชัดเจนนักว่าบ้านคืออะไรหรืออยู่ที่ไหน บางครั้งเราก็ได้เจอมันเพียงชั่วขณะเล็กๆ ในความฝันของเรา แล้วจู่ๆ ความคุ้นเคยที่แปลกประหลาดและแสนหวานก็ปรากฏก่อนที่มันจะเลือนหายแทบจะในเวลาเดียวกันกับที่มันมาถึง ... "

— Madeleine L’Engle


สิ่งที่ Madeleine L’Engle นักเขียนนวนิยายเยาวชนชาวอเมริกันได้กล่าวไว้
คือหนึ่งในวิธีที่อธิบายถึงการประสบกับ Suadade ได้ดี


มันเป็นความรู้สึกเพียงชั่วขณะสั้นๆที่ผุดขึ้นมา 
และจางหายไปราวกับไม่เคยมีอยู่
ทิ้งเอาไว้เพียงความว่างเปล่า


บางครั้งก็เป็นสิ่งที่ชวนให้เราตั้งคำถามเช่นเดียวกัน
ว่าตกลงแล้วสิ่งที่เคยเกิดขึ้นนั้น
มีอยู่จริงหรือเราเพียงแค่เติมแต่งมันเพื่อทดแทนพื้นที่ว่าง
ในขณะที่พื้นที่ว่างนั้นต่างหากที่เป็นความจริง


ความจริงแท้คืออะไร?
หากว่ามันไม่มีอยู่จริง
ภาพวิดีโอที่ถูกเล่นอยู่ในใจของเราจะมาจากที่ไหนกัน?
และหากมันมีอยู่ ตอนนี้สิ่งที่กล้องแห่งความทรงจำนั้นถ่ายเก็บเอาไว้
มันไปอยู่ที่ไหนเสียแล้ว?


รสชาติเฝื่อนหวานปนขมกัดกินต่อมรับรสของเรา
และเราเองก็ซาบซึ้งต่อรสชาตินั้นเช่นกัน


ความสุขและความทุกข์
ถูกบรรเลงขึ้นพร้อมกัน
ไม่มีฝ่ายไหนได้ครอบครองชัยชนะ
ทิ้งเอาไว้เพียงสิ่งที่เหนือถ้อยคำจะแถลงได้


ราวกับถูกทอดทิ้งอยู่กึ่งกลางของห้วงเวลาแห่งปัจจุบัน
และความทรงจำที่จับต้องไม่ได้


“The meaning of the river flowing is not that all things are changing, so that we cannot encounter them twice, but that some things stay the same only by changing.”
—  Heraclitus 


สาสน์ที่แท้ของสายน้ำหาใช่ทุกสิ่งล้วนแปรผัน
จนเราไม่มีวันประสบสิ่งเดิมได้เป็นครั้งที่สอง
หากแต่เป็นบางสิ่งจักคงเดิมอยู่ได้
ด้วยเพียงการผันแปรเท่านั้น
— เฮราคลิตุส


กาลเวลาอาจเป็นสิ่งหนึ่งที่ดึงเราให้ห่างออกมาจากความทรงจำ
แต่ด้วยกาลเวลานั้นเอง
ทำให้เกิดความทรงจำ
เพราะทุกสิ่งมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
สิ่งนั้นเองที่ทำให้เกิดภาพจำของสิ่งที่เคยคงอยู่


Saudade อาจเป็นความรู้สึกที่ชวนให้ใจหาย
อันเป็นผลมาจากกาลเวลาที่ส่งผลกันกับสิ่งที่เคยมีอยู่ 
ที่เหลือไว้เพียงสิ่งแวดล้อมที่ยังคงเดิม
แต่ไม่มีสิ่งนั้นอีกต่อไปแล้ว
ที่ทำให้มันไม่เหมือนเดิม
แต่ก็ยังชวนให้รู้สึกเหมือนเดิมไปพร้อมๆ กันในช่วงเวลาใหม่


ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม 
สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งสวยงามที่เราจะหาได้ในชีวิต
มันคือความสะเทือนอารมณ์ที่แสนงดงามระหว่างความสุขและความเศร้า
การจดจำและการลืมเลือน


มันคือความสวยงามที่แสนจะแปลกประหลาด
บนพื้นผิวของชีวิต
ความหวังที่ไม่อาจสมหวัง
การเดินทางกลับสู่บ้านที่ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน
การหวนคืนสู่อ้อมกอดที่ไม่อาจได้สัมผัส
การได้เชยชมดอกไม้ดอกเดิมที่ร่วงโรยไปตามกาล
การได้ยินเสียงของบุคคลที่บัดนี้ไม่มีอยู่


เหมือนดั่งแจกันใส่ดอกไม้ที่ว่างเปล่าไร้วี่แววของดอกไม้
กลิ่นหอมที่ถูกสมมุติขึ้นถึงสิ่งที่อาจเคยมีอยู่


คือสิ่งที่เราอยากจะได้สัมผัส


แต่ ณ จุดนี้แห่งปัจจุบัน
มันเป็นเพียงความว่างเปล่าอันหาจุดสิ้นสุดไม่ได้
































































































































































































































































SHARE
Writer
murmuringme
Mountain
I'm not a good story teller.

Comments

niji
14 days ago
good
Reply
1Chamei0
13 days ago
ชอบงะ  
Reply
Precipitation
11 days ago
ชอบคำนี้จังค่ะ มันดีมากๆเลยย
Reply
rittikai
10 days ago
Thanks you so much
Reply