เด็กมัธยมปลายและฝนดาวตกลีโอนิดส์

17 พฤศจิกา
มีปรากฏการณ์ฝนดาวตกลีโอนิดส์ 



“เฮ้ยพี่! มาด้วยเหรอ”

เสียงเกือบจะคุ้นเคยดังขึ้นข้างหลัง ขณะที่ฉันกำลังก้าวเข้าตึกชมรมดาราศาสตร์เพื่อไปถ่ายภาพฝนดาวตกมาทำตัวจบในปีสุดท้ายของมหาลัย

ฉันนับหนึ่งถึงสองในใจก่อนจะหันกลับไปแล้วปั้นรอยยิ้ม
ที่ซ้อมกับตัวเองไว้หน้ากระจกมาแล้วไม่รู้ต่อกี่ครั้ง
แต่พอลงสนามจริงมันต่างกันเยอะทุกอย่างฉุกละหุกและไม่มีเวลาให้เตรียมตัวเลยสักนิด

แค่เดาไว้แล้วว่าอาจเจอกันที่นี้...แต่ไม่คิดว่าจะเจอจริงๆ

“ไง :)”

หวังว่านะ
มันจะเป็นยิ้มที่เนียนที่สุดและแสดงถึงความดีใจจริงๆ
เอาเข้าจริงดีใจจนเนื้อเต้นแหละ แต่แบบไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะแสดงออกได้ว่าควรดีใจขนาดนั้น

“ผมไม่เห็นพี่เลยช่วงนี้ หายๆนะ”
พูดพร้อมเดินมาขนาบข้าง

ความรู้สึกแรกคือความสูงที่ต่างระดับกันอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับเมื่อก่อน
เหมือนจะนาน แต่ก็เหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

กี่ปีแล้วนะ... 4 ปีได้ไหม

ตั้งแต่วันนั้น

เรารู้จักกันเพราะว่าเราชอบวิชาวิทยาศาสตร์
เราเลยเลือกเรียนสายวิทย์-คณิตเหมือนกัน
และเพราะเราชอบวิชาดาราศาสตร์
ตอนมัธยมเราเลยไปสมัครเข้าชมรมดาราศาสตร์ด้วยกัน

เด็กผมเกรียน หน้าใส ยิ้มกว้างโชว์เหล็กดัดฟัน 
อยู่ในชุดนักเรียนชาย เลข ๔ ที่ปักตรงคอปกข้างขวาสีขาวสะอาดสะอ้าน 
บ่งบอกถึงการเริ่มต้นใหม่ของมัธยมปลายที่สดใส
ส่วนฉันก็เป็นพี่มอหกที่กำลังเคร่งเครียดกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัย
และการนั่งหาว่าตัวเองชอบอะไร นอกจากการถ่ายรูปไปวันๆ

ความสุขเดียวในช่วงนั้น ก็คงเป็นเด็กที่มองโลกในแง่ดีคนนี้ละมั้ง 
ที่ทำให้ฉันผ่านวันยากๆมาได้ วันที่แม้แต่คนที่บ้านเองแท้ๆ 
ยังไม่เข้าใจว่าการถ่ายภาพที่ฉันชอบ จะหาเลี้ยงตัวเองได้ไหม 

แต่ก็มีเด็กคนหนึ่งเข้ามาด้วยให้ความเชื่อใจและมั่นใจในตัวฉันยิ่งกว่าฉันซะเอง 
วันนี้ไม่รู้ตัวเองจะเดินไปทางไหน เหมือนคนหลงทาง 
ยังโชคดีที่มีมือหนึ่งยื่นเข้ามาช่วย แล้วดันเจอทางออกจริงๆ

“ผมเชื่อว่าพี่ทำได้ พี่เอาดีทางนี้ได้จริงๆ เชื่อผม”

ใช่ -ฉันเลือกเชื่อคนไม่ผิด

ขอบคุณนะ ขอบคุณที่มั่นใจในตัวเราขนาดนั้น


ยังจำบทสนทนาธรรมดาๆในวันนั้นได้ดี
“ผมอยากเป็นน้องรหัสพี่นะ”

“แกจะมาเป็นน้องรหัสฉันได้ไง ฉันอยู่มอหก แกต้องเป็นน้องรหัสของเด็กมอห้าสิ”

“เอ้าเหรอ”

“เออ”

“งั้นเค้าเรียกอะไรนะที่มัน...”

“...สายรหัส”

“อ้อ นั่นแหละๆ”

“ไม่เอาหรอก ฉันไม่อยากมีเด็กอย่างแกเป็นสาย จนตายพอดี”

“เอ้าฮ่าๆ ทำไมล่ะ พี่ก็ไม่เห็นต้องเลี้ยงอะไรผมมากมายเลย แค่นมวันละกล่อง อ้อละก็...ถ่ายรูปฟรีวันปัจฉิม”

“อย่าเยอะ นมวันละกล่องคิดเป็นอาทิตย์ก็เกือบร้อย 
ถ่ายรูปฟรีให้แกฉันรับจ๊อบคนอื่นที่ได้เงินไม่ดีกว่าเหรอ”

“โห...ใจร้ายจัง ทีเวลาผมไปส่งพี่ ผมยังไม่คิดค่ารถเลย”

“อย่ามาตลก แกจะกลับทางนั้นอยู่แล้วไหม”

“งั้นเอางี้ ผมจะอาสาเป็นผู้ติดตามคอยถือของให้ แล้วก็...เป็นตากล้องให้พี่วันปัจฉิมเลย”

"...."

"แหนะ ยิ้มแบบนี้แสดงว่าตกลงนะ"

"เอาที่สบายใจเลย อยากทำก็ทำ"

"โอเค ตกลงนะ ฮ่าๆๆ"
เสียงหัวเราะแสนสดใสกับแสงของพระอาทิตย์ที่กำลังจะตกตอนห้าโมงเย็น 
และกลิ่นของสนามหญ้า เป็นความทรงจำเดียวที่ฉันจำมันได้ไม่ลืม 

ทุกอย่างในช่วงเวลานั้นถูกบันทึกไว้ด้วยกล้องที่ดีที่สุดในโลก นั่นก็สายตา 
และถูกล้างออกมาเป็นภาพ ด้วยหัวใจ 
ฉันมักเปิดอัลบั้มนี้ซ้ำๆเวลาต้องการกำลังใจและคิดถึงคนในภาพนั้น

มันดีเสียจนคิดว่าคนเราจะมีพรุ่งนี้ไปอีกทำไม ถ้าวันนี้มันดีที่สุดในโลกแล้ว



“พี่นี่ไม่เปลี่ยนเลยเนอะ”
เสียงของคนข้างๆเรียกให้ฉันที่กำลังหลงทางอยู่ในอดีตถูกเรียกกลับมาอยู่ในปัจจุบัน

“ยังไง”

“จะว่ายังไงดีละ...เตี้ย ไม่เปลี่ยน”

“ไอ้เด็กนี่!”

“ฮ่าๆ ล้อเล่นๆ พี่ชอบทำหน้าเครียดตลอด ผมเลยอยากทำให้หัวเราะเฉยๆน่ะ”



“...”
นี่ไง ไอ้การกระทำพวกนี้ไง ที่ฉันซึมซับมาตลอดกี่ปีไม่รู้ จนเอาตัวเองออกมาไม่ได้



“เรียนหนักเหรอพีี่”

“ก็นิดหน่อย ปีสุดท้ายแล้ว แกละ”

“ก็หนักอยู่นะพี่ นี่ขนาดเรียนสิ่งที่ขอบแท้ๆ”

“เออ ไม่มีอะไรไม่หนักหรอก แต่หนักกับสิ่งที่ชอบดีกว่าหนักกับสิ่งที่ไม่ชอบนะ”

“ก็จริงอย่างพี่ว่า”

ติ๊ง!

ลิฟท์เปิดออกมายังดาดฟ้าชั้นสุดท้ายของตึกวิทย์

ผู้คนทั้งในชมรมและนอกชมรมมาที่นี่เพราะจุดมุ่งหมายเดียวกัน 
-ฝนดาวตกลีโอนิดส์

“คนเยอะว่ะพี่ เราไปตรงนู้นดีกว่า”
และด้วยอะไรไม่รู้ที่ทำให้ฉันเออออเดินตามไปอย่างง่ายดาย

มองแผ่นหลังกว้างด้านหน้าแล้วรู้สึกเศร้าใจ
ทำไมเราถึงไม่สามารถหยุดเวลาไว้ได้
หยุดเวลาในวันที่แผ่นหลังของคนตรงหน้ากว้างพอดี ที่จะกอดแค่ตัวเราเท่านั้น
ทำไมพื้นที่ของแผ่นหลังต้องขยายกว้างขึ้น จนกลายเป็นเราเองที่ไม่เหมาะกับมัน


“ผมขอคบกับพี่เค้าแล้วนะพี่”

“...แล้วเค้าตกลงยัง”

“ยังอะ แต่ตอนนี้โคตรตื่นเต้นเลย”

“เออ ใหม่ๆก็งี้”

“ผมกลัวว่าพี่เค้าจะกังวล ไม่กล้าคบผมเพราะผมเป็นน้องรหัส”

“บ้า ใครเค้าจะมาคิดมากกับเรื่องแค่นี้”

“จริงนะพี่ พี่รหัสกับน้องรหัสคบกันไม่ผิดใช่ไหมพี่”

“เนี้ย ถ้าเรื่องเด็กๆแค่นี้แกยังคิดมาก เค้าจะหาว่าแกเด็กแล้วไม่คบกับแกนะ”

“โห ตรงอะ ก็ได้ๆ ไม่คิดก็ไม่คิด”

แล้วแกก็โตขึ้นมากพอที่จะมอบความรักที่บริสุทธิ์ให้กับคนที่แกรัก

หลังจากที่ฉันสอบติดมหาลัย เราทั้งคู่ก็แทบไม่ได้คุยกันอีกเลย
ฉันเองแหละที่พยายามไม่คุย ทั้งที่อีกฝ่ายพยายามทักมาหาฉันบ้างในเฟสบุ๊ค
แต่ฉันก็แกล้งไม่เห็นบ้าง ตอบบ้างไม่ตอบบ้าง

ทำตัวยุ่งๆเดี๋ยวตัวฉันก็คงลืมไป
...

...

...


แต่ก็ไม่เห็นจะลืมได้เลย



จนเวลาล่วงเลยมา
เด็กมอปลายในวันนั้นกลายเป็นเด็กมหาลัย

อัลบั้มในวันนั้น เลยไม่ได้มีภาพที่ถูกถ่ายภาพเพิ่มเข้ามานาน จนฝุ่นเกาะหนา
ซึ่งบางทีฉันว่าก็ดีแล้ว แต่บางทีเราก็เสียใจที่เรื่องระหว่างเรามันจบไม่สวยนัก
แต่ฉันก็เป็นคนเลือกเองให้มันจบแบบนี้



ท้องฟ้าเป็นใจ ไม่มีแสงจันทร์ ไม่มีเมฆรบกวน
หัวหน้าชารมดาราศาสตร์กำลังพูดอธิบายข้อมูลเกี่ยวกับฝนดาวตกลีโอนิดส์ครั้งนี้
ตีสองเป็นต้นไป ถึงเช้าของอีกวันที่ เราจะมองเห็น 
นี่ก็ใกล้แล้ว
...

เราทั้งคู่เลือกมุมที่ไกลจากคนอื่น 
ฉันจัดการตั้งกล้องอย่างเคยชิน 
มันเกือบจะเหมือนกันทุกครั้งที่ฉันมาถ่าย
ทุกครั้งที่เห็นฝนดาวตกหรือดวงดาว 
รอยยิ้มของเขาจะเป็นรอยยิ้มแรกที่ฉันคิดถึง 
ไม่ได้อธิษฐานให้เจอ แค่คิดถึง...

และวันนี้ ตอนนี้ เขาได้มายืนอยู่หน้าฉันแล้ว คนที่ฉันคิดถึงตลอดมา
ลมหนาวของเดือนพฤศจิกาพัดมาเป็นระยะๆ

“ผมถามอะไรพี่ได้ไหม”
เขาพูดขณะที่ฉันกำลังเทสกดชัตเตอร์ถ่ายภาพฝนดาวตก
ฉันก็คือฉัน ทำตัวยุ่งๆเหมือนไม่ได้สนใจอะไรนัก
ทั้งที่สนใจมาตลอด

สนใจว่าเขายังรักกับเธออยู่ไหม

สนใจว่าเขาเครียดเรื่องอะไรช่วงนี้

สนใจว่าเขาชอบอะไรช่วงนี้

สนใจว่าเขา...จะยังสนใจเราบ้างหรือเปล่า

“ถามมาดิ”





“...”




“...”



“ทำไมวันนั้น...พี่ถึงไม่มางานปัจฉิม”



รวดเร็วเกินกว่าจะทันตั้งตัว
คำถามที่ฉันกลัวมาตลอด
กับคนที่ฉันวิ่งหนีมาตลอด
กำลังตกพุ่งเข้าชนฉันอย่างไม่ทันตั้งตัว


เหมือนได้เสียงกดชัตเตอร์ดังขึ้นในหน้าอกข้างซ้าย
ชั่ววินาทีเดียวกันที่เหมือนเห็นแสงสว่างของฝนดาวตกที่สว่างไหวเป็นฉากหลังให้กับคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า 
เป็นภาพที่สวยมากๆและเพราะว่ามีเขาอยู่ด้วย 
ภาพนี้ยิ่งสมบูรณ์แบบ 

คล้ายกับว่าฉันรอภาพนี้มานานแสนนาน 
รอภาพที่ฉันไม่กล้าถ่าย 
รอภาพที่ฉันไม่กล้ามองมันด้วยสายตาของตัวเอง
ที่ผ่านมาฉันเอาแต่มองมันผ่านเลนส์และปรับทุกอย่างให้้เป็นไปตามที่ใจตัวเองต้องการ

ไม่มีอะไรจริงไปกว่าภาพตรงหน้าและคนตรงหน้าอีกแล้ว
ไม่มีอะไรจริงไปกว่าการยอมรับความจริงว่าเรื่องระหว่างเราเป็นได้แค่ไหน
ไม่มีอีกแล้ว...

ฝนดาวตกครั้งนี้สว่างและสวยกว่าครั้งไหนที่ฉันเคยได้พบ
แต่ฉันกลับเศร้าเหลือเกิน
ฝนดาวตก ตกเพียงแค่ครั้งเดียว แล้วก็หายไป
ซึ่งฉันก็อยากเป็นแบบนั้น

อยากตกแล้วหายไป

อยากตกแล้วถูกลืมไป

เหมือนฝนดาวตกเมื่อกี้

แต่กับความรักมันไม่เคยง่ายขนาดนั้น

เราตกแล้วตกเล่า แต่ไม่เคยหายไป

เราตกแล้วตกเล่า แต่มันจะไม่ถูกลืมไป


“แกไม่รู้จริงๆเหรอ ว่าฉันรู้สึกยังไงกับแก”

เราตกแล้วตกเล่า เพื่อตกใหม่อีกครั้งในวันในวันหนึ่ง


SHARE
Written in this book
ดวงดาวที่หายไปจะถูกค้นพบ
ถึงยาน Charlotte-149
Writer
404componentnotfound
นัก(อยาก)เขียน
เพลงที่ฟัง หนังที่ดู ผู้คนที่เจอ และซูโม่

Comments

fn94
6 months ago
ชอบมากๆเลย เขียนดีมาก
Reply
ขอบคุณนะคะ ดีใจๆ 💖
midnightwanderess
6 months ago
Kinda hurt😢
Reply
😭✌🏻