Part 2 Loneliness
เอาหล่ะ...มาต่อกันเลยกับเรื่องราวชีวิตจากดินเเดนที่ไกลบ้าน
ที่นอกจากจะไม่สุขดังฝัน เเถมตอนนี้ยังเป็นดั่งนรกที่ต้องผ่านไปให้ได้....

ชีวิตเราก็งี้เเหละครับ มีสุข มีทุกข์ เเค่ช่วงเวลานี้ของผมมันคือทุกข์ที่ยาวนาน
จากการเรียนที่ไม่ค่อยจะขยับพัฒนาไปไหน ท่ีตรงกันข้ามกับความพยายามที่คิดว่าทุ่มไปสุดตัว
คราวนี้เราได้ประสบการณ์รูปแบบใหม่เมื่อเพื่อนคนไทยคนเดียวเเละเพื่อนต่างชาติที่เราเคยมีจำต้องเเยกคลาสเรียนกัน

...พอเริ่มคลาสใหม่ในวันเเรก เอาล่ะสิ..ไหงมีเเต่จีนกันล่ะเนี้ย...
เพื่อนใหม่คนเเล้วคนเล่าเดินเข้ามา ล้วนเเล้วเเต่เป็นคนจีนทั้งนั้น พอนั่งที่ปุ๊บ ก็เริ่มคุยกันอย่างสนิทสนมราวกับรู้จักกันมานาน
ภาพตัดมาที่เราที่กำลังนั่งจ้องมองประตูด้วยความหวังว่าคนที่เดินผ่านเข้ามา จะเป็นคนชาติอื่นเหมือนกับเราที่ไม่ใช่จีน...
คนเเล้วคนเล่าผ่านมา เพื่อนเริ่มเต็มห้อง ความหวังก็ริบหรี่ลงในทันใด คงต้องทำใจสิน่ะ ว่าเราเป็นคนเดียวที่ไม่เข้าพวก
เอาว่ะ!! อย่างน้อยก็เป็นต่างชาติ ไม่ได้ใช้ภาษาไทย คงจะได้ฝึกภาษาจริงจังเเล้ว
จงเตรียมใจกับการหักมุมของความหวังไว้เสมอพอเริ่มเรียนปุ๊บ ก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศในห้อง ที่มีเพียงเเค่สองคนที่ไม่ใช่คนจีน คือตัวเราเอง เเละครูที่สอน
นี่เรากำลังเรียนในโรงเรียนในออสเตรเลียน่ะเว้ย ทำไมบรรยาการมันกลับเหมือนเรียนคลาสภาษาอังกฤษในโรงเรียนจีนเลย  ภาษาอังกฤษถูกใช้เฉพาะเวลาที่ตอบครูในห้องเรียน ส่วนที่เหลือก็คนไม่ต้องกล่าวถึงเลย เพราะพอถึงเวลาพัก คนอื่นๆก็จับตัวกันเเล้วไปพักกินข้าวเป็นกลุ่ม คุยภาษาเดียวกันสบายๆ เเล้วเราล่ะ ถูกเตะออกมาด้วยการเเบ่งเเยกทางภาษา คิดภาพจินตนาการได้ว่าเราเป็นต่างด้าวมานั่งเรียนในโรงเรียนไทย เข้าใจความรู้สึกเขาเลย... ด้วยความที่เป็นเด็กอายุ 18-19 บวกกับทักษะภาษาอังกฤษอันน้อยนิด จึงไม่มีใครอยากพูดกับคนที่พูดกันคนละภาษา (อารมณ์เเบบคนไทยกลัวฝรั่ง) เวลาผ่านไปสักพัก สถานการเริ่มดีขึ้นบ้าง (หรือเพราะเราเริ่มชิน) เพราะต่อให้ในห้องจะคุยกันได้ดี เเต่พออกนอกห้องเรียน เราก็ไม่ได้สนิทที่เขาจะชวนเราไปร่วมกันกินอาหาร หรือเที่ยวที่ต่างๆ เพราะระบบสังคมเขา มันก็คือสังคมของเขาอยู่ดี เพราะต่อให้ไปด้วยได้ เดินด้วยได้ เขาก็สื่อสารกันในภาษาของเขา เราก็เป็นไอ้โง่ที่ไม่รู้อะไรเเล้วได้เเต่ยิ้มเเล้วหาเรื่องคุยกับบางคนก็เท่านั้น จบลงด้วย พออกกนอกห้องมา เราก็คนเดียวอยู่ดี....

ผ่านไปสักพัก วงจรชีวิตก็ยังคงเดิม เรียน กลับบ้าน กินข้าว ดูโพสต์เพื่อนๆที่ไทย ทำการบ้าน อ่านหนังสือ วนไปแบบไม่มีทีท่าจะมีอะไรใหม่ๆ...
...พอเปลี่ยนมาเรียน Foundation ที่มันก็คล้ายๆกับการเรียนซ้ำมอหกเมืองไทย ก็เริ่มมีเพื่อนชาติอื่นมาปนบ้าง เอาหล่ะ!! เราจะเลิกเป็นต่างด้าวเสียที!!!
...เด็กเอเชีย(โดยเฉพาะจีน)ส่วนมากที่นี่มีอยู่สองกลุ่ม คือพวกที่ตั้งใจเรียน เด็กดีมาก เเล้วมาเรียนที่นี่ หรือเด็กที่ถูกเลี้ยงมาเเบบตามใจ เเล้วไม่สนใจเรื่องอะไรเลย จนพ่อแม่ที่บ้านรวยๆส่งมาอยู่เมืองนอก  ห้องเรียนมันก็จะคล้ายๆเด็กมอปลาย ที่ครูต้องมาคอยพูดให้นักเรียนตั้งใจเรียน  ผ่านไปไม่นาน ระบบของที่นี่ก็ทำให้คนที่ไม่ได้ตั้งใจ วันๆเอาเเต่แชท เล่นเกม เเละช็อปออนไลน์ ต้องออกไปจาโรงเรียนเพื่อไปเรียนเอกชนที่สบายกว่า
ทุกอย่างเริ่มดูโอเค เเต่การเรียนก็ยังคงเป็นปัญหาที่ต้องพยายาม เพราะไม่ได้มีเเค่เรื่องภาษาเเล้ว ประวัตศาสตร์ คอมพิวเตอร์ การวิเคราะห์ และเลวร้ายสุดเลยคือ คณิตศาสตร์!!!!!!
เราก็พยายามต่อไป ทุกอย่างก็ดีขึ้น เเต่เราก็ติดปัญหาเรื่องการเข้าสังคม ที่เสพติดการใช้ชีวิตคนเดียว คลาส Foundation ก็ดีกว่าที่ผ่านมาที่เราเริ่มมีเพื่อนที่สนิทพอคุยได้ เเละเพื่อนจีนที่ดีขึ้น..
เรียนไปเรื่อยๆ เเละถูกจี้ให้ฝึกภาษาต่อไปทั้งที่รู้สึกว่ามันถึงทางตันที่ไม่ได้ขยับไปไหนเเล้ว จนวันนึงที่ถึงขั้นฝัน เเล้วในฝันสื่อสารหรือพูดเป็นภาษาอังกฤษ ตื่นมาก็ปลดล็อคเราเลย รู้สึกเหมือนภาษาเราพัฒนาไปอีกขั้นเเล้ว ตอนเรียนก็ดีขึ้น ภาษาก็เก่งขึ้นจริงๆ....."เเต่คณิตศาสตร์นี่สิ"  เฮ้ออออ!!!
ภาษากับคำนวณมันไม่เคยไปด้วยกันได้จริงๆเเหละ...
...ผ่านไปสักพัก ก็มีผื่นขึ้นทั้งตัว เอาล่ะสิ เป็นอะไรหว่า??? ทุกๆวันที่เดินไปโรงเรียน ผื่นขึ้นทั้งตัว  เเขน ขา หน้า จนทุกคนต้องทัก เเละคันจนนั่งเรียนไม่ไหว ไปหาหมอดีกว่า...
สรุปว่า ภูมิเเพ้จ้าาา เเพ้ทุกอย่างเลย อากาศ หญ้า เกสรดอกไม้ ฝุ่น ไรฝุ่น แมลงสาบ คนบ้าไรจะเป็นได้ขนาดนี้ว่ะ แต่ก็เเหละ เเต่ก่อนเราเป็นนักกีฬาที่ออกกำลังกายวันล่ะ 8 ชั่วโมง กินดี อยู่ดี เเล้วจู่ๆก็เปลี่ยนเป็นเเบบตอนนี้นั่งนานๆ กินมาม่า นอนน้อย ก็น่ะ คงต้องทำใจสิน่ะ ปัญหาเก่าก็ยังไม่เคลีย ปัญหาใหม่เข้ามาเรื่อยๆ จริงๆก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไร เเต่หลายๆปัญหาเล็กๆที่ว่าไม่มีอะไรนี่เเหละ เป็นการเริ่มต้นของ "อาการโรคซึมเศร้า"
ปัญหาเล็กๆที่ว่าไม่มีอะไรนี่เเหละ เป็นการเริ่มต้นของ "อาการโรคซึมเศร้า"
***ตอนต่อไป Part 3: Darkest โรคซึมเศร้า***
SHARE
Written in this book
ใครสักคนในต่างเเดน
ชีวิตเเละความสัมพันธ์
Writer
TheShadow
Positive Energy
คำเตือน: สามารถใช้ได้เฉพาะสร้างพลังบวกให้ชีวิต

Comments