การเข้าค่ายของฉัน...

    สุดยอดไปเลย นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันจะได้ไปที่ไกลๆอย่างเชียงใหม่กับเพื่อนๆทุกคน
ไม่สิ ต้องบอกว่าคนทั้งรุ่นมากกว่า พวกเรามีหน้าที่อันยิ่งใหญ่ที่ต้องทำคือ การพัฒนาโรงเรียนในกลุ่มเป้าหมายอย่างเช่น สอนน้องๆ ซ่อมบำรุงส่วนที่สามารถซ่อมได้ จัดกิจกรรมให้น้องๆเล่นอย่างสนุกสนาน พวกเราทำกันหลายอย่างมากแต่ทำมันออกมาสำเร็จได้ด้วยมือของพวกเราในเวลาเพียงแค่3วัน อย่างกับยอดมนุษย์แหนะ..

ในวันแรกนั้น 

    วันนี้ฉันพกกระเป๋ามา3ใบ ใบที่เด่นที่สุดของฉันก็คงเป็นกระเป๋าปีนเขาน่ะแหละ ยังไงฉันก็ต้องเอาหมอนข้างไปด้วยให้ได้! 
ฉันไม่เคยขึ้นรถไฟแบบนอนมาก่อนเลย หลายๆคนในรุ่นก็เป็นเหมือนฉัน ฉันได้เล่นสนุกอยู่บนรถไฟจนพอใจพอดึกเข้าก็ต้องรีบนอนเพราะวันรุ่งขึ้นเราต้องทำกิจกรรมทั้งวัน 

ในวันต่อมา

    ฉันได้มาที่บ้านศาละแดงเพื่อดูประเพณีและประวันติศาสตร์วัฒนธรรมล้านนา มันสุดยอดมาก เสมือนเป็นบ้านร่มไม้ที่ให้ความรู้สึกสดชื่นอยู่ตลอดเวลาเลย การท่อผ้าด้วยเครื่องทอผ้ามันดูน่าค้นหามากว่ากลไกแบบนี้คนสมัยก่อนเขาทำกันได้ไง ศิลปะของล้านนาช่างมีความโด่ดเด่นเป็นของตัวเองจริงๆ ที่สำคัญที่สุดของฉันเลยก็คือ เขาได้มีการสาธิตศิลปะสีน้ำให้กับพวกเราทั้งรุ่นด้วย ฉันตั้งใจฟังที่เขาสอนเป็นอย่างมาก แต่ฝีมือและประสบการณ์ของเขามันคนละอย่างกับฉันเลย ฉันขอฝึกเดินต่อไปอย่างนี้จนกว่าจะเก่งละกัน ฉันอายุยังน้อยยังมีโอกาสอีกเยอะถ้ารีบพัฒนามันก็ดีแต่ถ้าเร็วไปจนประมาททุกอย่างก็จะล้มลงมาเหมือนกองโดมิโน..และนั่นจะทำให้ฉันต้องกลับมาเริ่มต้นใหม่ เท่ากับว่าฉันจะต้องเสียเวลาชีวิตไปอีกเยอะ เพราะงั้นก็ เดินไปช้าๆแบบนี้ดีกว่านะตัวฉัน

เข้าสู่วันที่3

   มาถึงแล้ว วันที่ฉันต้องไปพัฒนาโรงเรียนอย่างแท้จริง เช้ามาฉันเห็นเด็กในโรงเรียนกำลังเตะบอลกันอย่างสนุกสนานพร้อมกับมองวมาที่พวกฉันเหมือนกับว่ารู้อยู่แล้วว่าต้องมีคนมาจึงไม่ได้ดูหวาดกลัวพวกเราแต่อย่างใด เพียงแค่มองดูอยู่ห่างๆเหมือนกำลังมองคนแปลกหน้า 
    เช้ามาฉันมีหน้าที่ต้องถ่ายรูปเลยวิ่งว่อนไปทั่วเพื่อถ่ายรูปความทรงจำให้ไม่มีตกหาย และนั่นทำให้ฉันไม่ค่อยได้อยู่กับเด็กสักเท่าไหร่... แต่อย่างน้อยฉันก็ยังได้ร้องเพลงนะ เพลงคุกกี้เสี่ยงทายน่ะแหละ ....ฮรื่ออออ ฉันอยากจะร้องไห้ ฉันร้องมันได้มั่วมากและแย่มากเลย แต่ก็ไม่มีใครว่าร้ายฉัน แม้แต่เด็กๆเองก็ด้วย ฉันอยากจะขอโทษทุกคนจริงๆที่ฉันทำมันออกมาได้ไม่ดี ฉันทำให้ทุกคนผิดหวัง ถ้าพวกเขาบอกฉันก่อนสัก5นาที ฉันก็คงจะทำได้ดีกว่านี้แท้ๆ ฉันมันบ้าจริงๆที่แค่ร้องเพลงยังทำไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นฉันจะตั้งใจทำฝ่ายอื่นให้เต็มที่ ถึงแม้ฉันจะรู้สึกไม่ค่อยสบายใจก็ตาม แต่ฉันต้องมุ่งต่อไป!

.....
    เนื่องจากว่าฉันต้องย้ายฝ่ายมาอยู่ฝ่ายสอนเด็กอวย่างกะทันหันเลยไม่ได้เตรียมอะไรมาเลย นอกจากดูชีทที่มีคนทำเอาไว้และสอนให้พวกเขาเข้าใจเท่านั้น ฉันไม่ชินกับการสอนเด็กประถมปลายเลยจริงๆ... แต่พอได้มาสอนเด็กประถมต้น ฉันก็ทำออกมาได้เต็มที่สุดๆ เด็กๆมักจะชมว่าเสียงฉันน่ารัก ฉันรู้สึกดีมากเลยที่อย่างน้อยพวกเขาก็ให้ความสนใจฉันถึงแม้ฉันจะไม่ค่อยไม่ค่อยมันใจเลยว่าฉันจะสอนออกมาให้เด็กๆเข้าใจได้มั้ย ยิ่งเป็นภาษาอังกฤษนี่ยิ่งยากเลยเพราะพวกเขาขาดการศึกษาด้านนี้เป็นอย่างมาก พอจบจากการสอนก็ไปต่อที่การซ่อมบำรุงโรงเรียน ฉันที่มีหน้าที่ถ่ายรูปจึงได้ทำแค่อย่างละนิดอย่างละน้อย เหมือนจะสบายใช่มั้ยล่ะ..

    อยากจะตะโกนด่ากราดหน้าไอคนที่บอกว่าแค่ถ่ายรูปง่ายๆไม่เห็นเหนื่อยเลย ทำงานทาสี ขัดปูนยังเหนื่อยกว่าเลย.. ฉันเหนื่อย ฉันบอกตรงๆเลยว่าฉันเหนื่อยทั้งกายและใจ ถึงจะเป็นแค่วันแรกของฉันที่ได้ลงมือทำงวานก็ตาม ทั้งๆที่ฉันคิดว่าฉันจะทำออกมาได้เต็มที่ แต่มันก็ไม่ออกมาอย่างที่หวังเลย ดีจริงๆที่ฉันยังไม่คิดจะยอมแพ้ไปตั้งแต่ตอนนั้น..ดีจริงๆ 

เข้าสู่วันที่4

    อ่า มาวันนี้ก็พอทำให้ฉันได้รู้ว่าสิ่งที่ฉันทำไปก็มีความหมาย เด็กๆที่ฉันสอน พวกเขาจำที่ฉันสอนได้เกือบทั้งห้อง ดีกว่าเมื่อวานเป็นอย่างมาก แต่ปัญหาอันใหญ่หลวงก็คือ.. ฉันไม่เหลือชีทไว้สอนเลยสักนิด! พอถามจากเพื่อน พวกเขาก็ดูจะให้ความร่วมมือจริงๆ.. แค่บางคนน่ะนะ 
ฉันแก้ไขสถานการณ์โดยการให้พวกเขาวาดรูปเกี่ยวกับสื่อการสอนที่ฉันสอนแทน และมันก็ไปได้สวยมาก! ฉันตื้นตันในตัวเองจริงๆที่สามารถคิดแก้สถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครชม ไม่มีใครสนใจ เพราะงั้นฉันจะชมตัวเองให้รู้สึกดีขึ้นเอง อย่างน้อยก็ช่วยให้น้ำตาฉันไม่ไหลออกมาระหว่างสอนน้องๆได้ 
    งานด้านอื่นๆฉันก็ยังไปช่วยอยู่เรื่อยๆ แต่นอกจากการสอนเด็กแล้วงานหลักของฉันดูจะเป็นเรื่องการถ่ายรูปซะเป็นส่วนใหญ่นะเนี่ย...

เข้าสู่วันที่5

     วันสุดท้ายที่ต้องอยู่กับน้องๆก็มาถึงแล้ว แถมยังเป็นวันงานกีฬาสีอีกด้วย ได้ถ่ายรูปอย่างเดียวแน่นอนเลยงานนี้... และมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ฉันเห็นกิจกรรมที่ทุกคนเล่นกันแล้วฉันก็อยากเข้าไปเล่นบ้าง แต่หน้าที่ของตากล้องมันก็ค้ำคอแถมน้องบางคนในสียังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าฉันก็อยู่สีน้องเขาเพราะฉันมัวแต่ถ่ายรูปไงละ.. น่าเศร้าใจและเสียดายจริงๆ ขนาดเป็นกีฬาง่ายๆฉันยังไม่ได้เล่นเลย หึ! ฉันไปทุ่มเทกับการถ่ายรูปก็ได้ แต่แดดที่ส่องแยงตามาก็ชวนให้ฉันหน้ามืดจริงๆ ถ้าล้มลงไปได้ฉันคงล้มไปแล้ว ถ่ายรูปอ่างเดียวไม่พอนะ ฉันยังต้องคุมน้องอีก บางครั้งถ้าน้องไม่ได้อยู่ในความควบคุมฉันก็ต้องตะโกนเรียกให้มานั่งแต่ดูแล้วก็ไม่มีใครมาฉันเลยปล่อยให้เล่นดินเล่นทรายไป

และแล้วก็มาถึงวันสุดท้ายของการเดินทาง

    วันนี้พวกเราต้องเดินทางไปเที่ยวที่ ผาช่อ เซนทัล และตลาดวโรรสกัน ฉันตื่นเต้นมาที่จะได้ไปปีนเขา และระหว่างปีนเขาก็เกิดเหตุสำคัญขึ้น เนื่องจากความเหนื่อยที่ต้องปีนขึ้นบันไดและเขาเป็นเมตรๆ ทำให้ฉันลื่นตกเขา.. แต่ฉันยังสบายดีอยู่ ในเวลานั้นก้อนหิน ดินหรือรองเท้าคู่ใจของฉันไม่ได้ช่วยอะไรเลย ยิ่งออกแรงหยุดก็ยิ่งตกและไถลไปตามแรงโน้มถ่วงโลก แต่ฉันเห็น..ในสายตาของฉัน ทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นไม่ว่าจะหญิงชายรู้จักหรือไม่รู้จัก พวกเขาต่างยืนดูสถานการณ์อย่างเดียวว่าฉันจะทำอย่างไรต่อไป แม้แต่ฉันเองก็ไม่ทราบว่าพวกเขาคิดจะมาช่วยฉันมั้ย แต่ตัวฉันเองในเวลานั้นก็ไม่ได้จะหวังพึ่งให้ใครมาช่วยได้หรอก เวลาเสี่ยงตายแบบนั้นก็ต้องช่วยตัวเองให้ก่อนสิโธ่.. ฉันเห็น ตรงหางตาของฉัน ไม่รู้ว่ามาจากไหนและเมื่อไหร่แต่รู้ตัวอีกทีตัวฉันก็หยุดลื่นไถลไปแล้ว.. เขาคือผู้ช่วยชีวิตของฉัน.. ถึงแม้ท่าที่เขามารับฉันจะชวนให้นึกถึงเรื่องโรแมนติกอย่างไททานิกก็ตาม แต่ฉันยังต้องขอบคุณเขาอยู่ดี ฉันสัญญากับตัวเองว่าฉันจะต้องซื้อของขอบคุณเขาให้ได้ พอเขารับไป เขาก็บอกว่า 'ไม่เป็นไรหรอก แต่ก็ขอบคุณนะ' ดูเหมือนเขาจะทำอะไรไม่ถูกเท่าไหร่ แต่อย่างน้อยก็อย่าเอาของที่ฉันซื้อให้ไปลืมหรือทิ้งที่ไหนเลยเพราะนั่นน่ะซื้อข้าวให้ฉันกินได้ตั้งมื้อนึงเลยนะ.. หลังจากไปผาช่อแล้วก็ไปเซนทัลต่อ ฉันอยากกินอะไรหลายๆอย่างเลยนะ แต่ร่างกายของฉันมันไม่อำนวยเอาซะเลยจึงกินได้แค่นิดหน่อย.. ยิ่งตอนไปซื้อของที่ตลาดนี่ก็เหมือนกัน เหนื่อยจนทนไม่ไหวเลย แต่ด้วยความที่เป็นลูกกตัญญูฉันต้องซื้อของฝากกลับไปฝากครอบครัวให้ได้สักอย่างก็ยังดี! อ่า...พอมานึกดูแล้ว ฉันลืมซื้อไซอั๊ว..

จบแล้ว! เย้ ได้กลับกรุงเทพแล้วค่ะะะะะะะะ บายบายน่าทุกคน ขอบคุณที่มาอ่านกันนะ


































เฮ้อ...

ยังเหลือพื้นที่อีกเยอะเลย
หลังจากนี้ก็จะเป็นการบ่นเล็กๆน้อยๆ ......สามารถเลื่อนผ่านไปได้นะคะ
ตัวฉันในอารมณ์แบบนี้น่ะไม่ค่อยน่าดูหรอก..



ทุกคนต่างร้องไห้ ซึ้ง และไม่อยากร่ำลา พวกน้องๆเองก็เช่นกัน แต่คงไม่ใช่กับฉันคนนี้ ฉันไม่มีอะไรให้เด็กพวกนั้นคิดถึงหรอก นอกจากสอนแล้วก็มีแต่ถ่ายรูป พอบอกคนอื่นๆไปว่าฉันไม่รู้สึกซึ้งหรืออยากร้องไห้เลยเขาก็หาว่าฉันมันไม่มีหัวใจ.. 
เปล่าเลยนะ..

ตั้งแต่วันแรกแล้ว ฉันเข้าใจอยู่แต่แรกแล้วว่าฉันจะต้องสนิทกับเด้กให้พอควร อยู่ในคอบเขตที่สามารถเว้นระยะห่างกันได้ ไม่งั้นคนที่จะเศร้าใจเหมือนคนๆอื่นไปด้วยก็ต้องเป็นฉันเนี่ยละ

ฉันไม่อยากเสียใจที่ต้องจากคนที่นี่ไปไกล มันไม่ง่ายเลยที่จะต้องกลับมาหาน้องๆที่แสนคะนึงหาได้ มันเสี่ยงเกินไป

แต่ก็ดี เพราะความที่ไม่ได้สนิทกับเด็กมากนักทำให้ฉันที่กลับมาถึงกรุงเทพแล้ว ก็คิดถึงแต่อากาศที่สดชื่น ท้องฟ้าที่สวยงาม ดวงดาวที่ส่องประกาย ฉันอยากมาอยู่ที่นี่จริงๆ อากาศมันจะดีเกินไปแล้วนะเชียงใหม่.. 

เฮ้อ.. เหนื่อยจัง.. ถ่ายรูปตลอดทั้งวันนี่เหนื่อยจริงๆ เหงื่อก็ออก ร่างกายก็ไม่เสถียร ฉันทำเต็มที่เท่าที่ทำได้ทุกอย่างแล้วนะ ฉันก็ทำแล้วนะ ทุกคนเห็นมั้ย ฉันตั้งใจถ่ายรูปให้ทุกคนมีรูปสวยๆและดูดีพอจะใส่พอรต์ได้ ฉันอยู่ตรงนี้ เรียกหาฉันได้นะ ฉันพร้อมจะถ่ายรูปให้ทุกคน ฉันอยู่ตรงนี้.. อย่ามองหาแต่คนที่ถือกล้องสิ มองหาคนที่ชื่อว่า ----- ด้วยก็ดี..ฉันอยากทำอย่างอื่นอีกมากมายเลย แค่3วันมันไม่พอหรอก.. น้องๆบางคนยังแยกไม่ออกเลยว่าอันไหน คือราก อันไหน คือลำต้น ฉันยังอยากช่วยเหลือพวกเขาอีก... ขอเวลาอีก ไม่ได้จริงๆหรอ..

ร่างกายที่มาถึงขีดจำกัดก็พังทลายลงและสลายลงไป..คำพูดที่ใครบางคนพูดแบบไม่สนจิตใจฉันยิ่งทำให้ตัวฉันเน่าเหม็นยิ่งขึ้น ตัวฉันได้สลายหายไปแล้วกับอากาศอันแสนสดชื่น...



ลาก่อนนะเชียงใหม่


























SHARE

Comments