WORLD in Books
โลกในหนังสือมหัศจรรย์จนคุณนึกไม่ถึง เมื่อรับรู้ถึงมัน คุณก็หลงใหลจนถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว

   สมัยเด็ก ฉันเป็นลิงทโมน ทอมบอยมากๆ

   ตอนอนุบาลฉันไม่อยากเรียนมาก กลัวไปหมด แม่เล่าว่าวันแรกที่ไปส่ง ฉันร้องไห้โฮ พอได้โอกาสก็สะบัดตัววิ่งหนีครูออกนอกรั้วฝ่ายอนุบาลจะไปหาพี่ชายที่ตึกประถม พ่อแม่แอบดักมองก็จนใจได้แต่พากลับเพราะฉันร้องไห้ไม่หยุด แสบตั้งแต่เด็ก


   พอโตมา ฉันก็ชอบปั่นจักรยาน เล่นเกม อะไรลุยๆ ก็ชอบ ทุกวันฉันต้องปั่นจักรยานตอนเย็นเสมอ สุขภาพช่วงนั้นแข็งแรงบึกบึนกว่าปัจจุบันเยอะเอาการ

   ฉันรักการ์ตูน ต้องย้อนไปตั้งแต่สมัยอนุบาลที่ฉันชอบดูการ์ตูนเจ้าหญิง โดยเฉพาะบาร์บี้ แน่นอน! ใครๆ ก็ต้องฝันจะเป็นเจ้าหญิงในชีวิตตัวเองทั้งนั้น ดังนั้นฉันจึงคลั่งไคล้ภาพวาดเจ้าหญิง หัดวาดตั้งแต่อนุบาลเลยล่ะ มุ่งมั่นมาก

   ฉันหัดวาดที่ละเส้น เด็กอนุบาลนี่เนอะ เส้นมันก็บูดๆ เบี้ยวๆ ฉันก็ตะบี้ตะบันฝึกจนมือเริ่มมั่นคง ลายเส้นเริ่มตรงดั่งใจ เริ่มมีเค้าโครงสวยๆ แต่ก็แลกมากับกระดาษเอสี่หลายปึกเลยล่ะ

   ฉันมักหอบกระดาษไปนั่งหน้าประตูหลังบ้าน มีห้องน้ำข้างๆ ลมเข้าแถมเย็นอีก นั่นเป็นมุมโปรดฉันเลยแม้จะขวางทางคนอื่นก็เถอะนะ ฮ่าๆๆ

   พอขึ้นประถมฉันก็สนใจการ์ตูนอนิเมะญี่ปุ่น จากนั้นก็หลงใหลลายเส้นจนกลับมาตั้งใจวาดมากขึ้นกว่าเดิม

   ดังนั้นฉันก็เป็นโอตาคุชอบอ่านการ์ตูนไปด้วย

   ฉันที่เป็นลิงทโมน แน่นอนว่าเกลียดหนังสือที่เต็มไปด้วยอักษรเรียงเป็นพรืดยิ่งกว่าอะไร ตั้งแต่หนังสือเรียนไปจนถึงหนังสืออ่านเล่น ยังไงก็ไม่ชายตาแลเด็ดขาด

   กระทั่งวันหนึ่ง ฉันสมัยป. 5 ปั่นจักรยานดอดไปหาพี่สาวเพื่อยืมหนังสือการ์ตูนอ่าน พี่ก็ถามฉันว่า

   "ชอบอ่านการ์ตูนแบบนี้ เคยอ่านนิยายรึเปล่า"

   "ไม่เคยอ่ะ" ฉันตอบงงๆ

   พี่สาวชูนิยายในมืออวด จำได้แม่นว่าหน้าปกสีดำและภาพวาดเป็นลายเส้นสวยๆ สีขาวตัดกับสีพื้น ดูอาร์ตมาก และมันมีชื่อเรื่องว่า 'Kill No More พันธสัญญา ล่า สังหาร'

   "เนี่ยเรื่องนี้พี่ชอบมากเลยนะ เห็นชื่อกับปกดูโหด แต่จริงๆ เป็นนิยายแฟนตาซีมิตรภาพเฮฮานะ!" พี่เล่าอย่างมีความสุข "เรื่องมันเริ่มจาก..."

   ฉันตอนนั้นฟังผ่านๆ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าทั้งปกทั้งเนื้อเรื่องดึงดูดความช่างฝันของฉันมากๆ

   "แต่ตัวหนังสือมันเยอะ ขี้เกียจอ่านจะตาย" ฉันบ่น "แต่ถ้าพี่แนะนำหนูจะลองอ่านดูแล้วกัน"

   "ฉันยังอ่านไม่จบ แกก็ไปอ่านเรื่องอื่นก่อนละกัน ในห้องพี่มีเต็มเลย"พี่ยิ้มตาเป็นสระอิ

   ฉันมองค้อน มาพูดให้อยากแล้วจากไปได้ยังไง!?

   สุดท้ายฉันก็เดินไปรื้อดู พี่มีนิยายหลายเรื่อง แต่เรื่องที่ฉันสนใจ...แน่นอนว่าเลือกที่หน้าปกค่ะ!!

   ฉันก็จำไม่ค่อยได้แล้ว แต่น่าจะเป็นเรื่อง ครอบครัวปีศาจ เล่มเดียวจบ หน้าปกสวยจนฉันอดหยิบมาดูไม่ได้

   หลังจากอ่าน ฉันก็ชอบทันที

   ทั้งเนื้อเรื่อง ทั้งความประทับใจ ทั้งหมดนั้นเกินกว่าที่คาดคิดไว้มาก

   ฉันตัดสินใจหยิบเรื่องต่อไปมาอ่าน มันคือ No Hero รัตติกาล...อันตราย

   แล้วฉันก็ตกหลุมรักจนถอนตัวไม่ขึ้น เสน่ห์ของเนื้อเรื่องและตัวละคร ทุกอย่างมันทำให้ฉันหลงใหลโลกใบใหม่นี้อย่างไม่ยอมถอนตัว

   ฉันไล่กวาดซื้อนิยายอย่างบ้าคลั่ง สะสมตั้งแต่ป.5 จนจบม.ปลาย รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 400 เล่มเลยล่ะ

   มันบรรยายไม่ถูกว่าทำไมถึงชอบ แต่ถ้าคุณลองอ่านสักครั้ง รับประกันว่าคุณก็จะตกหลุมรักมันเหมือนฉันแน่นอน (แม่ฉันก็ตกหลุมพรางมาแล้วนะ!)

   มันคือโลกอีกใบหนึ่ง

   มันคือโลกที่ไม่น่าเบื่อ โลกที่สวยงาม เต็มไปด้วยจินตนาการ ที่ที่คุณไม่สามารถทำได้ แต่นิยายทำได้

   ที่ที่คุณสามารถทิ้งความทุกข์ระทม แล้วย้ายไปโลดแล่นในอีกโลกหนึ่งอย่างอิสระเสรี

   โลกที่คุณจะไม่ถูกจำกัดด้วยคำว่า 'เป็นไปไม่ได้'

   นิยายเปลี่ยนฉันที่เป็นเด็กซนให้เริ่มใจเย็น นิสัยเปลี่ยนจากใจร้อน ขี้แง ชอบโวยวาวให้ตรงข้ามไปหมดแทบจะกลายเป็นรูปปั้นเดินได้ ไม่รู้ว่าดีหรือไม่ดีกันแน่

   แต่นิยายทำให้คุณได้เรียนรู้ไปในตัว

   คนที่ไม่เคยสัมผัสย่อมกล่าวว่าการอ่านนิยายเป็นเรื่องไร้สาระ

   แต่นิยายก็เหมือนคน

   มีนิสัยของตนเอง

   เมื่อเราอ่าน เราจะได้เห็นนิสัยของเขา เห็นข้อดี ข้อเสีย และเรื่องราวของเขา เหมือนได้เรียนรู้โลกใบหนึ่งที่ต่างออกไป

   สิ่งที่ได้มามันเหนือกว่าที่ใครคาด

   มันคือ ประสบการณ์

   ข้อคิด ความรู้ดีๆ ที่สอดแทรกในเรื่องช่วยให้คุณจดจำได้ดีกว่าข้อมูลยาวๆ ในหนังสือเสียอีก เพราะสมองคุณเปิดรับมันเต็มที่ คุณจึงจดจำได้แม่นยำ

   คุณเติบโตไปพร้อมตัวละคร ตัวละครผ่านเรื่องร้าย คุณก็ได้เห็นอีกด้านของโลก ตัวละครเจอเรื่องดี คุณก็ได้เห็นสิ่งที่ดีบนโลก

   ไม่ต่างจากคุณได้เรียนรู้ประสบการณ์จากผู้อาวุโสคนหนึ่ง

   ดังนั้น โลกใบนี้จึงยิ่งใหญ่มาก

   โดยเฉพาะสำหรับฉัน


SHARE
Written in this book
Book of the Life
บันทึกในหนึ่งชีวิตของเด็กผู้หญิงมึนๆ งงๆ คนหนึ่ง
Writer
Bambie
Somebody knows.
I don't like the rain, but when you gave me an umbrella with a smile... In that second, I fell in love with you. "พื้นที่นี้คือกระดาษและปากกาของเรา"

Comments

Tipchomchan
7 months ago
อยากอ่านบ้างจัง^^555หนังสือเยอะมาก;)
Reply
Aakka
7 months ago
จริงค่ะ หนังสือคือโลกที่ยิ่งใหญ่มากก😘😘
Reply