little thing
ตั้งใจว่าจะให้เรื่องนี้เป็นไดอารี่ เก็บไว้ให้ตัวเองในอนาคตอ่าน

ในวันที่เรายังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ไม่ประสบความสำเร็จอะไรเลยในชีวิต-ก็คือวันนี้นี่ล่ะ
เราตั้งคำถามหลายๆคำถามเกี่ยวกับโลกนี้ เกี่ยวกับชีวิตของเราเอง คำถามล่าสุดที่เราสงสัยก็คือ ทำไมกันนะ...
ทำไมกันนะ คนหลายคนถึงกลัวจะเป็นคนแบบที่ตัวเองเกลียด แต่สุดท้าย เขาก็กลับกลายเป็นคนแบบนั้นอยู่ดี

อย่างเช่นการที่ครอบครัวใครสักคนมีพ่อที่ชอบทำร้ายร่างกายแม่เสมอ เราอาจเกิดเป็นเด็กผู้ชายคนหนึ่ง เกลียดพ่อมาก คิดว่าต่อไปมีครอบครัวจะไม่ทำร้ายร่างกายภริยาเด็ดขาด- แต่สุดท้าย พอเรามีครอบครัวจริงๆ พอเราโมโหมากๆ เราก็เผลอทำร้ายร่างกายเมียตัวเองไปโดยอัตโนมัติอยู่ดี

เราเห็นเรื่องแบบนี้บ่อยๆในสังคม เราตั้งคำถามว่าทำไม?
หรือความคิดที่เราตั้งใจไว้ในหัว มันมีอิทธิพลไม่มากเท่ากับสิ่งที่เราพบเห็นในชีวิตประจำวัน 
หรือพอเราอยู่กับอะไรนานๆเข้า เราก็เริ่มซึมซับให้ตัวเองกลายเป็นสิ่งเดียวกันตามไปด้วย-เราซึมซับสิ่งเป็นพิษเข้าไปในระดับจิตใต้สำนึก-และสิ่งเหล่านั้นหล่อหลอมให้เรากลายเป็นตัวเราแบบทุกวันนี้ 
เราฟังเพลงเศร้า แล้วเราก็ร้องไห้ทั้งที่ตอนแรกก็ไม่ได้รู้สึกอะไร เราไปเสพสื่อที่หลากหลาย แล้วก็เก็บมาอินตาม มาเครียดตาม อารมณ์ขึ้นๆลงๆตามสิ่งเร้าเสมอ เรารู้สึกไม่มั่นคง เพราะเราหมุนตามโลกที่หมุนเร็วมาก เราต้องมีเหมือนคนอื่น ต้องเป็นเหมือนคนอื่น ต้องทำให้ได้ตาม 'มาตรฐาน' ที่สังคมวางไว้ ไม่งั้นเราจะรู้สึกไร้ค่า-ว่างเปล่า
เราเติมตัวเองไม่เคยเต็มเลย


เมื่อกี้ดูคลิปของพี่อุ๊บอิ๊บมา พี่เค้าบอกว่า แค่ออกไปวิ่ง ก็รู้สึกสวยแล้ว :)
ตอนดูก็รู้สึกว่าจริง-ที่พี่เค้าบอกคือสิ่งเดียวกับที่เรารู้สึกเลย รู้สึกว่าสวย 555 ฟังดูมโนและหลงตัวเองขั้นหนัก แต่มันเป็นความรู้สึกที่แปลกมาก มันไม่ใช่ว่าเราผอมลงจากเดิมนักหรอก ผิวเราคล้ำขึ้นมากด้วยเพราะออกกำลังกายกลางแจ้งเยอะ แต่ 1 ชั่วโมงที่อยู่ตรงนั้น มันเหมือนเป็นเวลาที่ร่างกายได้เชื่อมโยงกับจิตใจจริงๆ มันอธิบายเป็นตัวอักษรยากนะ- แต่ถ้าเธอย้อนกลับมาอ่านอีกครั้ง เธอก็จะเข้าใจเองล่ะว่ามันหมายความว่ายังไง
เราใช้เวลาอย่างน้อย 1 ชั่วโมงทุกวันเพื่อออกกำลังกาย บางวันอาจจะวิ่ง บางวันก็ทำอย่างอื่น ตอนแรกเราแค่ออกกำลังกายแก้เครียดเฉยๆ แต่พอทำไปเรื่อยๆ กลายเป็นวันมันช่วยปรับสมดุลจิตใจเราไปด้วย มันเป็นเวลาที่เราได้อยู่กับตัวเอง มีเป้าหมายเล็กๆ และค่อยๆทำให้สำเร็จไปทีละวัน เราอยู่กับวินาทีนั้น และไม่มีใครเอามันไปจากเราได้

ถ้าเรารู้ตัวเองอยู่ตรงนี้ โลกข้างนอกจะเข้ามาแทนที่ไม่ได้เลย

ตอนนั้นเองที่เรารู้สึกว่าเราสวยแบบประหลาด ถ้าพูดให้ถูกมันไม่ใช่ความรู้สึกสวยหรอก แต่มันคือความมั่นใจมากกว่า มั่นใจว่าเราเป็นแบบนี้และดีในแบบที่เราเป็น เราไม่ต้องเปรียบเทียบกับใคร เรามีความสุขได้ด้วยตัวเราเอง  

ซึ่งเราว่าการออกกำลังกายก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่จุดสำคัญจริงๆคือเราต้องหาเวลาในแต่ละวันเพื่อทำความเข้าใจตัวเองมากกว่า
มันมีคำที่เรามองว่าน่ารักดี เขาใช้คำว่า "ปรึกษาหารือกับจิตใจของตัวเอง" มั้งนะ
เราควรจะมีช่วงเวลาที่สงบ ที่ไม่ต้องเอาเรื่องราวต่างๆมาใส่ในหัว เวลาที่เราลองทำความเข้าใจว่าอะไรคือความคิด อะไรคือสิ่งเป็นพิษ อะไรคือสิ่งเร้าที่ผ่านเข้ามา และอะไรคือสิ่งที่จิตใจของเราต้องการจริงๆ- ซึ่งบางทีสิ่งที่ใจต้องการอาจจะไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร อาจจะเรียบง่ายจนตัวเราเองยังนึกไม่ถึงเลยด้วยซ้ำไป

มีคนเคยถามคำถามประมาณนี้ ประมาณว่า 'คนเราเกิดมาเพื่ออะไร'
ซึ่งเรามีคำตอบของเราเองอยู่แล้ว แต่เราไม่เคยตอบพวกเขาออกไป เพราะเรามองว่านั่นเป็นคำถามที่เจ้าของคำถามต้องหาคำตอบด้วยตัวเอง ไม่มีใครตอบแทนกันได้
แต่ที่แน่ๆก็คือเราคงไม่ได้เกิดมามีเป้าหมายหลักคือการไหลตามสิ่งเร้าไปวันๆ เครียดตามคำพูดของคนอื่น เกิดมาเพื่อถูกข่ม เป็นคนไร้ค่า เป็นคนขี้แพ้ หรือเป็นตัวตลกแน่ๆ

และคำตอบที่เราคิดไว้ให้ตัวเอง มันอาจจะถูกหรืออาจจะผิดก็ได้ เราก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะเรายังต้องเรียนรู้อะไรอีกมากเกี่ยวกับโลกใบนี้-และเกี่ยวกับจิตใจของเราเอง

ดังนั้นเธอต้องหารือกับจิตใจของตัวเองบ่อยๆหน่อย
เพราะต่อให้เธอจะไม่แน่ใจว่าเธอจะเกิดมาเพื่ออะไร- แต่อย่างน้อย ชั่วขณะนั้นที่เราได้พูดคุยกับจิตใจของเราอย่างจริงจัง โดยไม่มีสิ่งรอบข้างมาเจือให้ไขว้เขวแล้วล่ะก็
ช่วงเวลาสั้นๆนั้น ก็จะเป็นช่วงเวลาที่เรียบง่ายและมีความสุขมากพอแล้ว



SHARE

Comments

Memoryna
4 months ago
ขอบคุณมากๆเลยค่ะ ช่วงนี้กำลังสับสนกับตัวเองพอดี
Reply
Girlwearsblue
4 months ago
เหมือนเวลาที่เราปรึกษาใครแล้วคิดได้เองนะคะ ถ้าได้ลองพูดสิ่งที่งงๆอยู่ออกมาเรื่อยๆเหมือนเป็นไดอารี่เสียง อาจช่วยให้ความคิดเข้าที่เข้าทางขึ้นก็ได้นะ 🙂