jewelry tattoo and pain
เพื่อนผมมันไปสักมาเมื่อวาน เอาจริงๆพวกเราคุยเรื่องนี้กันมาพักนึงเเล้ว ใจจริงผมไม่ค่อยอยากให้มันสักเท่าไหร่ เพราะเดี๋ยวมันจะไปเรียนอยู่เเคนาดา ผมกลัวมันจะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องนี้ 

เมื่อเย็นวันเสาร์ มันทักมาถามผมว่าว่างมั้ย ให้ไปร้านสักเป็นเพื่อนหน่อย เเต่ผมไม่ว่างจริงๆเพราะมีธุระเลยได้ปฏิเสธมันไป

วันนี้ ตอนนั่งกินข้าวกัน มันเอารูปรอยสักมาโชว์ผม รอยสักที่มันพึ่งไปถอยมาเมื่อวานหมาดๆ เป็นชื่อมันที่เขียนเเบบCalligraphyเเละมีดอกกุหลาบอยู่ตรงปลาย สวยดี เหมาะกับมันอยู่

พวกผมและกลุ่มเพื่อนพากันชื่นชมรอยสักของมันผ่านรูปจากโทรศัพท์ เพราะไม่สามารถโชว์ของจริงให้เห็นได้ ต่างคนต่างถามมันว่าเจ็บหรือเปล่า ค่าช่างเท่าไหร่ กี่สัปดาห์ถึงจะหาย มันก็ได้ตอบพวกเราให้หายสงสัย

พวกเราเกิดอาการอยากไปสักบ้าง เเน่นอนว่าหนึ่งในนั้นมีผม เเต่ผมคิดว่ารอเวลาสมควรอีกสักนิด 

เอาจริงๆพวกเราไม่ค่อยเกรงกลัวต่อความเจ็บปวดพวกนี้เท่าไหร่นัก การสักหรือเจาะตามร่างกายจึงเป็นเรื่องปกติของพวกเรา เเต่ก็ใช่ว่าจะเจาะจนรกเกินไป นั่นก็ไม่ใช่เเนวของเราสักนิด
เพราะผมเองก็เจาะหูไปสี่รู เพื่อนผมข้างนึงเเปด ข้างนึงสาม เจ้าคนที่สักก็ห้ารู เคยตั้งคำถามเล่นๆกันว่า พวกเรามันโรคจิตหรือไงวะ ทำไมต้องเจาะอะไรเยอะเเยะ เเล้วพอมันอักเสบก็มาร้องโอดโอย เเต่ท้ายสุดก็ได้คำตอบมาว่า

โลกนี้เเม่งมีความเจ็บปวดที่รอให้เราไปพบมันอีกร้อยแปดพันเก้า อย่างน้อยน่ะ ความเจ็บปวดจากการทำอะไรเเบบนี้ก็เป็นสิ่งที่พวกเราเลือกเอง และอีกอย่างคือของพวกนี้มันก็ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน บางคนอาจจะมองว่าเจาะหรือสักมักเป็นคนไม่ดีบ้าง ดื้อบ้าง เเต่นั่นก็เป็นเพียงสิ่งที่ประดับร่างกายภายนอกเพื่อเเสดงความชอบของตนเองออกมา คนเราจะดีหรือไม่มันมาจากจิตสำนึกความนึกคิดจากข้างในสมองและหัวใจของแต่ละบุคคลต่างหากล่ะ

SHARE

Comments