แด่อาจารย์ อาจินต์...แด่หนังที่ผมรัก-หนังที่เปลี่ยนชีวิตของผม
  ด้วยความอำลาและอาลัย แด่อาจารย์อาจินต์ ผู้จากไป ขออนุญาตรำลึกถึงท่าน... ด้วยสิ่งเล็กๆ ที่ผมเขียนถึงท่าน เขียนถึงเหมืองแร่...เอาไว้เมื่อวันที่


               ....3 /11/2012....

                      ข้อความนั้นมีว่า

....บรรยากาศยามเย็น กับห้องทำงานที่ยังพอมีแสงสว่างอยู่ ทำให้นึกถึง "เวลาเย็น" ใน "หนังที่ผมรักมากที่สุดเรื่องหนึ่งของชีวิต" 
    นั่นก็คือ "หนังที่คนส่วนใหญ่มองข้ามไป" ...เรื่อง "เหมืองแร่"

-เวลาเย็นของ อาจินต์ ปัญจพรรค์ กับช่วงที่ใช้ชีวิตอยู่ในเหมืองแร่กระโสม อิน เทรดดิ้ง ทางภาคใต้ของไทยในยุคที่เรายังใช้ "เรือขุด" ทำเหมืองแร่ ท่ามกลางความมึนทึมของป่าเขา

  และเกือบทุกวันที่ฝนตกหนักจน "ใบไม้โงหัวไม่ขึ้น" มันคงจะดูเปลี่ยวเหงาและอ้างว้างกว่า ชีวิตของคนทำงานอย่างพวกเราที่อยู่ในเมืองมากนัก

   อาจินต์ ถูกรีไทร์จากสถาบันการศึกษาระดับประเทศ จนพ่อต้องส่งมาหัดให้รู้จักใช้ชีวิตอย่างมีความรับผิดชอบในเหมืองแร่ทางภาคใต้
ด้วยการเป็นนายช่าง 

    คือบทเรียนที่สำคัญสำหรับชีวิต ซึ่งในแต่ละวันที่ผ่านเข้ามา มักจะมีบทเรียนชีวิตดีๆ ผ่านมาด้วยเสมอ

   โดยเฉพาะสิ่งที่พิสูจน์คุณค่าของ "คนทำงาน" เหมือนครั้งที่พี่จอหน์ หัวหน้านายช่าง บอกกับอาจินต์ว่า

"ชีวิตของพวกเรามันมีแต่การทำงานและความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ ต่องาน...เพราะถ้าเราทำงานอย่างซื่อสัตย์แล้ว
...จะกิน...ก็ไม่ต้องอาย / จะตาย...ก็ไม่ต้องกลัว / จะอด...ก็ช่างหัว / พอต้องตายจริงๆ....ก็แค่ถูกปลดจากตำแหน่ง------------------มันก็เท่านั้น"

...แต่นี่คือที่สุดของแนวคิดที่สุดยอดให้กำลังใจสำหรับผมและใครๆ ก็ตามที่เป็นคนทำงาน ซึ่งเมื่อได้ดู ได้รู้ ทำให้ผมรักหนังเรื่องนี้จริงๆ.....

   ...แม้สุดท้าย...ในวันที่เหมืองล่ม 4 ปีที่อาจินต์ อยู้ในเหมืองเเร่ เหมือนไม่ได้อะไรกลับมาเลย
เพราะกินเหล้าเงินเชื่อ กับโกไข่เจ้าของร้านมาตลอด



   ...พอถึงวันที่จะต้องเดินทางกลับ โกไข่ มาทวงเงินทั้งหมด ซึ่งในตอนแรกอาจินต์ ก็รู้สึกตะขิดตะขวงใจ แต่เมื่อโกไข่ พูดประโยคหนึ่งออกมา.....ว่า

"ผมมาอย่างไง ผมก็ไปอย่างงั้น...คุณมาอย่างไม่มีหนี้ คุณก็ต้องไปอย่างไม่มีหนี้"

อาจินต์ฟังแล้วอึ้ง....แต่สักแป๊บก็เกิดรอยยิ้มด้วยความเข้าใจ

"ใช่...ในวันที่มา ผมมาตัวเปล่า พอวันที่ผมจะกลับไป แม้ผมจะกลับไปตัวเปล่า มันก็ไม่มีอะไรจะเสียนี่นา"

...เพราะ "สิ่งสำคัญ" นั้น "คือประสบการณ์" และ "วิถีชีวิตที่สอนให้แกร่ง" มากว่า 4 ปี

ซึ่งประสบการณ์นั้น อาจินต์ได้นำมาใช้งาน จนทำให้เขาได้เป็นผู้อาวุโสในวงการนักเขียนชั้นครูของไทย

          ..................................

...ขอขอบคุณ "เหมืองแร่" ที่ทำให้ช่วงเวลาเย็นในวันนี้ เป็นเวลาเย็นที่มีคุณค่า อีกวันหนึ่ง.....
SHARE
Writer
Kissda
writer
writer

Comments