ห้างใหม่ และความเหลื่อมล้ำที่ถูกมองข้าม
ในไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ พวกเราๆท่านๆคงได้เห็นข่าวคราวของการเปิดตัวห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่แห่งใหม่ที่ดูสุดแสนจะทันสมัย หรูหรา เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกระดับ High-Class มากมาย จนประหนึ่งจะได้กลายเป็นอีกหนึ่งเพชรยอดมงกุฎแห่งใหม่ของแม่น้ำเจ้าพระยา


แต่ช้าก่อน ก่อนที่เราจะเพลิดเพลินไปกับความสุขใจอันน่าเคลิบเคลิ้มของความหรูหรา ดูเหมือนว่าเราจะมองข้ามบางสิ่งบางอย่างไป นั่นก็คือความเหลื่อมล้ำของระบบเศรษฐกิจในประเทศที่กำลังทวีความกว้างของช่องว่างอย่างต่อเนื่อง


ตามบันทึกของสำนักงานพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจแห่งชาติแล้ว ในปี พ.ศ.2558 พื้นที่ภาคกลางมีรายได้เฉลี่ยสูงสุดในประเทศ หรือคำนวณคร่าวๆเป็นประมาณ 12,818 บาทต่อเดือน ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศถึง 1.4 เท่า (รายได้เฉลี่ยของประเทศอยู่ที่ 9,409 บาทต่อเดือน) ขณะที่ในภูมิภาคอื่นๆนั้นเป็นสถานการณ์ที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง ค่าเฉลี่ยรายได้ที่ต่ำที่สุดนั้นคือบริเวณจังหวัดที่ติดขอบชายแดนซึ่งมักจะมีค่าเฉลี่ยรายได้ที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของทั้งประเทศกว่ามาก 

ซึ่งจากรายงานปี พ.ศ.2558 จนถึงปีปัจจุบัน สถานการณ์ยิ่งแย่ลง 

ขอบเหวของความเหลื่อมล้ำกำลังขยายตัวของมันออกไปอย่างไม่จบสิ้น
การเปิดตัวห้างสรรพสินค้าสุดหรูใจกลางเมืองหลวงเพิ่มนั้นไม่ใช่สิ่งที่น่าแปลกใจหากเกิดขึ้นในประเทศที่การกระจายรายได้มีประสิทธิภาพ แต่หากเป็นในประเทศที่กำลังจะมี Apple Store แห่งที่สองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ขณะที่คนต่างจังหวัดหลายล้านชีวิตกำลังประสบปัญหาเรื่องปากท้องในแต่ละมื้อ หรือแม้แต่ปัญหาสำหรับชาวกรุงเทพด้วยกันเองที่เห็นได้ชัดจากการ "เนรมิต" รถไฟฟ้าสายใหม่ขึ้นมารองรับการเดินทางสู่ห้างสรรพสินค้าในเวลาอันรวดเร็ว ทั้งๆที่ปัญหาขนส่งมวลชนทั่วเมืองหลวงยังคงติดอยู่ในหล่มคาราคาซังมานานนับปีอย่างไม่มีการแก้ไข 

 ถึงแม้ตัวผมเองจะไม่ได้เป็นนักต่อต้านความเจริญ การเข้ามาของเทคโนโลยี กระแสการไหล่บ่าของนักท่องเที่ยวและเม็ดเงินที่ทำได้จากมันก็ตาม ผมเองกลับยังมองว่าเรากำลังทิ้งช่องว่างที่กว้างเกินไประหว่างการบริโภคของคนรวยและคนจนในประเทศ 
ผมว่าเรากำลังมองปัญหาผิดจุด และกำลังไปผิดทาง
ไม่ว่าการเกิดขึ้นของห้างสุดหรูนี้จะนำสังคมเราวิ่งไปสู่ทิศทางที่ผมคิดหรือไม่ ความเหลื่อมล้ำจะยิ่งขยายขอบเขตของมันต่อไปตามที่ผมกล่าวอ้างไหมก็ตาม แต่นี่ก็คือความคิดเห็นส่วนหนึ่งจากผม อยากให้ผู้อ่านลองอ่านแล้วรับไปพิจารณาเสียสักเล็กน้อย ในฐานะความคิดเห็นเล็กๆจากมนุษย์กรุงเทพคนหนึ่งที่ห่วงใยสังคมชนบทและความเป็นธรรมทางสังคมก็แล้วกัน

สวัสดี  
SHARE
Writer
Puppet
นักบ่น
นักคิด นักเขียน นักบ่น

Comments