ข้อดีของการติด ฉลากสินค้า
ในแบรนด์ผลิตภัณฑ์บางแบรนด์ที่เป็นเจ้าตลาด พวกเขาใช้เพียงสีของแบรนด์เพื่อดึงดูดลูกค้าประจำของพวกเขา แต่ในอีกมุมของผู้เริ่มต้นทำธุรกิจใหม่ หรือ ธุรกิจระดับ SME พวกเขาต้องใช้ ฉลากสินค้า เพื่อสร้างแบรนด์ในระยะยาว ดังนั้นการออกแบบ สี และดีไซน์ของฉลากสินค้าจึงมีความสำคัญโดยตรงต่อแบรนด์เกิดใหม่แต่สร้างความคุ้นเคยให้กับแบรนด์เจ้าตลาด และฉลากสินค้ามีข้อดีดังต่อไปนี้

นำเสนอข้อมูลของผลิตภัณฑ์:
ฉลากสินค้า หรือ ฉลากแบรนด์สินค้า เป็นองค์ประกอบหลักของผลิตภัณฑ์ทุกประเภท โดยมีไว้เพื่อระบุข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับผู้บริโภค ส่วนประกอบ ส่วนผสม วิธีการใช้งาน คำเตือนในการใช้งาน วันเดือนปีที่ผลิต ข้อมูลการติดต่อ และหมายเลขฉลากสินค้า เป็นต้น
 
สร้างความเป็นเอกลักษณ์ให้กับแบรนด์:
การสร้างความเป็นเอกลักษณ์ให้กับผลิตภัณฑ์โดย ฉลากสินค้า เป็นวิธีการที่ง่ายที่สุดเมื่อผลิตภัณฑ์ประเภทเดียวกันถูกวางบนชั้นวางสินค้า หากผลิตภัณฑ์ของคุณเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดใหม่ในตลาดทั่วไป การระบุชนิดบนฉลากสินค้าให้เห็นอย่างเด่นชัดจะทำให้ผู้บริโภคเห็นความแตกต่างและเพิ่มแรงดึงดูดต่อลูกค้า ยกตัวอย่างเช่น ผลิตภัณฑ์ของคุณคือ สบู่เปลือกผลลำไย ซึ่งแตกต่างจากสบู่ในท้องตลาด เป็นต้น

บ่งบอกชนิดผลิตภัณฑ์ของแบรนด์:
เมื่อชนิดผลิตภัณฑ์ของแบรนด์แตกต่างกัน ฉลากสินค้า คือ องค์ประกอบสำคัญในการจัดหมวดหมู่ให้เป็นแบรนด์เดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น ชาเขียวยี่ห้อ “ชาวดอย” มี 3 กลิ่น : กลิ่นคลาสสิค(แถบสีเขียว) กลิ่นวานิลลา(แถบสีเหลือง) และกลิ่นช็อคโกแลต(แถบสีน้ำตาล) โดยมีสีพื้นหลังของ ฉลากสินค้า เป็นสีเดียวกัน เป็นต้น

เพิ่มเติมโปรโมชันเพื่อการตลาด:
การทำการตลาดผ่านฉลากสินค้าเป็นที่นิยมในปัจจุบัน เพราะลูกค้าสามารถรับรู้ได้โดยตรงจากกระบวนการเลือกซื้อบนชั้นวางสินค้า และสามารถเลือกเปรียบเทียบกับคู่แข่งได้ทันที ผู้บริโภคทั่วไปชอบการเปรียบเทียบก่อนการตัดสินใจเลือกซื้อเสมอ ดังนั้นการโฆษณาโปรโมชันบนฉลากสินค้าอาจสร้างการเปลี่ยนแปลงบนผลิตภัณฑ์ของคุณได้

ฉลากสินค้าเปรียบเสมือนขั้นตอนการตลาดขั้นตอนสุดท้าย เมื่อผู้บริโภคหยิบผลิตภัณฑ์ของคุณขึ้นมา พวกเขาจะสังเกตเห็นฉลากสินค้าเป็นอันดับแรก และนั่นเป็นโอกาสทองของฉลากสินค้าคุณ

ฉลากสินค้า ที่มีเอกลักษณ์จะช่วยดึงดูดการตัดสินใจของผู้เลือกซื้อจากขั้นตอน “พิจารณา” ให้เป็น “ซื้อโดยทันที”

แสดงข้อมูลที่มีผลทางกฎหมาย:
สิ่งสำคัญสำหรับผู้บริโภคคือ การระบุข้อควรระวังที่มีผลทางกฎหมายต่อผู้บริโภค หรือ การแจ้งเตือนโดยตรงต่อผู้บริโภค ยกตัวอย่างเช่น การใส่ข้อความ “การสูบบุหรี่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง” บนฉลากสินค้าประเภทยาสูบ เป็นต้น โดยตามหลักกฎหมายผู้ผลิตสินค้าจะต้องอธิบายข้อควรระวังต่อผู้บริโภคบนฉลากสินค้าอย่างชัดเจน

ขอบคุณแหล่งที่มาของบทความจาก https://lannamedia.co.th/
 


SHARE

Comments