คำถามที่ควรต้องถาม เมื่อถึงเวลาต้องเปลี่ยนแปลง
ช่วงเย็นระหว่างการพักทำงาน มักเป็นเวลาที่ได้นั่งพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานรุ่นน้องโต๊ะใกล้ๆ ในหัวข้อทั่วไปเกี่ยวกับชีวิตและอนาคตอันใกล้ของพวกเราวัยหนุ่มสาว รวมไปถึงหัวข้อที่ตัวเราชอบใช้ไว้เตือนสติคนรอบตัวที่กำลังสับสนในตัวเอง ให้ได้ฉุดคิดอะไรหลายๆ อย่าง มาจากสิ่งที่เคยพบ เคยประสบมากับตัวเอง กับคำถามที่ว่า
หนูไม่ชอบตรงนี้ แต่หนูก็ตอบไม่ได้ว่าหนูชอบอะไร หรือควรทำอะไรในชีวิตต่อ ฉันในฐานะที่ผ่านประสบการณ์โชคโชนนี้มา ได้แต่ยิ้มให้กับคำถามเหล่านี้ หากย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีที่แล้วที่ฉันก็นั่งตั้งคำถามกับตัวเองเหมือนกัน แน่นอนฉันถามคนรอบตัว แต่ไม่มีใครที่จะตอบปัญหาของฉันได้ ฉันใช้เวลาตอบหัวใจตัวเองอยู่พักใหญ่ๆ เลยหละ เลยอยากจะมาแชร์หัวข้อหลักๆ ให้ผู้ที่ยังคงสับสนกับการเดินทางในชีวิต ได้ฉุดคิดหรือมีแนวทางในการหาทางออกได้บ้าง 

1. ตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่าชอบหรือต้องการอะไร
คำถามง่ายๆ แต่หาคำตอบได้ยาก แน่นอนหละที่เราจะพบเจอทางเดินที่เราก็ตอบตัวเองไม่ได้ว่าเราชอบอะไร จะเลือกอะไร กลัวว่าจะเป็นยังไงต่อไปถ้าเลือกแล้ว วันนี้อยากมาแชร์สมการง่ายๆสั้นๆ ใช้ได้ทุกงาน
ถ้าใช้เหตุผลแล้วยังตัดสินใจไม่ได้ ลองถามใจตัวเองดูสิ ว่าต้องการอะไร2. ไม่มีใครเข้าใจตัวเราที่สุด นอกจากตัวเราเอง 
หลายครั้งที่เราก็มักเผลอให้คนอ่ืนหรือความคิดของคนอ่ืนมาครอบงำชีวิตที่เราควรจะเป็นคนตัดสินใจเดิน จะมีใครเข้าใจทางเดินที่เราเดินอยู่ได้ดีที่สุดนอกจากตัวเรา จริงไหม

2. กล้าพอไหมที่จะก้าวออกจาก confort zone 
ทุกคนมี comfort zone และหากต้องการก้าวไปข้างหน้า ก็ต้องกล้าที่จะออกจาก comfort zone นั้น แต่หลายคนมักมี passion ในการทำอะไรที่ออกนอกกรอบ แต่ไม่มีความกล้ามากพอจะก้าวออกมาจากจุดที่ไม่ต้องดิ้นรน ถามว่ามันเป็นสิ่งที่ผิดไหม ก็ไม่ หากเราพอใจในจุดที่เราอยู่ แต่หากเรารู้สึกว่าเราดิ้นรนที่ออกมาอยู่ตลอด มันก็คงถึงเวลาแล้วที่ต้องก้าวออกมา และยอมรับความเปลี่ยนแปลงที่จะเจอ อยากบอกว่าลองดูซักตั้งก็ไม่มีอะไรเสียหาย

3. อย่าให้คำว่า passion (ของคนอื่น) มาทำร้ายเรา
เป็นปีที่ฮิตมากสำหรับคำว่า passion ซึ่งก็กล้าพูดว่าจริงๆแล้วเราก็ยังไม่เจอ passion ของตัวเองขนาดนั้น เราแค่รู้สึกว่าเราได้ลองทำหลายอย่าง แต่เรายังไม่เจอในสิ่งที่เราชอบที่สุดเท่านั้น แต่เราก็ไม่เคยจะหยุดหามันนะ เราแค่คิดว่า ณ ปัจจุบันนี้ เราตอบตัวเองได้จริงๆว่าตัวเราต้องการอะไรกันแน่ และได้ทำในสิ่งนั้น แน่นอนมันมีความสุขที่ได้ทำ โดยไม่ต้องคอยฟังว่าใครต้องการอะไรยังไง 

4. การเปลี่ยนแปลงย่อมต้องมีการเสียสละ แต่เวลาจะช่วยคัดสรรคนในชีวิตคุณเอง 
 การเปลี่ยนแปลงย่อมนำมาซึ่งความเสียสละในอะไรหลายๆอย่าง ซึ่งเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ แต่เชื่อเถอะเมื่ออายุมากขึ้นและประสบการณ์ชีวิตที่เพิ่มขึ้น จะคอยคัดสรรคนในชีวิตเรา ไม่แปลกที่ยิ่งโตเพื่อนจะยิ่งน้อย การโตขึ้นทำให้เราได้เรียนรู้ว่าเราไม่สามารถรั้งทุกอย่างในชีวิตไว้ได้ ทุกสถานะ ทุกความสัมพันธ์ ย่อมมีเหตุให้เปลี่ยนแปลงไปตามเวลา ดังนั้น เราไม่ควรเสียดายหากระหว่างทางเราได้ทำใครตกหล่นไปได้บ้าง แต่เราควรขอบคุณที่เวลาช่วยคัดสรรคนเหลือที่อยู่ในชีวิตเรา

5. เลือกที่จะอยู่ใกล้กับคนที่ส่งพลังบวก มากกว่าพลังลบให้คุณ
ช่วงไหนที่ตั้งใจจะพัฒนาตัวเอง สิ่งที่จะคือหนีออกให้ห่างที่สุดคือ คนที่พร้อมตัดกำลังใจหรือคนที่ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ทำอยู่ แน่แหละว่าในการที่เราจะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งย่อมมีคนทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่ถ้าเราตัดสินใจแล้ว ก็ควรเคารพและหาทางให้สิ่งที่เราตัดสินใจ หรือประสงค์ให้สำเร็จลุล่วงไป การที่เอาตัวเองไปใกล้คนที่ส่งพลังให้เราทำในสิ่งที่เราเลือก แน่แหละว่าความสำเร็จย่อยอยู่ไม่ไกลมาก

6. เคารพการตัดสินใจของตัวเอง
เราจะไม่เคยรู้สึกลังเล หรือเสียใจกับสิ่งที่เราเลือก หากเราเคารพการตัดสินใจของตัวเอง ซึ่งนั่นย่อมรวมถึงสิ่งที่จะตามมา หรืออนาคตที่กำลังจะเกิดขึ้นหลังจากการตัดสินใจนั้นด้วย เมื่อเราเลือกแล้วขอให้เราคิดว่าเราจะทำมันให้เต็มที่และเคารพในสิ่งที่ตัวเองเลือก

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด การเปลี่ยนแปลงย่อมเกิดขึ้นกับทุกคนแหละ อยู่ที่ว่ามุมมองของเรากับการเปลี่ยนแปลงครั้งนั้นเป็นอย่างไร ขอเพียงแต่เข้าใจตัวเองและตอบตัวเองให้ได้ด้วยตรรกะ เหตุผล หรืออารมณ์ก็ช่าง เมื่อใดเราไม่เข้าใจตัวเอง เมื่อนั้นความวุ่นวายย่อมเกิดขึ้น การโตเป็นผู้ใหญ่ก็ซับซ้อนแบบนี้แหละ สู้ต่อไปนะทุกคน :)

   ความเปลี่ยนแปลงคือสิ่งที่ทำให้เราได้เติบโต ☀️
SHARE
Writer
kalorine
a writer will be
ความเปลี่ยนแปลงคือสิ่งที่ทำให้เราได้เติบโต ☀️

Comments