02 ออกบัญชาการใต้เงาหมอก
ตั้งแต่ก้าวแรกที่ลินดาได้เหยียบย่างเข้ามายังดินแดนสายหมอกแห่งนี้ ความรู้สึกปั่นป่วนอย่างบอกไม่ถูกก็ได้ก่อตัวขึ้น
"ไม่เป็นไร เจอคนใหม่มันก็จะแปลกๆ อย่างนี้แหละ อยู่นานไปเดี๋ยวมันก็หายไปเอง"
นี่คือสิ่งที่เธอบอกกับตัวเองในระหว่างที่เข้าพบเจ้าเมือง ขุนนาง และบรรดาชาวเมือง แม้กระทั่งตอนที่เธอทำความรู้จักกับคนบ้านใกล้เรือนเคียงอย่างลีนน์ และประสงค์
ช่วงแรกของของการใช้ชีวิตเป็นไปอย่างทุลักทุเล โดยที่ตัวเธอเองก็ไม่รู้ตัว ลินดาเอาแต่คิดว่าเป็นช่วงเวลาแห่งการปรับตัว นานไปเธอจะอยู่ได้เอง ทุกอย่างจะลงตัว เมืองในฝันที่เธอตามหาไม่ใช่่ที่อื่นใด หากแต่เป็นดินแดนสายหมอกแห่งนี้นี่แหละ 

ลินดาค่อยๆ ผูกสัมพันธ์กับชาวเมือง เธอได้รู้จัักกับ เพรียว หญิงสาวร่างบอบบางผู้เคยเดินทางผ่านเมืองที่เธอจากมา ลินดาเริ่มจะรู้สึกดีขึ้นมาบ้างแล้ว อย่างน้อยก็มีใครสักคนที่ดูพอจะให้คุยกันถูกคอ 
"อย่างน้อยเราก็พูดถึงผู้คนที่เมืองนั้นเพื่อคุยกับเพรียวได้" 
ไม่ช้าไม่นาน เพรียวก็ได้พาให้เธอไปรู้จักกับสองสหายคนสำคัญ อย่างเทียร์ และเทมเปอร์ ลินดาพอจะจำทั้งคู่ได้อยู่ เพราะขุนนางได้พาเธอทัวร์ตระเวนรอบเมืองไปก่อนหน้านี้รอบนึงแล้ว เย็นวันนั้น เพรียวขอรับอาสาเป็นเจ้าภาพเลี้ยงต้อนรับลินดา เป็นงานเลี้ยงเล็กๆ ที่จะจัดขึ้นที่บ้านของเพรียว โดยที่มีสหายหน้าใหม่ทั้งสองเข้าร่วมด้วย 
อาหารค่ำมื้อนั้น เป็นไปอย่างราบรื่น ลินดาเพลิดเพลินไปกับรสชาติของอาหารที่ปรุงรสพิเศษด้วยบทสนทนากับคนทั้งสาม เนื้อที่ปรุงรสชาติมาอย่างพิถีพิถัน ช่างเข้ากับ Smoke Signature
 เครื่องดื่มท้องถิ่นของดินแดนแห่งนี้ ลินดาค้นพบว่าเทมเปอร์คือ คนรู้จักจากอดีต คนที่เธอประทับใจในทุกท่วงท่าการเคลื่อนไหวที่สง่างาม และนับถืือในความชำนาญเฉพาะทางเรื่องการใช้เข็มทิศ เธอเริ่มรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาเล็กน้อยที่มีคนเคยรู้จัก อาศัยอยู่ใกล้ๆ ตัว ลินดาประทับใจเพื่อนใหม่ที่ร่วมรับประทานอาหารในค่ำคืนนี้เป็นอย่างมาก เธอกลับบ้านด้วยความสุขที่เต็มเปี่ยม และความภาคภูมิใจในตัวเองที่ประสบความสำเร็จกับการผูกมิตรภายในระยะเวลาอันสั้น ในที่สุดเธอก็เจอที่ที่เป็นของเธอสักที เมื่อเธอกลับถึงบ้าน เธอพบว่าไฟข้างบ้านยังเปิดอยู่ ดึกแล้ว ประสงค์ยังไม่เข้านอน ลินดาเลยไปเคาะประตูดูว่าเพื่อนบ้านของเธอเป็นอะไรหรือเปล่า เพราะจากที่สังเกตมา ปกติแล้วเวลาแบบนี้ทั่วทั้งบริเวณจะเข้าสู่นิทรากันไปหมดแล้ว
ก๊อกๆๆ 
ชายชราส่งเสียงขานรับ  ไม่ช้าประตูก็เปิดออก 
"เป็นอะไรหรือเปล่า?" ลินดาเอ่ยปากถาม
อีกฝ่ายตอบรับด้วยการเชิญให้เธอเข้าไปด้านใน
ประสงค์บอกว่าด้วยตำแหน่งหน้าที่ของเขา บางครั้งเขาก็ต้องอยู่ดึก สะสางงานที่ได้รับมอบหมายจากขุนนางดัชนี และเจ้าเมืองให้เสร็จเรียบร้อย ไม่สำคัญจะเป็นเวลาไหน ดึกดื่น หรือเช้าตรู่ ไม่มีความหมายอะไรทั้งสิ้น
"เป็นอย่างไรบ้างล่ะ มาอยู่ที่นี่" ประสงค์เอ่ยปากถามลินดา หลังจากที่ตอบคำถามของหญิงสาวเสร็จเรียบร้อย
ลินดาบอกเล่าความประทับใจเกี่ยวกับดินแดนสายหมอก และเรื่องราวของค่ำคืนที่ผ่านมาให้ประสงค์ได้รับรู้ เธอว่าดีใจเหลือเกินที่ได้รู้จักผู้คนใหม่ๆ ดีใจเหลือเกินที่ในที่สุด ก็เริ่มรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งบนโลกใบนี้ เธอเล่าถึงส่วนดีต่างๆ ของเพื่อนใหม่ และถึงสิ่งร่วมที่เธอมีกับกลุ่มคนเหล่านั้น
"ดีแล้ว ได้เพื่อนใหม่เร็วดีนี่ ไม่ต้องรีบนะ ใจเย็นๆ ค่อยเป็นค่อยไป"


"เธอว่ายัยนั่นจะรู้มั้ย" 
"จะไปรู้ได้ยังไง เราเตรียมการเป็นอย่างดี ทุกอย่างลื่นไหล เป็นการแสดงที่สมบูรณ์แบบ" 
"ฉันว่าไม่มีทางรู้แน่นอน"
สามเสียงปรึกษาหารือกันหลังจากมื้ออาหารค่ำที่จัดขึ้นเพื่อเป็นการเลี้ยงต้อนรับประชาชนหน้าใหม่ในดินแดนสายหมอก ตอนนี้เจ้าตัวกลับไปแล้ว ที่เหลืออยู่ที่โต๊ะอาหารก็มีแต่เจ้าภาพ และแขกที่ได้รับเชิญอีกสองคน
ลินดาไม่รู้เลยว่าความรู้สึกดีๆ ที่เธอได้รับในวันนี้เป็นเพียงแค่การจัดฉาก ทั้งหมดคือกลลวงให้เธอหลงตายใจ แต่สาเหตุคือเพื่ออะไรล่ะ?
"ยัยนั่นน่าสมเพชอยู่นะ โดนหลอกแล้วยังไม่รู้ตัว"
"ถ้ายัยนั่นรู้ตัวขึ้นมา พวกเราก็แย่น่ะสิ จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน รับปากเขาเอาไว้แล้วว่าจะหลอกให้ตายใจ ผูกมิตรกับหล่อนเอาไว้ก่อน เกิดสถานการณ์วันข้างหน้าไม่ดีขึ้นมาเราจะได้เปลี่ยนข้างทัน"

ณ มุมหนึ่งของดินแดนสายหมอก ชายชราผู้หนึ่งนั่งยิ้มเยาะอยู่ในใจ แผนการทุกอย่างกำลังไปได้สวย เป็นไปตามที่เขาคิดไว้ทุกประการ 

SHARE
Writer
siarra
writer
dreamcatcher

Comments