ความเสียใจที่คุ้มค่า กับ ความเสียใจที่ไร้ประโยชน์


เราแทบจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกชีวิตล้วนต้องเจอกับ “ความเสียใจ” คนบางคนเจอกับความเสียใจเกือบทั้งชีวิต ผิดหวังช้ำแล้วช้ำเล่า ตั้งคำถามกับตัวเองมากมายว่าเพราะอะไรเราถึงต้องเจอกับความเสียใจและความผิดหวังนี้ไม่จบไม่สิ้นสักที พระเจ้าไม่ยุติธรรม หรือว่ามันเป็นเพราะอะไรกันแน่ ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว ทุกความเสียใจที่เกิดขึ้นกับเรามันล้วนมีเหตุและผล และข่าวดีคือเราเองต่างหากที่สามารถกำหนดและจัดการกับมันได้


ก่อนอื่นเลย การที่เราจดจ่อกับความเสียใจของตนเอง จดจ่ออยู่กับเรื่องที่เป็นสาเหตุของความเสียใจ มันทำให้เรามองทุกอย่างแคบและเล็กลง มองแต่ว่าตัวเองเป็นฝ่ายที่ถูกกระทำ แต่ความเป็นจริงที่มากกว่านั้นคือ ทุกการเสียใจมีประโยชน์ เดี๋ยว!!! แต่ความเสียใจที่มีประโยชน์ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่า พอมันมีประโยชน์ เราเองก็เอาแต่เสียใจนะคะ บางคนชอบ deep ดิ่งลงไปกับความเสียใจ ฟังกันก่อน55555 สิ่งที่กำลังจะบอกคือ มันจริงค่ะที่ความเสียใจมีประโยชน์ แต่ทุกความเสียใจจะมีประโยชน์หรือไม่ อันนี้มันขึ้นอยู่กับเราเองอย่าง 100% เลยค่ะ อย่างที่บอกไปข้างต้นว่าเวลาเราเสียใจ มันจะทำให้เรามองในมุมที่แคบลง และจดจ่อที่ตัวเอง รู้สึกว่าตัวเองเป็นฝ่ายที่โดนกระทำ ให้เราหยุดคิดตรงนั้นกันสักนิด และมาคิดที่ตรงนี้กันว่า ความเสียใจที่คุณกำลังเผชิญอยู่นี้ มันก่อให้เกิดการพัฒนาของตัวเราเองหรือไม่ ถ้าการที่เราเสียใจและก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง การพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น มันก็เป็นความเสียใจที่คุ้มค่า มีคนเคยบอกฉันว่าความเจ็บปวด ความเสียใจนี่แหละที่เป็นบทเรียนที่ดีที่สุดที่ทำให้เราเติบโตและพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น ^^


แต่ถ้าเราเสียใจและจดจ่อกับเรื่องที่ทำให้เสียใจช้ำแล้วช้ำเล่า ทุกครั้งที่คิดก็ร้องไห้เสียใจทุกครั้ง ทำแบบนี้ไปมาไม่ยอมลุกออกมาจากภาวะความเจ็บปวด ทำร้ายตัวเองด้วยการตอกย้ำตัวเองถึงเรื่องที่ทำให้เสียใจที่ผ่านมาไม่เลิกราสักที มันก็เป็นความเสียใจที่แสนจะไร้ประโยชน์ นอกจากจะไม่ก่อให้เกิดผลดีแล้ว ยังฉุดตัวเองให้ตกต่ำลงอย่างมากถึงมากที่สุด


การที่เราเสียใจมันจะมีประโยชน์หรือไม่ล้วนแล้วแต่ขึ้นอยู่กับมุมมองของเราทั้งสิ้น และ 100% ด้วย คุณต้องมีมุมมองใหม่เกี่ยวกับความเสียใจ คุณต้องเรียนรู้ที่จะทำให้มันเป็นความเสียใจที่คุ้มค่าและก่อให้เกิดประโยชน์ และทำให้มันเป็นการพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นกับของตัวคุณเอง :-)


SHARE
Written in this book
better ME
บทความทีช่วยให้รู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้น แนวทางการแก้ไข การพัฒนา การเป็นคนในแบบที่เราอยากเป็น
Writer
Cherisha
Reader n Learner
Optimistic person and Bookslover.

Comments

Boland
9 months ago
ตรงใจมากค่ะ
Reply
Cherisha
9 months ago
ขอบคุณมากนะคะ ^^