อีก 1 นาทีเที่ยงคืน
  วันนี้เจอเรื่องเวลาที่เดดไลน์ ที่อยู่ดีดีก็ดันไม่เป็นเดดไลน์จริงๆขึ้นมาซะงั้น ตลกอย่างประหลาด
  เช่น เคยแจ้งไว้ว่า ต้องทำงานให้เสร็จและส่งข้อมูลเข้าระบบก่อน 5 โมงเย็นนะ จะทันรอบส่งของในวันพรุ่งนี้

พอทำไปทำมา วันนี้เจอว่าเราส่งข้อมูลเข้าระบบตอน 16:59 น. แล้วระบบตอบกลับว่า ไม่ทันรอบส่ง งงยกกำลัง 10 แคปหน้าจอเดินไปถามหัวหน้า

คำตอบคือ ระบบรับข้อมูลแบบใกล้เวลามากเกินไปก็จะไม่ทันรอบนะ ควรจะทำให้เสร็จล่วงหน้าไม่ให้มันจวนเจียนขนาดนี้

แผนกอื่นเค้าเผื่อกัน 10 นาทีก่อนเวลาปิดรอบด้วยซ้ำไป...

แล้วจะใช่คำว่าเวลาปิดรอบรับข้อมูล (เวลาที่กำหนดไว้เป็นเส้นตาย - เดดไลน์ น่ะแหล่ะ) ทำไมฟะ ก็เลื่อนเวลาลาให้มันเป็นเวลาที่ไม่ต้องเผื่ออะไรแล้วกำหนดไปเลยไม่ได้เหรอ งงใจ

แล้วเกี่ยวอะไรกับอีก 1 นาทีเที่ยงคืน ก็ไม่เกี่ยวหรอก แค่ตอนจะพิมพ์เรื่องนี้เวลามันอยู่ที่ 23:59 น. พอดีเลยตั้งชื่อนี้ขึ้นมา :)

วันนี้เจอคุณยายผู้ร่าเริง เดินออกกำลังกายผ่านหน้าเราที่กำลังยืดเส้นยืดสายอยู่ แล้วแกก็ทักว่า ดีจังเลย ตัวอ่อนดีจริง อิจฉาๆ
ก็ตอบแกไปว่าคุณป้า(ตอนนั้นยังไม่รู้อายุ) ก็ยังดูแข็งแรงอยู่เลยนะคะ หนูก็อิจฉานะ ฮ่าๆ

พอน้องหมูแดงเดินมา แกก็ชวนคุยต่อ เรื่อยเปื่อย เลยเถิดไปนานเลย เรื่องแกไม่สบายมีโรคประจำตัวนู่นนี่แต่ไม่อยากกินยาที่หมอสั่งเลยนะ นี่แอบไม่กินอยู่บ่อยๆ ยาเนี่ยนะมันก็มีความเสี่ยงใช่ไหมถ้ากินเยอะๆน่ะ ภาษาญี่ปุ่นคำว่ายา (薬) ออกเสียงว่า คุซึริ อ่านกลับคำไปมามันก็จะออกเสียงว่า ริซึคุ (リスク) risk ที่แปลว่าเสี่ยง(ไม่ปลอดภัยนะเว้ย) ใช่ไหมล่ะ วางใจไม่ได้หรอก

แล้วป้าไปเจอหมอคนนึงนะ อายุเพิ่งจะ 30 แต่ป้าชอบแกมาก แกบอกว่าป้าดูแข็งแรงขึ้น มาลดยาที่กินลงไหม โอ้โห ป้านี้ปลื้มเล้ยยย บอกหมอว่า ชอบหมอมาก ป้าล่ะปลื้มหมอสุดๆ อยากจะมาหาอีก บอกลูกสาวให้พาไปหาหมอคนนี้อีกด้วยความเต็มใจอยากไปจริงๆ 

แล้วแกก็พูดอะไรอีกเยอะแยะที่ส่วนใหญ่เราฟังไม่ค่อยออก เนื่องจากเป็นภาษาญี่ปุ่นที่ไม่ได้ใช้มานาน บวกกับมีภาษาถิ่นของที่นี่ปะปนมาเป็นระยะๆ มึนไปเลยเหมือนกัน แต่ก็ดีใจที่ได้ใช้ภาษาญี่ปุ่นบ้าง 

หนึ่งในเรื่องที่แกเล่าให้ฟังที่เราประทับใจคือ แกบอกว่า แกไปร่วมกิจกรรมกลุ่มอะไรสักอย่างที่คล้ายๆกับรวมคนแก่ แล้วก็ทำความรู้จักแลกเปลี่ยนประสบการณ์หรือหาเพื่อนคุยทำนองนี้
  แกได้นั่งข้างคุณตาคนนึง อายุประมาณ 90 หน้างี้บึ้งเป็นยักษ์หน้าวัดเลยนะ แกว่าแกไม่ลงรอยกับภรรยา เลยไม่มีความสุข คุณยาย(เปลี่ยนจากป้าไปเป็นยายเพราะแกบอกแกอายุ 77 แล้ว ตกใจมากดูแข็งแรงอยู่เลย) เลยบอกว่า ถ้าจะให้คุยกับภรรยาได้อย่างราบรื่นให้ใช้ 3 คำนี้ คือ
1. อืม นั่นสิเนอะ (そだね) 
   เพื่อรับฟังคำพูดของอีกฝ่ายก่อน รับก่อน รับเอาคำพูดเค้าเข้ามาก่อนโดยใช้การคล้อยตามว่า อืม นั่นสิเนอะ
2. ขอโทษนะ
3. ขอบคุณนะ/ขอบใจจ้ะ

เนี่ยให้การบ้านคุณตาคนนั้นไป แล้วแกก็ว่า มีคนฟ้องว่าแกเป็นคนขี้แกล้ง ชอบรังแกคนอื่น (ประมาณว่าให้การบ้านไปทำเฉยเลย)

แกก็อธิบายแล้วก็ชวนคุยไปยันสำนวนญี่ปุ่นที่เข้าใจยากฉิบ แต่ก็พอเข้าใจบริบท พอเข้าใจที่แกอยากจะสื่อคร่าวๆอ่ะนะ

สุดท้ายพอแกถามว่ามาจากไหน บอกมาจากไทย แกบอก โอ รู้สึกผิดเลยที่พูดภาษาญี่ปุ่นยากๆไปตั้งเยอะ มิน่าล่ะ เห็นเราบ่นกันว่า ภาษาญี่ปุ่นยาก

โธ่ ยายจ๋า หนูทั้งดีใจทั้งขำที่ได้คุยกับยาย คิดถึงภาษาญี่ปุ่นแบบนี้มานาน แทบไม่ได้ใช่เล้ย 

ตอนจะกลับคุณยายอธิบายให้ฟังว่าบ้านยายอยู่แถวตรงโน้น บอกจุดเด่นมาให้ แล้วบอกว่า ถ้าสะดวกยังไงก็แวะไปได้นะ
ประเด็นคือ ไม่รู้อยู่ดีว่าบ้านแกอยู่ไหน ฟังไม่ค่อยออก 555

กว่าจะได้เดินไปกินซุชิ ก็ผ่านไปนานหลายนาทีอยู่

ใช่ค่ะ ดิฉันมากินซุชิอีกแล้ววววว

แค่มีคนชมว่าดูผอม 1 คน รีบกินอย่างย่ามใจ

เบื่อตัวเองจริงจริ๊งงง

ง่วงละ นอนกันเถอะ



SHARE

Comments