ไทยคำ englishคำ, feel so good ทุกครั้งที่ได้ say out loud! (เหรอ)
แค่อ่านชื่อหัวข้อ ผมว่าบางคนก็หงุดหงิดแล้ว ใช่ไหมครับ ขนาดผมพิมพ์เองนิ้วยังสั่นเลย (ฮา)

คนยุคใหม่ๆในช่วงเวลาที่ผ่านไปและกำลังจะเข้ามา โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นช่วงอายุสิบปลายๆหรือยี่สิบต้นๆ ไม่ก็ข้ามไปวัยทำงานตั้งแต่ยี่สิบกลางๆจนถึงสามสิบกลางๆ เราจะสังเกตเห็นว่าคนกลุ่มนี้บางส่วนจะมีพฤติกรรมการใช้ภาษาที่เหมือนกัน นั่นก็คือ การใช้ภาษาไทยปนกับภาษาอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นการพูดหรือเขียนก็ตาม แต่ไม่นับเรื่องการเรียกทับศัพท์เช่น ชื่อเฉพาะของคน สัตว์ สิ่งของ ชื่อยี่ห้อต่างๆ หรือ คำในชีวิตประจำวันบางคำที่เรียกทับศัพท์กันปกติแม้กระทั่งในวิชาภาษาไทย แต่ผมหมายถึงการใช้พร่ำเพรื่อ เช่น 
วันนี้ you อย่าลืมเตือน I ให้ไปทาน dinner กับแขกคนนี้นะ มัน very important มาก เพราะจะต้อง negotiate business ของ week หน้าด้วย
ซึ่งประโยคด้านบนก็สามารถใช้คำในชีวิตประจำวันพูดได้ว่า "วันนี้คุณอย่าลืมเตือนผม/ฉันให้ไปทานมื้อเย็นกับแขกคนนี้นะ มันสำคัญมาก เพราะจะต้องเจรจาธุรกิจของสัปดาห์หน้าด้วย" เห็นไหมครับ พูดไทยล้วนก็ได้ ง่ายจัง คนรับฟังก็เข้าใจง่าย ทำงานง่าย สบายทุกคน

การใช้ไทยคำอังกฤษคำแบบพร่ำเพรื่อผมไม่ทราบว่ามันเริ่มตอนไหน แต่ช่วงหลังๆมาเห็นบ่อยมากขึ้นทุกทีในกลุ่มคนที่มีฐานะดีหน่อย กลุ่มคนที่ไปอยู่ต่างประเทศมาไม่กี่ปีหรือกี่เดือน หรือกลุ่มคนที่เกิดและโตที่ต่างประเทศและใช้สองภาษา ซึ่งกลุ่มหลังผมเห็นมาหลายแบบ ทั้งพูดไทยไม่ชัดแต่รู้ทุกคำ, พูดปนกันเพราะพื้นฐานภาษาวัยเด็กไม่แข็งแรง หรือ พูดได้ดีทั้งสองภาษา (ญาติผมคนนึงเป็นวัยรุ่น เกิดและโตที่ต่างประเทศ พูดไทยและอังกฤษคล่องมาก ไม่มีการใช้ไทยคำอังกฤษคำเลย) กลุ่มเหล่านี้ผมจะขอยกเว้นเพราะบางคนได้รับอะไรบางอย่างมาแต่เด็ก ทำให้ตอนโตอาจจะมีปัญหาในการสื่อสารบ้าง แต่ก็ปรับแก้ได้ แต่กลุ่มที่เป็นหนักๆจะเป็นพวกสองกลุ่มแรก คือคนมีฐานะดีและพวกไปอยู่ต่างประเทศแค่ชั่วครู่ชั่วคราว

สองกลุ่มที่ผมกล่าวมา เท่าที่ผมศึกษาและลงไปคลุกคลีด้วย พื้นเพคนกลุ่มนี้จะคล้ายๆกันคือเรียนโรงเรียนนานาชาติ ไปเที่ยวต่างประเทศบ่อย หรือไม่ก็ไปเข้าโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยนหรือพวกแนวๆ work & travel ที่นิยมกัน คนกลุ่มนี้จะมีโอกาสใช้ภาษาอังกฤษมากกว่าคนกลุ่มอื่นเพราะสภาพแวดล้อมมันพาไป เช่น การเรียน การเจอเพื่อนต่างชาติ เป็นต้น แต่ตามหลักแล้ว นั่นก็ไม่ได้หมายความจะทำให้คนๆนึงลืมภาษาบ้านเกิดตัวเองเพราะตัวแปรไม่ได้รุนแรงขนาดนั้น แต่แน่นอนว่าคนกลุ่มนี้โตมาส่วนใหญ่ก็เข้าข่ายการใช้ไทยคำอังกฤษคำ และก็เป็นจริงๆตามที่ผมคิดไว้ คนที่มีลักษณะการใช้ภาษาแบบนี้ มักจะมีข้ออ้างหลักๆก็คือ นึกคำไทยไม่ออก, ไม่ชินกับภาษาไทย (บ้างก็ดัดจริตจนเกินตัว), ติดมาจากการเรียนหรือทำงาน หรือไม่ก็ลามไปถึงขั้นแขวะคนอื่นว่าโง่ภาษา ที่ผมกล้าพูดเพราะเจอ influencer บางท่านมีแนวคิดแบบนี้จริงๆ

ข้ออ้างเรื่องการนึกคำไทยไม่ออก เป็นข้ออ้างหลักที่คนกลุ่มนี้ชอบใช้ และเป็นเหตุผลที่ผมรู้สึกว่าตลกที่สุด คิดง่ายๆเลย ตัวอย่างนะ คุณบอกว่าตัวเองกำลัง happy นั่นก็คือคุณกำลังมีความสุข คุณรู้ความหมายของคำว่า happy ถึงเลือกใช้ถูก นั่นก็หมายความว่าคุณรู้คำแปลไทยของคำนั้นอยู่แล้ว การที่คุณอ้างว่านึกคำไทยไม่ออกนั้นเป็นเรื่องที่เรียกได้ว่า "แถ" อย่างรุนแรงมากๆ การจะใช้ศัพท์ต่างประเทศไม่ว่าภาษาใดก็ตาม คุณต้องรู้ความหมายของมันในภาษาแรกที่ใช้เพื่อความง่ายในการใช้สื่อสาร

เรื่องไม่ชินกับภาษาไทย ถ้าไม่ใช่กลุ่มคนที่เกิดและโตในต่างประเทศ คงไม่มีคำไหนที่เหมาะสมไปกว่าคำว่า ดัดจริต จริงๆคำนี้ด้วยความหมายไม่แรงนะ ตรงตัวดี แต่ที่แรงคงเพราะมันกระทบความจริงที่เป็นอย่างรุนแรง เลยตีความกันไปว่าเป็นคำไม่ดี ตัวผมเองไปเรียนและอยู่อาศัยที่ต่างประเทศแค่สามปีแบบไม่กลับไทยเลย เพื่อนคนไทยก็ไม่มี ที่โรงเรียนก็มีแต่คนต่างชาติ จะใช้ภาษาไทยก็ต่อเมื่อคุยกับญาติบางคนที่ไปอาศัยด้วยและกับพ่อแม่ที่โทรหากันทุกวันเสาร์ ผมยังรู้สึกว่าเราไม่ได้โดนกลืนหรือโดนอะไรที่ทำให้เราลืมภาษาไทย ผมก็เป็นผมคนเดิม กลับมาผมก็คุยกับทุกคนเหมือนเดิม แถมภาษาอังกฤษเราก็ยังปกติดีเหมือนเดิม ผมเลยไม่เข้าใจว่าทำไมบางคนไปแลกเปลี่ยนหรืออาศัยที่ต่างประเทศไม่กี่เดือนหรือไม่กี่ปีถึงกล้าอ้างว่า ไม่ชินกับภาษาไทย ทั้งๆที่โตมากับภาษาไทยแท้ๆ

ข้ออ้างต่อมาคือ ติดมาจากตอนเรียนหรือตอนทำงาน ผมข้ามมาเรื่องทำงานเลยดีกว่า เพราะมีเพื่อนผมท่านนึงทำงานสายโฆษณา สายนี้จะชอบใช้ไทยคำอังกฤษคำบ่อยๆและพร่ำเพรื่อเกินความจำเป็น จนบางครั้งผมก็แทรกด้วยการถามความหมายของคำนั้นทุกครั้งที่มีภาษาอังกฤษปนมา

ตัวอย่าง
A : เนี่ย งานกูยากว่ะรอบนี้ ทำงานรอบนี้ต้องทำให้ ads....
B: ads แปลว่าไร
A : โฆษณา
B : อ้าว ก็พูดไทยได้นิ
A: ต่อๆ ads ต้องทำให้ approach....
B : approach แปลว่าไร
A : เข้าใกล้
B: อ้าว ก็พูดไทยได้นิ ไม่พูดอ่ะ

จริงๆบทสนทนายาวกว่านี้ แต่เนื่องจากพูดไทยปนอังกฤษจนผมตัดทุกคำ มันก็ถามว่ากวนตีนเหรอ ผมเลยถามกลับว่าพูดไทยได้ก็พูดไทยล้วนสิ ถ้าไปพูดให้คนอื่นฟัง คนฟังบางคนไม่เข้าใจนะ เพื่อนเลยตอบกลับมาว่านึกคำไทยไม่ออก ผมจึงสวนไปว่า จะนึกคำไทยไม่ออกได้อย่างไรในเมื่อแปลได้ทุกคำ ถามได้ตอบได้ ถ้าแปลได้ก็ต้องพูดได้ เขียนได้สิ เพื่อนผมจึงเงียบไป แต่มันคงจะโกรธผมน่าดู และอีกอย่างที่ผมรู้สึกตลกกับวงการโฆษณาคือ ใช้ภาษาอังกฤษแบบความหมายผิดๆแล้วไม่คิดจะแก้ไข เช่นคำว่า Viral ที่ผมเคยเขียนถึงในบทความก่อนหน้า

มี influencer ท่านหนึ่งบอกว่า "การพูดไทยคำอังกฤษคำจะไม่เป็นปัญหาถ้าคนฟังออก" คนที่ติดตามเขาก็เฮกันใหญ่ แต่ผมอ่านแล้วรู้สึกว่าตลกมาก ผมเรียกว่าเป็นการ "แถ" แบบดื้อๆ เพราะการพูดสองภาษาปนกันอย่างพร่ำเพรื่อมันแสดงให้เห็นว่า คุณไม่ได้เชี่ยวชาญทั้งสองภาษาอย่างแท้จริง และไม่ใส่ใจที่จะใช้ให้ถูกต้อง ตัวอย่างง่ายๆในโลกความจริง ผมทำงานกับคนฝรั่งเศส ยังไม่เคยได้ยินคนเหล่านี้พูดฝรั่งเศสปนอังกฤษเลย นอกจากชื่อเฉพาะหรือทับศัพท์บางคำ เพื่อนผมเป็นคนอเมริกาใต้ เกิดที่อเมริกา เวลาพูดสเปนกับพ่อแม่ก็สเปนล้วน เวลาพูดอังกฤษกับเพื่อนก็อังกฤษล้วน แยกแยะเป็นอย่างดี แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญสองภาษาอย่างแท้จริง เรื่องแบบนี้ผมเห็นแค่บ้านเราแหละครับที่เป็น ถ้าประเทศอื่นเป็น ก็จะเป็นพวกที่ไม่เก่งภาษาอังกฤษเลย พูดปนกันมั่วจนจับใจความไม่ได้

หรือว่าที่เป็นๆกันเพราะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้กันจริงๆ เพราะผมไม่เคยเห็นคนที่ใช้สองภาษาปนกันพร่ำเพรื่อพูดอังกฤษได้ดีเลย

แล้วแบบนี้ต้องแก้กันที่ตรงไหนล่ะ การศึกษาหรือนิสัยของคน...
SHARE
Written in this book
Against the Universe
Writer
an_outsider
Belief Wrecker
do i have to believe them? hell nah!

Comments

DearDream
6 months ago
คือดีงามค่ะ 555555555555555555+ ลั่นตั้งแต่ต้นยันจบ
Reply
an_outsider
6 months ago
ขอบคุณที่ให้ความสนใจครับ :)
JaJaJi
6 months ago
เห็นด้วยค่ะ เจอแบบนี้บ่อยมาก
Reply
an_outsider
6 months ago
เจอบ่อยเพราะสังคมด้วยครับ ในสื่อต่างๆ เหล่าเซเลบก็ชอบใช้สองภาษาปนกันเพื่อแสดงความไฮของตนเอง ซึ่งผมว่าการใช้ภาษาใดภาษาหนึ่งล้วนๆแล้วใช้ให้เป๊ะ ยังจะดูไฮกว่า
mooooooooooo
6 months ago
เวลาฝึกภาษา แล้วพูดไทยคำอังกฤษคำนี่นับว่าเป็นการแถไหมคะ ?
Reply
an_outsider
6 months ago
คำถามคือ ฝึกแบบไหนครับที่จะต้องพูดไทยคำอังกฤษคำแบบพร่ำเพรื่อ สิ้นเปลือง และเกินความจำเป็น

โปรดทำความเข้าใจก่อนนะครับว่าบทความนี้เขียนถึงการใช้ภาษาปนกันแบบพร่ำเพรื่อและเกินความจำเป็น หากเป็นการศึกษาที่เรียนคำอังกฤษและแปลไทยควบคู่ มันคือเรื่องปกติของการเรียนครับ แต่ถ้าฝึกด้วยการพูดสองภาษาปนกันแบบตัวอย่างที่ผมยกมาในบทความ ผมแนะนำว่าให้ลองหาวิธีอื่น จะได้ผลดีกว่ามาก แนะนำจากประสบการณ์ตรงครับ
mooooooooooo
6 months ago
งั้นช่วยแนะนำให้หน่อยได้ไหมคะ มีคนแนะนำให้เราฝึกฟังจาก podcast เราฟังแล้วมึนตื้บมาก เพราะทักษะการฟังเราต่ำเตี่ยเรี่ยดินจริง ๆ อีกอย่างมันไม่มีซับด้วย แล้วเราถนัดการอ่าน เพราะอ่านฟิคจาก AO3 (เว็บไซต์อ่านนิยาย) บ่อย เราควรจะฟังต่อไปดีไหมคะ ?

แต่เขาบอกให้ฟังต่อไปจะได้คุ้นหู แล้วจะได้ศัพท์ ได้สำเนียงเอง
an_outsider
6 months ago
แนะนำแบบซื่อๆตรงๆนะครับ ผมไม่เคยฝึกเองเพราะเคยลองทีนึงแล้วไม่ได้ผล หาที่เรียนดีๆเป็นงานเป็นการดีกว่าครับ เสียเงินแต่ได้เจอคนที่สอนดีๆก็จบกว่า เน้นเรียนสนทนากับต่างชาติ เวลาสมัครอย่าลืมถามด้วยว่าครูมาจากชาติไหน มันจะโยงไปเรื่องสำเนียงด้วยครับ

ไม่ว่าจะเป็นการฟัง พูด อ่าน เขียน ผมพบว่าการฝึกคนเดียวมันไปได้ช้ามาก เพราะอย่าลืมว่าการเรียนภาษาคือการสื่อสาร หากไม่มีคู่สื่อสารแล้วจะรู้ว่าได้ผลอย่างไร

งั้นขอเล่าประสบการณ์ตัวเองกับการเรียนภาษา บ้านไม่รวยครับ กลางๆ แต่พ่อแม่จับให้เรียนกับครูฝรั่งที่โรงเรียนประถม เริ่มตอน ป.3 (ค่าเทอมบวกเพิ่มไปอีกหน่อย) ครูเป็นคนอังกฤษ ตอนนั้นผมไม่รู้เรื่องสำเนียงเพราะยังเด็กก็พูดๆตามเค้าไป จนกระทั่ง ป.6 มันมีช่วงที่ผมเจอครูหลังเลิกเรียนแล้วครูถามอะไรบางอย่าง จำไม่ได้แล้ว แต่ที่จำได้คือผมสามารถตอบกลับไปได้เป็นอังกฤษล้วนครั้งแรก พูดตะกุกตะกักและสำเนียงแปร่งหู แต่ครูเข้าใจที่ผมพูดทุกคำและเราก็สื่อสารกันด้วยอังกฤษล้วนจนผมจบ ป.6 ผมเลยรู้สึกสนุกและชอบภาษาต่างชาติมากๆ แม่เหมือนจะรู้เลยจับผมไปเรียนคอร์สสนทนากับฝรั่งเพิ่มเสาร์อาทิตย์ตั้งแต่ ม.1 ยันผมเข้าปี 1 ช่วงเรียนเสาร์อาทิตย์เจอครูอเมริกัน ประกอบกับเป็นคนชอบดูหนังทางอเมริกันมากกว่าชาติอื่น (ไม่ดูพากย์ไทยเพราะอารมณ์ไม่ถึง) เพลงก็ไม่ค่อยชอบฟังเพลงไทยเพราะรำคาญเนื้อเพลงที่มีแต่รักๆใคร่ๆเลยไปฟังพวกร็อกและเมทัลฝั่งอเมริกา และก็มีญาติที่อเมริกา เลยติดสำเนียงอเมริกันมา พอไปเรียนต่อ ใช้เวลาแค่เดือนเดียวก็สามารถคุยได้ใกล้เคียงกับคนแถวนั้นจนเนียนได้ สรุปเวลาก็หลายสิบปีครับกว่าจะใช้คล่องทั้งสี่ทักษะ

ถ้าอ่านจนถึงตรงนี้ เคล็ดลับคือต้องเรียนเพราะชอบมันก่อน ผมชอบภาษาต่างชาติมาก ไม่ใช่ภาษาอังกฤษอย่างเดียว ภาษาอื่นผมก็เรียนไปเรื่อย แต่ผมไม่เคยรู้สึกว่ายาก สนุกตลอด การฝึกเองมันดูจะง่าย เป็นทางลัด แต่เอาเข้าจริง ผมไม่คิดว่าการนั่งฟัง podcast อย่างเดียวจะทำให้เราพูดได้เลย หาคนคุยด้วยครับ ง่ายๆก็เริ่มจากการพิมพ์ตามเว็บบอร์ดนอกก่อนก็ได้ ถ้าพิมพ์คล่องจนชนิดที่ว่าเป็นไปตามธรรมชาติ ทักษะอื่นมันจะมาเองครับ
ladynavy58
6 months ago
อ้าว!!!! นึกว่าโก้ พยายามทำอยู่นะคะ ไทยคำ ฝรั่งคำ ...... 555 เขียนได้ชัดเจนมากค่ะ ชอบๆๆ

Reply
bluedoll
6 months ago
เรามองว่าการที่คนๆนึงใช้ไทยคำอังกฤษคำมันสามารถมาจากการที่คนๆนั้นเจอคำเหล่านั้นบ่อยๆจนสมองมันจำทับไปแล้วว่าคำๆนี้เรียกแบบนี้นะ

แล้วการที่เผลอหลุดภาษาอังกฤษออกมามันไม่ใช่ขนาดว่านึกคำไทยไม่ออกแต่ว่าคำภาษาอังกฤษมันดันแวบเข้ามาในหัวก่อนก็เลยหลุดพูดออกไปแทน

พอเราบอกแบบนี้มันดูจะไปตรงกับการแถที่คุณว่าไว้เลยใช่มั้ยล่ะ ก็ใช่แหละว่ามันมีคนแบบที่คุณพูดถึงจริงๆ แต่เราก็อยากให้คุณเข้าใจว่ามันก็มีแบบที่เราบอกเหมือนกัน

ซึ่งหนึ่งในนั้นก็เรานี่แหละที่เป็น เราเคยมีความคิดแบบคุณเหมือนกันที่ว่า อ้าวก็แปลได้นี่หว่า แล้วทำไมไม่พูดความหมายไปเลย จนเรามาเป็นกับตัวเองก็ถึงเข้าใจว่าบางทีมันก็ยั้งปากตัวเองไม่ทันเหมือนกัน
Reply
an_outsider
6 months ago
งั้นขอถามกลับว่าทำไมไม่ใช้คำไทยแต่แรกให้ชินล่ะครับ ใช้ทับศัพท์พร่ำเพรื่อแต่แรกทำไมในเมื่อก็รู้ความหมายอยู่แล้ว ผมก็ยังยืนยันคำเดิมครับว่าแปลได้ก็ต้องพูดได้

ขอเล่าเคสคุณอาของผมนะครับ ท่านพึ่งกลับอเมริกาสองสามวันก่อนนี้เอง คุณอาผมไปอยู่อเมริกากับครอบครัวตั้งแต่อายุยังไม่ 20 และพูดอังกฤษไม่ได้แต่แรก ไปเรียนรู้เอาที่นู่นจนทำงานทำการได้ คุณอาแต่งงานกับชาวต่างชาติและตกลงกับภรรยาว่าจะไม่สอนภาษาบ้านเกิดให้ลูก จึงต้องพูดภาษาอังกฤษทั้งในบ้านและนอกบ้าน ใช้ภาษาไทยแค่กับพี่น้อง แม่ของตัวเองและคนไทยบางคน ตอนผมไปเรียนต่อก็ไปอาศัยบ้านคุณอา เวลาคุณอาคุยกับผม ถ้าพูดไทย แกก็จะไทยล้วน แต่ถ้าแกนึกไม่ออกแบบตัวอย่างที่คุณยกมา คือภาษาอังกฤษแว้บเข้ามาก่อนไทย คุณอาจะพูดอังกฤษทั้งประโยคครับ ผมไม่เคยได้ยินแกพูดไทยคำอังกฤษคำพร่ำเพรื่อนอกจากคำทับศัพท์บางคำ ปัจจุบันคุณอาก็ใกล้จะ 60 แล้ว ชีวิตแกใช้ภาษาอังกฤษมากกว่าภาษาไทยอีกครับ

ผมเข้าใจที่คุณพยายามจะบอกนะครับ ไม่ใช่ไม่เข้าใจ แต่ที่ผมเล่าเรื่องด้านผมไปก็เพราะอยากให้คุณเข้าใจเช่นกันว่า คนไทยที่เขาอยู่ต่างประเทศนานๆแล้วใช้ภาษาอังกฤษประมาณ 95% ของชีวิตประจำวันมาทั้งชีวิต เขามีลักษณะการพูดยังไง เพื่อเปรียบเทียบกับคนที่ใช้ภาษาอังกฤษแค่ประมาณ 10-40% ของชีวิตประจำวัน แต่ทำเป็นนึกคำไทยไม่ออก ผมว่ามันก็พิกลอยู่