Good Day
เมื่อวานก่อนกลับบ้านต่างจังหวัด ฉันมีปากเสียงกับน้องผู้ชายที่ออฟฟิศค่อนข้างรุนแรง ฉันจำไม่ได้แล้วว่าฉันเคยปะทะกับใครรุนแรงแบบนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ หรือเคยมีมั้ย สุดท้ายสิ่งที่ฉันทำตอนนั้นคือเดินออกจากจุดนั้นอย่างเร็วที่สุด เหมือนทิ้งระเบิดไว้ให้เขาเป็นฝ่ายตอบคำถามทุกคนเอง

ฉันขับรถออกจากออฟฟิศด้วยอารมณ์สีดำโดยไม่มีสีอื่นแต้มเลย ความขุ่นมัวในใจมันขุ่นมาก ดำมาก มืดมาก มืดสนิท ฉันขับรถออกมาด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว ฉันพยายามสงบอารมณ์ร้ายๆแบบนั้นลงด้วยความรู้สึกตัว หรือสติเท่าที่ฉันจะมีได้ แต่ตอนนั้นต่อให้รู้สึกตัวหรือมีสติมากแค่ไหนก็ยังสะกดอารมณ์ร้ายๆนั้นไม่ได้ ฉันจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าฉันเปิดเพลงฟังระหว่างขับรถมั้ย หูฉันอื้อมาก ฉันไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย นอกจากเสียงความเกรี้ยวกราดของใจตัวเอง

หลังจากนั้น ฉันนั่งแท็กซี่มาจนถึงสนามบินสุวรรณภูมิ คนขับแท็กซี่พยายามชวนฉันคุย ตอนนั้นฉันเริ่มได้ยินเสียงอย่างอื่นบ้างแล้ว แต่ยังไม่อยู่โหมดอยากคุยกับใคร นั่งหลับตาเหมือนอยากพักผ่อน รู้สึกเหนื่อยกับอารมณ์แบบนี้ แต่หัวก็ยังคิดถึงสถานการณ์นั้นวนๆปนๆกับอารมณ์สีดำของตัวเอง พอถึงสนามบิน ยิ่งเห็นตัวเองชัดขึ้น เมื่อฉันพบว่าตัวเองเป็นจุดสีดำอยู่จุดเดียว ขณะที่คนอื่นๆมีหลากสีและเต็มไปด้วยสีสัน ก่อนจะเช็คอินเครื่อง ฉันนั่งคุยไลน์กับน้องที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นั้น ฉันใส่ทุกอย่างที่มีอยู่ในหัวฉันทั้งหมด อัดลงไปกับบุคคลที่สามที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรง ด้วยการโยงหลายประเด็นที่ไม่เกี่ยวข้องลงไปด้วย

หลังจากเช็คอินเสร็จ ฉันเดินเข้าเกทระหว่างรอขึ้นเครื่อง ฉันนั่งทบทวนตัวเองอยู่นานว่าอะไรทำให้ฉันฟิวส์ขาดได้ขนาดนั้น แล้วฉันก็พบคำตอบของสาเหตุที่ฉันเกรี้ยวกราดได้ขนาดนั้นคือฉันรู้สึกเสียหน้า
การที่มีเด็กอายุน้อยกว่าเกือบ 10 ปี ตะคอกเสียงดังใส่ฉัน ขณะที่ฉันคุยงานกับน้องอีกคนซึ่งไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเขาเลย พอฉันรู้สึกเสียหน้า ปฏิกิริยาที่ผ่านเพียงไขสันหลังก็ทำงานโดยการสวนกลับด้วยคำพูดแรงๆเช่นกัน เป็นการปะทะกันของฉันกับน้องผู้ชาย อารมณ์ฉันแรงจนถึงขั้นอยากกระชากคอเสื้อมาตบ หากเพียงแต่สมองประเมินคู่ต่อสู้ตรงหน้าได้ทัน เขาเป็นผู้ชายและร้อนกันทั้งคู่ ถ้าถึงเนื้อถึงตัวกันไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าจะไม่เกิดความรุนแรงขึ้น ฉันทำได้ดีที่สุดคือทิ้งบอมแล้วเดินออกมา

ผ่านไปเกือบ 5 ชม.
สีดำเริ่มเป็นสีเทา พออารมณ์เริ่มเย็นลงบวกกับการอยู่กับตัวเองทำให้ทบทวนตัวเองได้มากขึ้น ฉันเริ่มเห็นสิ่งที่ฉันไม่ควรทำและอะไรคือสิ่งที่ฉันควรทำต่อไป สิ่งแรกที่ฉันต้องทำคือ ขอโทษน้องบุคคลที่สามที่เกี่ยวข้องโดยตรง เพราะฉันดันเอาหลายประเด็นโยงเข้าด้วยกันหมดกับน้องผู้ชายคนนั้นด้วยอารมณ์โมโห เมื่อรู้ตัวว่าผิดฉันไม่รอช้าที่จะรีบโทรไปขอโทษน้องบุคคลที่สามทันทีและชี้แจงถึงเหตุผลที่ฉันทำไปให้เขาเข้าใจ 

สีเทาเริ่มเป็นสีเทาอ่อน อีกเปราะหนึ่งที่จะทำให้ฉันเป็นสีขาวคือ  การให้อภัยโดยไม่ต้องรอการขอโทษจากอีกฝ่ายฉันไม่คาดหวังการขอโทษจากเด็กคนนี้ด้วยการกระทำที่หยาบคายของเขา เพราะสถานการณ์มันทำให้ฉันได้ประเมินตัวเขาไปเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่ฉันต้องทำคือให้อภัยทันทีเท่านั้นคือทางออกของการกลับไปอารมณ์สีขาว ดังนั้นสถานการณ์แบบนี้ฉันจะจินตนาการผู้ใหญ่ที่ฉันชื่ีนชอบหรือฉันนับถือหรือผู้ใหญ่ในแบบที่ฉันอยากจะเป็นว่าถ้าเขาเจอสถานการณ์แบบนี้เขาจะทำยังไงต่อไป นั่นคือให้อภัยและไม่ถือสาเอาความเด็กคนนี้

2 ชม.ต่อมา
สีเทาอ่อนกลายเป็นสีขาว เมื่อฉันขึ้นเครื่อง ฉันนั่งเบาะริมทางเดินโดยด้านในริมหน้าต่างมีเด็กผู้หญิงวัย 5 ขวบหน้าตาน่ารักคอยฮัมเพลงเบาๆ ที่มีคุณแม่นั่งตรงกลางข้างๆฉัน เธอจะรู้มั้ยนะว่าฉันเพิ่งผ่านอารมณ์สีดำและอยากเป็นสีขาวเหมือนเช่นเธอ ฉันมองรอยยิ้มของของเธออย่างอิจฉา อารมณ์สีแบบนี้ที่ฉันอยากเข้าไปสัมผัสอีกครั้ง พอคิดได้แค่นั้นใจฉันก็ให้อภัยน้องผู้ชายคนนั้นได้ทันที ฉันนั่งคุยกับแม่เด็กสลับสนทนากับสาวน้อยน่ารักคนนั้นด้วยใจที่เบิกบาน หลังจากลงจากเครื่องข้อความในไลน์จากน้องผู้ชายคนนั้นก็เด้งขึ้นมาเพื่อขอโทษฉัน ฉันรับรู้ความรู้สึกในข้อความนั้นเป็นการขอโทษที่ไม่ได้ออกมาด้วยใจ แต่ฉันก็ไม่ถือสาอะไรเพราะไม่ได้ต้องการการขอโทษจากเขาอยู่แล้ว และฉันให้อภัยไปแล้ว

1 ชม.ต่อมา
สีขาวโดยสมบูรณ์ เมื่อฉันพบพ่อกับแม่ที่มารอรับฉันเพื่อกลับบ้าน พ่อยังคงเหมือนเดิม พอเจอฉันทีไรสิ่งแรกที่จะทำคือ การกอดพร้อมหอมแก้มต่อหน้าคนหลายๆคนโดยไม่อายใคร ซึ่งเวลาญาติๆคนอื่นๆเห็นเขาก็จะรู้สึกอายแทนฉัน ก็ฉันไม่ใช่เด็กๆแล้วนิหน่า 

วันดีๆของฉัน เริ่มต้นด้วยความบัดซบ แต่สำหรับฉันจริงๆแล้วก็ต้องขอบคุณน้องเขานะ ทำให้ฉันรู้ว่านี่เป็นครั้งแรกที่ฉันอยากต่อยผู้ชาย 555 และเป็นอะไรที่ท้าทายฉันมากพอฉันเริ่มรู้สึกตัว มีสติ ฉันรู้ว่าสิ่งที่ฉันควรทำต่อไปคืออะไร ถึงแม้ใจฉันจะค้านไม่อยากที่จะทำก็ตาม และการใช้เวลาบีบตัวเองให้ออกจากอารมณ์นี้ให้เร็วที่สุด เพราะจะเป็นผลดีต่อตัวเองและคนรอบข้าง พออารมณ์เย็นลงฉันถึงต้องรีบเคลียร์สิ่งที่ฉันทำพลาดกับคนรอบข้าง นั่นคือการขอโทษน้องบุคคลที่สาม และการให้อภัยน้องผู้ชายโดยไม่ต้องรอการขอโทษจากเขา สรุปฉันใช้เวลาในการจัดการอารมณ์สีดำนี้เกือบ 9 ชม.

ขอบคุณผู้รองรับอารมณ์สีดำครั้งนี้นะคะ
SHARE
Written in this book
Life and Learn
ชีวิตและประสบการณ์

Comments

Jakashi
13 days ago
😊😊😊
Reply
SUNSHINESAI
12 days ago
✌🏻😊😊
MyFeeling
12 days ago
มันยากจริงๆค่ะ การที่บอกตัวเองว่าต้องเป็นแบบนี้ แต่ใจมันดันคัดค้านไม่อยากจะทำ สมองกับความรู้สึกตีกันยกใหญ่ แต่คุณเก่งนะคะที่จัดการอารมณ์ตัวเองได้
Reply
SUNSHINESAI
12 days ago
ต้องรีบทำค่ะ ไม่ชอบอารมณ์แบบนี้เลยค่ะ
MyFeeling
12 days ago
ไม่ชอบเหมือนกันค่ะ 😊😊
ของฉันถ้าเป็นโหมดนี้ ต้องหลีกหนีจากผู้คน ไปอยู่คนเดียว ให้อารมณ์เย็นลง แล้วจะกลับมาดีขึ้นค่ะ แต่ให้อภัยเขาได้ไหมนี่ไม่แน่ใจเลยค่ะ คงจะอยู่ในโหมดเทาๆนานทีเดียว
SUNSHINESAI
12 days ago
ให้อภัย แต่จะให้โอกาสมั้ยก็อีกเรื่อง แต่ให้อภัยให้ใจเราเบาก่อนค่ะ ส่วนโอกาสต้องดูไปก่อนค่ะ 😊😊
blueandme
12 days ago
เราจะผ่านมันไปได้นะคะ สู้ๆ นะ
Reply
SUNSHINESAI
12 days ago
สู้ๆเช่นกันนะคะ