MEMORY ROOM

05.08 am. / ลืมตาตื่น

สิ่งแรกที่เห็นหลังจากลืมตาตื่นขึ้นมา
ก็คือ..เพดานสีขาวของห้องสี่เหลี่ยมห้องเดิม

วันนี้ก็ 3 ปีกว่าแล้วสินะที่ติดอยู่ในห้องนี้
ถูกขังอยู่ในนี้มา 3 ปีกว่าแล้ว

ในนี้มันรู้สึกว่างเปล่า และมีขนาดใหญ่เกินไป
สำหรับตัวเราแค่คนเดียว...

ทุกครั้งที่ตื่นขึ้นมา 
เราพยายามที่จะข่มตาให้ตัวเองหลับต่อไป

เราไม่อยากตื่นมาเจอกับความรู้สึกแบบนี้เลย
หันไปเจอม้วนฟิล์มม้วนแรกที่คุณสอนเราถ่าย

มันถูกบรรจุในกล่องเก็บฟิล์มอย่างดี
เพื่อรอการนำไปล้าง..มันวางอยู่ตรงนั้นมานาน

จนกระทั่งถึงวันนี้ มันก็ยังวางอยู่ที่เดิม
เรายังไม่ได้เอามันไปล้างที่ร้านเลย

คงเพราะเรากลัว กลัวสิ่งที่อยู่ในรูปที่เราถ่ายมั้ง
เราเลยไม่เคยคิดที่จะแตะต้องมันอีก

แต่เราคงหนีมามากพอแล้ว
คงถึงเวลาที่เราต้องเผชิญหน้ากับมันสักที


05.48 am. / ลุก

หลังจากนอนคิดอะไรมาสักพักใหญ่
เราตัดสินใจที่จะลุกขึ้นจากที่นอน

และเปิดประตูออกไปที่ระเบียง
สวัสดีท้องฟ้า คุุณนี่ยังเหมือนเคยทุกวันเลยนะ

ดูสุขสบาย ดูมีความสุขดีจัง
ช่วงนี้อากาศเริ่มเย็นแล้วเนอะว่าไหม?

(อากาศเย็นแล้ว ใส่เสื้อหนาๆ ลุกขึ้นไปออกกำลังกายบ้างยัยอ้วน) พอคิดถึงคำที่คุณพูด เราก็เผลอยิ้มออกมา

คุณท้องฟ้าเดี๋ยวเราออกไปวิ่งแปปนึงนะ
เคยมีคนเขาสั่งไว้ว่าให้เราดูแลตัวเองดีๆ


06.15 am. / วนเวียนและพบเจอ

เราเข้ามาข้างใน..เปลี่ยนกางเกง
ใส่รองเท้าเพื่อที่จะไปวิ่งออกกำลังกาย

ตอนเช้าๆ ที่สนามกีฬาคนก็ดูคึกคักดีนะ
ฉันหยิบหูฟังขึ้นมาใส่ที่หู และเริ่มออกวิ่ง

(วิ่งมาเร็วๆ ยังไม่ถึงไหนเลย หอบซะแล้ว 555555)

จนครบ 2 รอบฉันก็หยุดวิ่ง และนั่งพักที่ม้านั่ง
ตัวเดิมที่นั่งเป็นประจำทุกครั้งที่มา

(ผูกเชือกรองเท้ายังไง ทำไมมันถึงหลุดง่ายขนาดนี้ เป็นเด็กประถมหรือไง มานี่เดี๋ยวผูกให้ใหม่เดี๋ยววิ่งไปก็หกล้มหรอก)

ฉันก้มลงมองที่รองเท้าของตัวเอง
แล้วก็พึ่งสังเกตได้ว่า..เชือกรองเท้ามันหลุด

เราคงเป็นเด็กประถมแบบที่คุณว่าจริงๆ
บ้าจริง..นี่เราร้องไห้อีกแล้วเหรอ


07.45 am. / คุณไม่เคยไปไหนเลย

ฉันค่อยๆ เอามือปาดน้ำตาที่พึ่งร่วงล่นลงมา
คิดถึงคุณจัง :)

เราตัดสินใจที่จะกลับห้องเพื่อไปอาบน้ำ
พออาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ก็ลงมากินข้าวเช้า

(กินแต่หมูอีกแล้ว ผักอ่ะกินเข้าไปด้วย ข้าวด้วยกินเยอะๆ)

เราเอาส้อมจิ้มบล็อคโคลี่เข้าปากไป
เรานั่งเคี้ยวมันพร้อมกับน้ำตาที่ร่วงล่นมาอีกครั้ง

พอกินข้าวเสร็จ เราก็ขึ้นมาเอากล้อง
และฟิล์มม้วนนั้นบนห้อง เราตัดสินใจที่จะเอามันไปล้าง

เราตรงไปยังร้านล้างรูป แวะส่งฟิล์มไปล้าง
ลุงที่ร้านเขาถามหาคุณอีกแล้วนะรู้ไหม..


09.27 am. / ติดอยู่

พอแวะส่งฟิล์มไปล้าง เราก็ขับรถไปยังร้านกาแฟ
ร้านประจำที่ชอบไป..

"เอาลา.." (กินกาแฟอีกแล้วนะ เดี๋ยวนี้กินทุกวันเลย เพลาๆ ลงบ้างสิ)
"เอาช็อคโกแลตร้อนแก้วนึงค่ะ :)"

"อ้าว วันนี้ไม่รับลาเต้เหรอคะ..ฮ่าๆ"
"ช่วงนี้กินกาแฟเยอะมากเลยค่ะ คงต้องเพลาๆ ลงหน่อย"

เราเดินมานั่งที่โต๊ะตัวเดิมตัวประจำ
โต๊ะที่เราชอบมานั่งทำงานด้วยกัน

เราหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายบรรยากาศในร้าน
เราทำแบบนี้ทุกวัน ทำมาเป็นปีๆ

เรานั่งคิดทบทวนตัวเองสักพัก
เพื่อที่จะหาคำตอบว่าเรากำลังทำอะไรอยู่

เราเคยรูู้สึกว่าเราถูกขังอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมห้องนั้น เพราะคุณเป็นคนขังเราไว้

แต่ความจริงแล้ว..อาจจะเป็นตัวเรา
อาจจะเป็นตัวของเราเองที่ขังตัวเองเอาไว้

เราขังตัวเองเอาไว้ในห้องที่เรียกว่า..ความทรงจำ
ห้องที่เต็มไปด้วยเรื่องราวของเราทั้งสองคน

ห้องที่มีคุณอยู่ และคุณไม่เคยจางหายไปไหน
ห้องที่ฉันขังตัวเองเอาไว้ในนั้นด้วยความสมัครใจตลอดมา








SHARE
Writer
feelblue
Girl
Just a lil girl who love in photo and story.

Comments