Train of love (wheein-Hwasa) EP.4
 






ณ ลิฟต์ ทรงสี่เหลียม

 





ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจดจ้องไปยังบุคคลหนึ่งที่ยืนมองตัวเลขสีแดงที่กำลังเคลื่อนที่ไปข้างบนราวกับมันจะไม่มีจุดสิ้นสุด





ตัวเลขสีแดงมาสิ้นสุดที่เลข12





ประตูลิปต์ถูกเปิดออก   ทั้งสองคนก้าวออกมาพร้อมกัน หญิงสาวเจ้าของห้องนี้กำลังเดินถอยหลังยิ้มให้กับบุคคลที่กำลังเดินตามมา เธอถูกคนตรงข้ามตีที่ไหล่เบาๆและยิ้มจนตาหยี ทั้งสองเดินข้างกันมาเรื่อยๆ จนมาหยุดที่หน้าประตูบานหนึ่ง





หญิงสาวไขกุญแจเพื่อเปิดหระตูห้อง




เมื่อประตูบานนั้นถูกเปิดออก




 
แพรวมองเข้าไปในห้องมืดที่มีบางอย่างตั้งอยู่ตรงกลางทางเข้า ร่างบางกำลังเดินตามอีกคนเข้าไปภายใน และจดจ้องบางอย่างที่อยู่ตรงกลางของทางเดิน 




“แกร็ก “




แสงสว่างจากหลอดไฟสีขาวเผยให้เห็นสิ่งที่อยู่ตรงทางเดินจากประตูทางเข้า สิ่งที่สายตาเธอจับจ้องไปที่มันตลอดตั้งแต่ย่างก้าวเข้ามา สิ่งนั้นมันคือแมวตัวสีส้มที่นั่งลงบนขาหลังรอเจ้าของมันก้าวเข้ามา





กวินทร์ผู้เป็นเจ้าของห้องกำลังนำน้ำเปล่าและน้ำส้มยี่ห้อดังใส่แก้วใสใบเล็กมาวางที่โต๊ะตรงหน้าโซฟานุ่ม 




    เธอกวาดสายตามองหาอีกคนหนึ่งที่เดินตามเธอเข้ามา แต่สายตาเธอต้องหยุดชะงักที่จุดหนึ่ง มุมปากทั้งสองข้างยกขึ้นทันที ดวงตาคู่นั้นจับจ้องไปที่ทางเข้าของห้อง มีหญิงสาวกำลังนั่งขัดสมาธิบนพื้นกระเบื้องสีขาว หน้าขาของหล่อนมีเจ้าแมวเหมียวตัวเล็กที่แหงนหน้าหลับตาพริ้มเมื่อถูกมือเล็กเกาเล่นอยู่ที่ใต้คางของมัน มันใช้ใบหน้าเล็กถูที่แขนของบุคคลที่มีสีหน้าสดใส
ดวงดาเป็นประกาย มือทั้งสองข้างที่ลูบอยู่บนตัวแมวเหมียว สิ่งนั่นกำลังทำให้อีกคนหนึ่งที่ยืนมองอยู่ยิ้มตาม



แพรวยิ้มอย่างมีความสุข พลางหัวเราะออกมาเมื่อเจ้าแมวเหมียวเดินไปทิ้งตัวลงนอนหงายท้องบนพื้นกระเบื้องขาวข้างหน้าตน 




“แมวของกวินทร์ชื่ออะไรหรอ น่ารักมากเลย”




เธอพูดพลางใช้สองมืออุ้มแมวเหมียวขึ้นมาตรงหน้า เล่นกับเจ้าแมวน้อยด้วยความเอ็นดูมันอย่างเหลือล้น




“ชื่อจี๊ด”




กวินทร์ตอบไปทั้งรอยยิ้ม สองมือถูกันเบาๆและผสานมือทั้งสองข้างเข้าหากัน ยืนพิงโซฟาดูอีกคนเล่นกับสัตว์เลี้ยงของตน




“ชื่อน่ารักจังเลยนะ”




“แม่กวินทร์ตั้งให้ ตอนกวินทร์เรียกจี๊ดเค้าจะร้องเหมียวตอบด้วยนะแพรว”




“เรียกแมวว่าเค้า น่ารักจังเลยนะ “





หญิงสาวผู้เป็นเจ้าของน้ำเสียงนุ่ม ยกมุมปากทั้งสองข้างและ กำลังลุกขึ้นยืน พร้อมอุ้มเจ้าแมวเหมียวตัวเล็กไว้ในอ้อมแขน มันนอนหงายท้องอยู่ในอ้อมแขนทั้งสองข้าง หญิงสาวอุ้มเจ้าแมวเหมียวราวกับมันเป็นเด็กทารกตัวน้อย เธอกำลังก้าวเดินไปที่โซฟาที่อยู่กลางห้อง มีหญิงสาวอีกคนหนึ่งนั่งมองเธออยู่ เธอนั่งลงบนโซฟานุ่ม




“กวินทร์แต่งห้องคล้ายๆของแพรวเลย”





กวินทร์ยิ้มให้กับบุคคลที่กำลังก้มหน้าเล่นกับแมวเหมียวสุดเชื่องของเธออยู่





“น่ารักไหมคะ”





กวินทร์ขยับตัวเข้าไปนั่งใกล้แพรวที่กำลังลูบหัวแมวเหมียวน้อยเบาๆ สายตาของทั้งคู่จับจ้องไปยังเจ้าขนฟูที่กำลังเคลิ้มหลับตาพริ้ม กวินทร์ใช้มือทั้งสองเท้าคางตนเองและมองจ้องบุคคลตรงหน้า




      ดวงตาสีน้ำตาลเข้มกำลังเก็บรายละเอียดใบหน้าสวยตรงหน้าเธอ หน้าผากนูนได้รูปกับผมยาวสีดำขลับ ความสูงสันจมูกรับพอดีกับปลายทรงสวย มีไฝเม็ดเล็กเข้ากับแก้มสีชมพู ปากบางเล็กที่ขยับไปมาอย่างช้าๆ ดวงตาสีดำดึงดูดให้กวินทร์มองอย่างไม่ละสายตา





ความสุขและรอยยิ้มที่ใสซื่อจากบุคคลที่ไม่ค่อยเล่นกับสัตว์เท่าไหร่นักทำให้แพรวสนใจเจ้าแมวเหมียวตรงหน้ามากจนไม่ได้รู้เลยว่ากำลังมีคนมองจ้องเธออยู่



เธอเงยหน้าขึ้นและหันไปมองบุคคลที่มีหมอนใบเล็กวางบนตักและใช้แขนทั้งสองข้างเท้าคางไว้จนเป็นรูปดอกไม้ ทั้งสองสบตากัน และเป็นกวินทร์ที่หลบตาไปก่อน




"น้ำไม่เย็นแล้วเดียวกวินทร์ไปเอามาให้ใหม่นะแพรว"
 




หญิงสาวรีบดีดตัวขึ้นอย่างรวดเร็วมือทั้งสองข้างถูกถูไปกับหน้าขาของตนเอง เธอใช้มือข้างหนึ่งเสยผมสั้นนั้นขึ้นและก้าวเดินอย่างรวดเร็ว




แพรวนั่งหัวเราะเบาๆกับอาการเขินอายที่แสดงออกที่ท่าทางและสีหน้าอย่างเห็นได้ชัดของกวินทร์




น้ำแก้วใหม่มาพร้อมกับขนมซองสีเขียว ผลิตมาจากมันฝรั่งนำมาทอดกรอบ โรยด้วยสาหร่ายเล็กๆ



“จี๊ด”



กวินทร์เอ่ยปากเรียกชื่อเจ้าขนฟูขณะกำลังเดินเข้าไปนั่งบนโซฟาข้างหญิงสาวร่างบางที่กำลังลูบหัวเจ้าแมวเหมียวอย่างเอ็นดู





“เหมียว”





มันตอบรับด้วยเสียงร้องที่ออดอ้อน เจ้านายสุดที่รักอย่างสุดซึ้ง
กวินทร์ยื่นหน้าเข้าไปใกล้เจ้าขนฟู นำจมูกของตนชนกับของมัน และเงยหน้าขึ้น

แต่กวินทร์ต้องหยุดชะงักเมื่อถูกมือของใครอีกคนจับอยู่ที่ใบหน้าของตน ตอนนี้ทั้งสองอยู่ห่างกันเพียงปลายจมูกชนกันเท่านั้น ดวงตาสีน้ำตาลเข้มมองจ้องเข้าไปในดวงตาสีดำนั้น มุมปากของอีกฝ่ายกำลังยกขึ้น หล่อนขยับตัวออกให้ห่างจากกวินทร์เล็กน้อยและหันหน้าออกไปอีกทาง พร้อมพ่นลมออกจากปากบางเบาๆ





กวินทร์ยิ้มบางเมื่อ การสบตากับเมื่อสักครู่เธอเป็นคนชนะ เธอมองแก้มที่แดงจนเห็นได้ชัด





“แพรวขอเข้าห้องน้ำหน่อยได้ไหมกวินทร์“




“ได้สิแพรวประตูเลื่อนหน้าห้องข้างๆนี่เลย”





หล่อนยิ้มตอบระหว่างที่กำลังวางแมวน้อยลงบนโซฟานุ่ม พร้อมลูบฟัวมันเบาๆ 




หญิงสาวมองบุคคลที่ลุกออกไปด้วยอาการเร่งรีบ 
 



“จี๊ดคนนี้ไงที่กวินทร์พูดถึง น่ารักไหม”

กวินทร์พูดด้วยเสียงเบาเนื่องจากกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินสิ่งที่ตนพูด



“เหมียว”

เหมือนเช่นเคย แมวน้อยขนฟูร้องตอบกลับเจ้านายของมันเสมอ







ไม่นานแพรวก็เดินเข้ามานั่งที่โซฟาเช่นเดิม เธอสังเกตเห็นสิ่งที่แตกต่างจากตอนที่เธอลุกออกไป บนโต๊ะกระจกใสที่ตั้งอยู่ข้างหน้าโซฟามีดอกกุหลาบสีแดงวางอยู่หนึ่งดอก เธอหันไปเพื่อมองคนที่นั่งอยู่บนโซฟามีแมวเหมียวตัวเล็กนอนอยู่บนหน้าขา 



แพรวถือไหม?



ถืออะไรหรอ….





เมื่อหญิงสาวพูดจบกวินทร์ผู้ถามไม่ได้รอคำตอบใดใด ปากบางของกวินทร์ก็อยู่ที่แก้มซ้ายของแพรวเสียแล้ว เธอถอนหน้าออกมาจากแก้มนุ่มช้าๆ





แต่ก็ต้องหยุดชะงักอีกครั้งเมื่อความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้น ปากบางถูกสัมผัสจากคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่อ่อนโยน  หล่อนถอนสัมผัสนุ่มหลับตาครู่หนึ่งและยิ้มมุมปากเล็กน้อย





“ตอนนี้ก็ดึกแล้ว แพรวกลับห้องก่อนนะ”




ผู้ที่ถูกจุมพิตยังคงค้างอยู่ในห้วงสัมผัสจึงทำให้เธอไม่ได้รับฟังประโยคหลังเพียงแต่เธอใช้มือข้างหนึ่งจับข้อมือเล็กของอีกฝ่ายไว้ รั้งหล่อนไว้ด้วยใบหน้าที่เหม่อลอยหญิงสาวหันมาเห็นใบหน้านั้นแล้วก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ กวินทร์ตอนนี้เหมือนบุคคลผู้ถูกดูดเอาร่างวิญญาณของตนออกไปเรียบร้อยแล้ว




หญิงสาวเจ้าของแก้มแดงกำลังก้าวอย่างเชื่องช้าเพื่อออกไปยังหน้าห้องนี้แต่เธอต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินประโยคหนึ่ง





"นั่นจูบแรกของกวินทร์เลยนะ" 





เจ้าของมือเล็กที่กำลังจับอยู่ที่ลูกบิดประตูหยุดชะงัก เธอหันกลับมามองเจ้าของเสียงที่ขณะนี้กำลังนั่งหลังตรงดวงตาสีน้ำตาลเข้มจดจ้องมายังเธอ มุมปากยกขึ้นแสดงให้เห็นรอยบุ๋มเล็กตรงแก้มขวา หล่อนกำลังลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ แพรวยังคงยืนมองหล่อยอยู่ตรงประตู เธอก้าวเท้ากลับเข้ามายังในห้องในขณะที่อีกคนกำลังก้าวเข้ามาหาเธอเช่นกัน





ทั้งคู่เดินเข้าหากันอย่างเชื่องช้าโดนมีเจ้าแมวเหมียวขนฟูนั่งมองอยู่มันเอียงคอเล็กน้อยเหมือนดั่งแสดงความสงสัยออกมา ทั้งสองเดินเข้าหากันสบตากันไปมาเหมือนกำลังเล่นเกมบางอย่าง แพรวยิ้มจนตาหยี และเช่นเดียวกัน กวินทร์กำลังมีความสุขกับสิ่งที่คนตรงหน้ากำลังทำ      

      ริมฝีปากทั้งสองสัมผัสกันอย่างนุ่มนวลมือที่ซุกซนลูบไล้ยังร่างบาง ต้นคอของเธอถูกสองแขนเล็กโอบกอดไว้อย่างหลวมๆทั้งคู่ถอนสัมผัสอันแสนหวานนั้นออกและ มองดวงตาแห่งความสุขของกันและกัน





"เหมียวว" 





ทั้งคู่หัวเราะออกมาพร้อมกันเมื่อมีเจ้าแมวเหมียวตัวเล็กกำลังนอนหงายท้องยกสองขาหน้าขึ้นนอนหลับตาพริ้ม ทำให้ทั้งหญิงสาวทั้งสองยิ้มออกมา 





"พรุ่งนี้แพรวมีงานต้องไปทำนะคะ วันนี้แพรวกลับบ้านก่อนนะ" 





เจ้าของเสียงมองร่างเล็กตรงหน้าที่สีหน้าและสายตาบ่งบอกถึงความเศร้าสร้อยอย่างมากมายหล่อนยิ้มเจื่อน แต่สายตาที่อ้อนวอนนั้นทำให้บุคคลที่กำลังมองอยู่หัวใจเต้นรัว มุมปากบางสองข้างของหล่อนกดต่ำลงราวกับเด็กที่กำลังจะร้องไห้งอแง เธอทำได้เพียงโอบกอดร่างเล็กนั้นไว้ในอ้อมแขน เธอยกมุมปากทั้งสองขึ้นเล็กน้อยก่อนโน้มตัวเข้าหาร่างเล็กจุมพิตบอกลาก่อนที่เธอจะออกมาจากห้องของกวินทร์ 






 



23:00 







ห้องสีเหลี่ยมที่มีหญิงสาวร่างเล็ก อยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนา เล็บยาวของเธอกระทบโทรศัพท์เครื่องเล็กนั้นจนมีเสียงก๊อกแก็กเบาๆ เธอมองจ้องโทรศัพท์เครื่องเล็กนั้น ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม




Kwinthara (kawin) : แพรวจะนอนหรือยัง 



Pichaya (praew) : แพรวนอนพร้อมกวินทร์ได้ไหม




Kwinthara (kawin) : ได้สิ  จี๊ดน่ารักใช่ไหมละ แพรวเล่นกับเค้าสนุกเลย




Pichaya (praew) : แพรวว่าก็คงน่ารักเหมือนกวินทร์ 555 วันนี้…..




Kwinthara (kawin) : อะไรหรอแพรว




Pichaya (praew) : แพรวขอโทษนะที่ไม่ได้อยู่ต่อ




Kwinthara (kawin) : ไม่เป็นไรเลยแพรว ว่าแต่พรุ่งนี้มากินข้าวเย็นด้วยกันไหม




Pichaya (praew) : ได้สิ (สติ๊กเกอร์หน้ายิ้มตาหยี)




Kwinthara (kawin) : พรุ่งนี้เจอกันนะแพรว ขอบคุณสำหรับวันนี้นะ




Pichaya (praew) : แพรวก็ขอบคุณกวินทร์เหมือนกัน ฝันดีนะ




Kwinthara (kawin) : ฝันดีนะแพรว ไว้เจอกันนะคะ (สติ๊กเกอร์หัวใจ)




เธอวางโทรศัพท์ลงที่ข้างลำตัวยิ้มกว้างก่อนจะพาตนเองเข้าสู้ห้วงนิทรา





อีกด้านหนึ่ง
 



       กวินทร์ทำได้เพียงยิ้มน้อยๆกับความสุขในวันนี้ เธอกำลังละเมอเพ้อถึงจุมพิตที่แสนหวานจากอีกคน สัมผัสนุ่มที่เธอรู้สึกผ่านปากบาง กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆที่ข้อมือ เอวคอด รายละเอียดเล็กน้อยที่เธอสัมผัสได้จากหล่อนยังคงตราตรึงใจ เธอเพียงขอแค่หลับฝันในคืนนี้ ขอให้ในนิทรานั้นมีหญิงสาวที่ขโมยจุมพิตของเธออยู่ในนั้นคงจะเป็นห้วงนิทราแห่งความสุขที่มากล้น










06:30 





เช้าวันอาทิตย์ที่แสนสดใส ในน้องนอนเล็กที่มีสัตว์เลี้ยงตัวน้อยนอนอยู่ข้างๆหญิงสาวเจ้าของร่างเล็กที่กำลังอยู่ในห้วงนิทรา



Line!



Pichaya (praew) : แพรวทำงานแล้วนะ





เสียงแจ้งเตือนเพียงครั้งเดียวปลุกหญิงสาวให้ตื่นขึ้นจากห้วงนิทรา เธอรีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาทันที และหลังจากได้เห็นข้อความนั้น ความสุขในยามเช้าก็เกิดขึ้นกับเธอ



Kwinthara (kawin) : ตอนเย็นเจอกันนะคะ








15:00




ช่วงเวลารอคอยอันแสนยาวนานก็ผ่านไป หญิงสาวผู้ที่พึ่งปฎิบัติหน้าที่ของตนเสร็จ  กำลังมุ่งหน้ากลับไปยังห้องสุดหรูของตน 




 ณ ชั้นสูงสุดของตึกสูง 



ประตูห้องกว้างถูกเปิดออก หญิงสาวร่างบางก้าวเข้ามาภายในอย่างร้อนรน เธอโยนกุญแจรถหรูไปยังโซฟา เหวี่ยงตัวบางวิ่งไปยังห้องแต่งตัวอย่างรวดเร็ว และก้าวออกมาพร้อมชุดเสื้อยืดสีเทาสบายตัวกับกางเกงยีนขาสั้น  พร้อมหยิบโทรศัพท์เครื่องเล็กมาดูข้อความ



Kwinthara (kawin) : (รูปภาพ)



รูปที่ส่งมาเป็นสปาเก็ตตี้ที่่จัดจานอย่างสวยงามตั้งอยู่บนโต๊ะกระจกใส 
เธอยิ้มออกมาเมื่อจานนั้นอยู่ภายในห้องที่เธอคุ้นตา เธอล็อคหน้าจอโทรศัพท์ทันที และรีบวิ่งออกมาจากห้องของตน






ก็อก ก็อก!!




ประตูบานเล็กถูกเปิดออก เผยให้เห็นบุคคลตรงหน้าผมยาวสีดำขลับมาพร้อมถุงมากมายในมือเล็ก กวินทร์รีบอาสาช่วยและเอื้อมมือไปแย่งของอันหนักอึ้งในมือนั้นมาถือไว้เอง
ทั้งสองสบตาและยิ้มให้กันก่อนหญิงสาวจะเดินตามเจ้าของห้องเข้ามา เธอทักทายเจ้าแมวเหมียวน้อยที่นอนอยู่บนโซฟานุ่ม เดินตามอีกคนเข้าไปในครัวเล็ก




เจ้าของห้องนี้ย่างก้าวเข้าโอบกอดเอวคอดจากข้างหลัง ใบหน้าเนียนวางอยู่บนไหล่ของแพรวกลิ่นหอมที่ตราตรึงใจกวินทร์ เป็นกลิ่นน้ำหอมบางๆจากคอขาว ดวงตาจับจ้องไฝเล็กก่อนจะให้นิ้วชี้กดไปยังแก้มนุ่มนั้นเบาๆ  ก่อนจะใช้จมูกของตนสัมผัสไปที่แก้มนุ่มนั้นแทน 



 แพรวก้าวออกจากครัวพร้อมเจ้าของร่างเล็กที่ยังคงใช้สองแขนโอบกอดเอวของเธอไว้ เธอหัวเราะเบาๆและชี้ไปยังโซฟาเพื่อบอกบุคคลข้างหลังให้ไปยังที่ตรงนั้น





"สปาเก็ตตี้ละคะ"





"อยู่ในตู้ค่ะ หิวหรือยังคะ"




"หิวแล้วค่ะ"




"งั้นกินนี่ก่อนไหม"




กวินทร์ใช้มือข้างหนึ่งชี้มาที่ปากของตน ยิ้มให้คนตรงหน้าและลุกขึ้นยืนทันทีก่อนเดินตรงไปยังห้องครัวของตน



กวินทร์กลับมาพร้อมสปาเก็ตตี้ สองจาน วางลงตรงหน้าแพรว พร้อมพูดถึงสรรพคุณอาหารที่ตนเองทำ




ไม่นานจานที่เคยเต็มไปด้วยสปาเก็ตตี้ก็ไม่หลงเหลือแม้แต่เส้น 



"กินเก่งนะแพรว"



"นิดนึงนะ"




แพรวยิ้มเขิน เธอหยิบน้ำแก้วเล็กขึ้นมาดื่มสายตามองจ้องไปยังคนข้างๆที่ขณะนี้กำลังมองมายังเธอเช่นกัน เธอวางแก้วน้ำลงบนกระจกใส โน้มตัวบางเข้าไปหาบุคคลที่กำลังมองจ้องเธออยู่  ตอนนี้มือซนจับอยู่ที่หลังใบหูของกวินทร์ เธอยิ้มก่อนสัมผัสปากเล็กด้วยริมฝีปากบางของตน กวินทร์ตอบรับเธอโดยการใช้มือข้างหนึ่งดึงตัวเธอเข้าไปใกล้และใช้สองมือลูบไล้ร่างบางของเธอ







            บนเตียงนุ่ม ทั้งคู่แลกเปลี่ยนความรู้สึกให้แก่กันและกันผ่านสัมผัสทางกาย บนเรือนร่างที่เปลือยเปล่า แพรวกำลังรู้สึกถึงควาามเร่าร้อนของคนตรงหน้า  หล่อนกำลังมอบความรู้สึกวาบหวิวให้เธอ เสียงแห่งความสุขถูกส่งผ่านลำคอเบาๆ ที่นอนยับยู่ยี่ราวกับการดาษที่ถูกขยำ มือเล็กของเธอลูบไล้อยู่ที่หลังคอของคนข้างหน้าริมฝีปากนุ่มจูบที่ยอดอกชมพู  ความร้อนจากปลายสัมผัสส่งไปทั่วร่างกาย ใบหน้าเล็กเคลื่อนย้ายจากหน้าอกมายังหน้าท้องจูบหน้าท้องเล็กนั้นด้วยความขี้เล่นเงยหน้ามามองบุคคลที่หลับตาพริ้มกัดริมผีปากตัวเอง และก้มพรมจูบที่หน้าท้องน้อยก่อนที่หล่อนจะมอบความสุขที่มากล้นให้แก่เธอ.....








  เพียงช่วงเวลาสั้นๆที่ทั้งสองรู้จักกัน   
.
.
.
.






แพรวได้สารภาพความรู้สึกของตนเองไปทั้งหมดตั้งแต่วินาทีแรกที่เธอตกหลุมรักกวินทร์มาจนถึงวินาทีที่กวินทร์ขอให้เธอมาอยู่เป็นความสุขของตน











To be continue...











เป็นแฟนกันแล้วเย้ๆ
ตอนนี้ก็จะฟินหน่อยๆในความคิดคนเขียนนะคะ5555  แต่มันก็ขัดใจเหมือนกัน
อาจจะไม่ได้สวยงามมากนักเพราะยังบรรยายไม่เก่ง  (กราบขอโทษ)
ตอนนี้ก็คือเลื่อนวันอัพมาหลายวันมาก ขอโทษผู้อ่านด้วยค่ะ ฝากอ่านฟิคง่อยๆของเราด้วยนะคะ LOVE YOU รักคนอ่านนะคะ 

มีคำผิดตรงไหนขออภัยไว้ณที่นี้ <3


SHARE

Comments

moonnight
2 years ago
ได้กันละ โอ้ยย จะมีดราม่าป่ะนี่
Reply
__Illmee
2 years ago
ได้กันเลยหรอคะ555  ต้องคอยลุ้นนะคะ