จิโซ : final

“แม่….แม่…..อ๊าก….ฮืออ…..แม่” เสียงครวญครางสลับกรีดร้องดังมาจากห้องไอซียู ฉันรีบเปิดประตูเข้าไป

พยาบาลหลายคนกำลังพยายามกดเขาไว้ไม่ให้ดิ้น สายน้ำเกลือหลุดจนน้ำไหลเต็มพื้น พยาบาลบางคนโดนเหวี่ยงจนล้มลง อีกหลายคนเข้าไปจับที่ขาแล้วเอาเชือกมัดไว้อีกครั้ง

“มีใครตามญาติผู้ป่วยได้รึยังค่ะ”

“หมอค่ะ ไม่มีใครทราบเลยค่ะ ว่าผู้ป่วยอยู่ที่ไหน เป็นใคร ไม่มีหลักฐานอะไรเลยค่ะ” พยาบาลคนที่โดนเหวี่ยงจนล้มเอ่ยขึ้นพร้อมลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล

“เดี๋ยวหมอจะลองโทรหาตำรวจ ให้ช่วยตามหาญาติดู อาจจะต้องลองไปถามแถวย่านที่ผู้ป่วยหมดสติไป”
ฉันหยิบโทรศัพท์เพื่อโทรหาตำรวจในทันที

หลังจากให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ที่พบผู้ป่วย และที่ที่คาดว่าจะเป็นบ้านของชายคนนี้ ทางตำรวจก็ติดต่อมาในภายหลังว่า

“ญาติผู้ป่วยที่คาดว่าเป็นมารดาของชายคนนี้เสียชีวิตแล้วครับ พบศพนอนอยู่ในห้อง ถูกห่มผ้าไว้อย่างดี สภาพศพแห้งกรัง แต่ไม่เน่าเปื่อย สภาพการตายแบบธรรมชาติ และคาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่าสามเดือน”

ฉันทรุดตัวลงเมื่อได้ทราบข้อมูลนั่นทางโทรศัพท์ น่าเวทนาชายคนนี้เหลือเกิน ที่เขาต้องออกมาหมดสติที่ข้างถนนนั่น อาจจะเกิดจากการขาดคนดูแลอย่างใกล้ชิดนี่เอง

“โอเคไหมครับ มีอะไรคุยกับผมได้นะ เผื่อมีอะไรที่ช่วยได้ ท่าทางคุณดูไม่สบายใจเลยนะครับ” น้ำเสียงทุ่มปนอบอุ่นของหมอโอตะดังขึ้นจากด้านหลัง ทำฉันสะดุ้งเล็กน้อย

“เอ่อ พอดีได้ทราบข่าวว่าผู้ป่วยสูญเสียญาติ แถมยังป่วยแบบไม่ค่อยได้สติด้วย เลยคิดว่าจะดูแลเขายังไงดีค่ะ น่าสงสารเขานะคะ” ฉันถอนหายใจ

“ขอผมดูแฟ้มผู้ป่วยหน่อยสิครับ” หมอโอตะ ยื่นมือมาพร้อมรอยยิ้ม

“เดี๋ยวผมช่วยดูด้วย ช่วยกันนะครับ” เขารับแฟ้มไปอย่างเบามือ

“หมอโอตะค่ะ ฉันกำลังสงสัยเรื่องภาวะที่คนไข้มี กับสาเหตุที่น่าจะเป็น น่าแปลกที่ผลฮอร์โมนที่น่าจะเป็นต้นเหตุก็ปกติดี แต่ภาวะแคลเซียมในเลือดที่สูงมากกลับไม่สัมพันธ์กันเลย” ฉันเอ่ยขึ้นพร้อมส่ายหน้าเบาๆ

“ผลเลือด..ดูคนไข้เลือดจางนะครับ” หมอโอตะพลิกหน้าผลตรวจทางห้องปฎิบัติการอย่างพิเคราะห์

“ค่ะ แต่อาจเพราะผู้ป่วยมีภาวะโภชนาการที่ไม่ดี”

“เห็นหมอเขียนไว้ในผลตรวจร่างกายว่า ผู้ป่วยฟันเสียหายรุนแรงเหรอครับ”

“ใช่ค่ะ ฟันหน้าเสียหายอย่างหนัก ฟันบดก็แตกหลายซี่ อาจเป็นปัจจัยต่อภาวะทุพโภชนาการด้วยนะคะ”

“หมอติดต่อครอบครัวผู้ป่วยได้ด้วยเหรอครับ เห็นบันทึกว่าผู้ป่วยน่าจะเป็นมังสาวิรัติ”

“คือ...หมอโอตะค่ะ จะให้พูดยังไงดี” ฉันอึกอักที่จะพูดเรื่องในอดีตขึ้นมา แต่มันอาจช่วยเขาได้ก็เป็นได้ ฉันจึงคิดว่ามันสมควรพูดมากกว่าจะเก็บงำไว้

“คือ..ผู้ป่วยอยู่บ้านใกล้ๆ กันกับฉันเองค่ะ ฉันพอทราบมาว่าบ้านของเขาเป็นมังสาวิรัติที่เคร่งครัด และผู้ป่วยเองอาจมี...อาการทางจิตที่ไม่ปกติ” ฉันพูดตะกุกตะกักเพราะนึกถึงภาพคืนวันนั้น

“อาการทางจิต..โลหิตจาง..ฟันที่เสียหายผิดปกติ กับภาวะไฮเปอร์แคลซีเมีย….อืมมม คุณโนฮาระอย่าบอกนะครับ ว่าเขาชอบกินแบบว่า..กินของประหลาดๆ ที่ไม่น่าจะกินได้” หมอโอตะเงยหน้าขึ้นจากแฟ้มแล้วมองตาโตมาที่ฉัน

“ทำไมหมอทราบ ฉันยังไม่ทันเล่า” ฉันโพล่งขึ้นเสียงดัง

“ผมพอจะเดาได้แล้ว จากผลเลือด กับประวัติที่หมดให้ ผมนึกถึงจีโอฟาเกีย (geophagia :การกินดิน โคลน ทราย) นะครับหมอ ผมว่าคนไข้มีอาการพิก้า (pica)”
หมอโอตะเอามือขวามาจับไหล่ฉันเขย่าเบาๆ อย่างตื่นเต้น

“เออ หมอค่ะ มือค่ะ มือหมอ” ฉันหน้าแดง ไม่แน่ใจว่าเพราะเห็นหน้าตาที่ตื่นเต้นของหมอโอตะ หรือที่เขาสัมผัสตัวฉันกันแน่

“ตายละ ผมขอโทษนะครับหมอ ขออภัยจริงๆ ครับ” หมอโอตะรีบผละถอยหลังไป โค้งคำนับซ้ำแล้วซ้ำเล่าพร้อมพร่ำคำขอโทษไม่หยุดปาก

“ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณนะค่ะ ที่ช่วยคิด นั่นสิ ฉันกลับลืมคิดเรื่องนี้ไปเลย น่าประหลาดที่หมอคิดถึงเรื่องนี้ ฉันเคยเห็นคนไข้นั่งกัดกินก้อนหินจริงๆ ด้วย”

“จริงเหรอครับ ไม่คิดว่าจะเดาถูกเลย น่าประหลาดมาก” หมอโอตะทำตาโตอีกแล้ว

“ใช่ค่ะ เขานั่งแทะจิโซที่ทำจากหินปูนที่ตั้งอยู่ข้างทาง ฉันเห็นเข้าก็กรี๊ดวิ่งหนีป่าราบเลย ฮา ฮา มิน่าแคลเซียมในเลือดถึงสูงถึงขนาดนั้นนะคะ” ฉันเผลอหัวเราะเมื่อนึกถึงภาพตัวเองในตอนนั้น

“คุณนี่ตลกจัง คุณโนฮาระ ยังอุตส่าห์หัวเราะได้ เป็นผมก็วิ่งครับถ้าเจอแบบนั้น” เขายิ้มละมุนมาให้

“คนบ้า ฉันเขินนะเนี่ย” ฉันนึกในใจ

“งั้นฉันจะลองตรวจทางเดินอาหารให้ละเอียดว่ามีโอกาสอุดตันด้วยไหม ถ้าตอนนี้เขากินหินกินดินไม่ได้แล้ว น่าจะจัดการได้ไม่ยาก แล้วจะได้วางแผนการรักษาต่อได้ รวมถึงเตรียมปรึกษาจิตแพทย์ด้วยนะคะ ขอบคุณหมอโอตะมากนะคะ ที่ชี้ทางสว่างให้ สมเป็นอายุรกรรมมือหนึ่งของเราจริงๆ ค่ะ” ฉันหน้าแดงอีกครั้ง จึงรีบหยิบแฟ้มผู้ป่วยมากอดไว้เพื่อแก้เขิน

“ดีครับ ดีใจที่ได้ช่วยนะครับ จะดีกว่ามากถ้าหมอจะชวนผมไปดื่มกาแฟซักแก้ว ดีไหมครับ” เขาโน้มตัวลงมากระซิบใกล้ๆ

“เอออ..ได้สิค่ะ สบายมาก แต่หมอต้องเลี้ยงขนมนะ” ฉันหัวเราะคิกที่เอาคืนได้

“ได้สิครับ ผมรู้จักร้านเค้กอร่อยๆ ด้วยนะ แล้วจะนัดมานะครับ” เขาโค้งเบาๆ ก่อนเดินยิ้มออกห้องไป

“คนอะไร น่ารักชะมัด” ฉันเผลอยิ้มกว้าง ชนิดที่ว่าใครเห็นก็รู้ได้เลยว่าคิดอะไรอยู่

ฉันรีบเดินไปห้องไอซียู ความกลัวในอดีตพังทะลายลงไปหมดสิ้น เมื่อความจริงถูกเปิดเผย ความหลังฝังใจกลับกลายเป็นกุญแจที่ต้องใช้เพื่อช่วยชีวิตของชายคนนั้นในยามนี้ เป็นเรื่องของโชคชะตาจริงๆ

หรือว่าจะเป็น จิโซ ที่กำหนดให้ฉันได้พบเจอเหตุการณ์ในวันนั้น บางอย่างถูกลากและเชื่อมโยงกันจนเป็นเส้นต่อเนื่อง แม้ว่ามันจะวกวนจนยากจะคาดเดา แต่สุดท้ายมันก็ถูกเชื่อมต่อกันจนได้ราวกับฟ้าลิขิต

ฉันคงไม่กลัวจิโซอีกต่อไปแล้ว และถ้ามีโอกาสได้กลับบ้านในเร็วๆ นี้ ฉันจะไปไหว้ท่านเสียหน่อย คงจะดี…

------------------------------------------------

Pica เป็นอาการที่ผู้ป่วยมีพฤติกรรมผิดปกติในการกินวัตถุต่างๆ ที่ไม่ใช่อาหารปกติ เช่น ดิน โลหะ แก้ว หิน เส้นผม หรือแม้แต่อุจจาระ

อาการดังกล่าวมักมีความเกี่ยวข้องกับภาวะโลหิตจาง ซึ่งมักส่งผลกับพฤติกรรมของการกินของประหลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกินพวก ดิน โคลน หิน ต่างๆ

นับเป็นอาการทางจิตที่ควรได้รับการรักษา เพราะอาจก่อให้เกิดอาการข้างเคียงที่รุนแรงได้ เช่น การกินดินที่มีโลหะหนักเจือปน หรือการทานวัตถุที่มีความคมหรืออาจอันตรายต่อทางเดินอาหาร เช่น เศษแก้วหรือตะปู หรืออาจติดเชื้อของการปนเปื้อนต่างๆ เช่นการทานอุจจาระซึ่งอาจปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย เป็นต้น
SHARE
Written in this book
รวมจินตนาการถึงเรื่องสั้น
รวมเรื่องสั้นที่แต่งขึ้นเวลาที่นั่งว่างๆ
Writer
Deux
the fast sleeper
คนธรรมดามากๆ

Comments