R U N

    20/3/2019

 ถึงตัวผมเองในอนาคต

   มันเป็นยามเย็นที่แสนอ่อนล้าของชายที่มีชีวิตเช่นพนักงานประจำคนหนึ่ง หลังเลิกงาน . . .



   มันเป็นอีกวันหนึ่งที่นายต้องออกมาวิ่ง ทั้งที่นายก็ไม่ได้อยากวิ่งในวันนี้ อารมณ์ผสมความรู้สึกที่ปั่นป่วน ไร้ซึ่งภาพหรือถ้อยคำที่สามารถจะบรรยายในเวลา 19:00 น. ณ สวนสาธารณะแห่งหนึ่งใกล้ มหาวิทยาลัยนิด้า ตอนนั้นนายได้พาตัวเองลงจากรถ แล้วนายก็เริ่มเสียบหูฟังพร้อมกดเล่นเพลงเบาๆ และเข้าสู่เส้นทางรอบสระน้ำ 2 กม. ก้าวแรกกับใจที่ระส่ำระส่าย นายออกตัวพร้อมกดปุ่ม start ด้วย App stava

    1 KM : เป็น 1000 ม. ที่นายรู้สึกว่ามันไกลกว่าทุกวัน นายรู้ว่านายเอาสภาพจิตใจแย่ๆมา เอาความเบื่อ เอาความขี้เกียจมาวิ่งด้วย นายรู้สึกว่าเหนื่อยมากกว่าปกติ นายท้อและฉุกคิดขึ้นว่าวันนี้จะวิ่งเพียงแค่ 2 กม. ก็พอ เพราะวันนี้มันช่างน่าเบื่อเหลือเกิน และเกินไป . . .

    2 KM : "เราควรพอมั้ย?" นายถามตัวเองในขณะ ที่วิ่งผ่านป้าย 2000 ม. แต่ตอนนั้นเองนายไม่ทันให้คำตอบตัวเองในขณะที่ตัวนายวิ่งผ่านป้ายจุดเริ่มต้นไปแล้ว แล้วนายเริ่มมองคนข้างๆ นายเริ่ม . . . แค่นายเริ่ม . . .

    3 KM : ใครหลายคนที่นายเห็นนั้น บางคนวิ่งเร็ว . . . เร็วกว่านายมาก แต่สักพักเขาก็หยุด แล้วนายก็วิ่งนำเขา บางคนก็วิ่งช้า บ้างก็หยุดเดิน แต่นายเองก็รู้ว่านายไม่ใช่คนวิ่งเร็ว นายไม่ใช่ นายแค่เป็นคนที่ไม่หยุดวิ่ง นายคิด คิดแบบนี้ไปเรื่อยๆ มันจึงเป็นกิโลเมตรที่ 3 ของนาย ที่ทำให้นายกลับมาโฟกัสกับการวิ่ง . . . วิ่งไปเรื่อยๆ นายเริ่มเปลี่ยนความกังวลตลอดก่อนวิ่ง มาเป็นมุมมองจากคนรอบตัว ณ ปัจจุบัน

    4 KM : เข้าสู่เส้นทาง 4 กม. ของนายในช่วงนี้ ต้องขอบคุณ กม. ที่ 3 ที่ทำให้เสียงเพลงในหูฟังของนาย เริ่มดังกว่าเสียงบ่นที่อ่อนล้าในจิตใจของนาย นายกลับมาวิ่งด้วยจินตนาการ และกลับมาถามตัวเองใหม่ว่า "จุดประสงค์ในการวิ่งของนายคืออะไร?" นายเลยต้องนึกย้อนกลับไปเอาคำตอบของวันที่นายเริ่มวิ่งมาตอบตัวเองก่อน นายจึงตอบกับตัวเองไปว่า "นายไม่ได้มาวิ่งเพื่อเอาชนะใคร นายไม่ได้มาวิ่งเพื่อให้หายอ้วน นายไม่ได้มาวิ่งเพื่อเอาไปโม้ใคร แต่นายมาวิ่งเพราะนายอยาก เ ป ลี่ ย น นิ สั ย ตั ว เ อ ง" วันนี้นายตอบตัวเองอย่างนี้ หลังจากที่นายตอบตัวเองแล้ว นายรู้สึกว่า เสียงเพลงที่นายฟังมันเพราะขึ้น ลมที่ผ่านนายมันเย็นขึ้น นายเห็นแสงพระจันทร์สะท้อนกับผิวน้ำ และนายก็เงยหน้าขึ้น บวกกับรอยยิ้มกุ้มกิ่มของนาย 5555 นายวิ่งต่อ เลย 4 กม. 
    5 - 6 KM : ใน 2 กม.สุดท้ายนี้ นายไม่ใช่ผู้ค้นพบกลุ่มแรก แต่นายก็ได้ค้นพบด้วยตัวเองว่า "ในการวิ่งจะต้องใช้ กำลังใจ 90 : กำลังกาย 10" ถ้านายได้อ่านตรงนี้ นายจะต้องขอบใจตัวเองในวันนี้นะ ก้อนเนื้อที่เรียกว่าหัวใจของนายอาจคิดไม่ได้แต่ส่วนของจิตใจนายที่เรียกแทนบ่อยๆว่า "ใจ" ถ้ามันแข็งแกร่งนายไม่จำเป็นต้องกลัวกับวันที่นายท้อแท้กับเรื่องติ๊งต๊อง

    วันนี้จึงเป็นวันที่นายกลับบ้าน พร้อมใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มของนาย แล้วส่งการบ้านเพื่อนเจมคือวันนี้นายได้วิ่ง แต่นายกลับบ้านด้วยสภาพเหนื่อยอ่อน แค่ร่างกายเท่านั้น จึงทำให้วันนี้ นายน่ะ "ไม่ ได้ ทำ งาน ต่อ" 55555



    มันเป็นสิ่งที่ดีนะ สำหรับการมีมุมมองที่ดีไม่ใช่เพราะอยากให้นายโลกสวย ไม่ใช่อยากให้นายปลอบตัวเอง แต่มันจะตอบโจทย์และเป็นพลังหลังจากที่นายเจอความไม่พึงประสงค์ในชีวิตนาย ไม่ว่าอีกกี่ครั้งก็ตาม . . .

รักนายนะ "ตัวฉันในอนาคต"




SHARE
Written in this book
OogiEz's diary
Writer
OogiEz
Crazy man
Don't be crazy.

Comments