สู่ปี 2012 : Fail of the สอง Years
หากแต่เราเคยมีส่วนร่วมอยู่ในนี้ด้วยไม่น่าเชื่อเลยว่าเราไม่ได้กลับมาที่นี่ (StoryLog) นานมาก
แต่ไม่นานเท่ากับระยะเวลาที่เราไม่ได้ทำความสะอาดห้องเก็บของครั้งใหญ่หรอก ฮ่าๆ

เรื่องมันมีอยู่ว่า

ปกติแล้ว เวลาอยู่ที่บ้านตัวเอง ก็ไม่ได้มีพื้นที่ส่วนตัวมาก
แม้ว่าที่บ้านจะมีห้องเยอะเสียเหลือเกิน แต่ก็เสียพื้นที่ไปกับการใช้เก็บของ

ในอายุ 23 ปี มันก็ควรจะมีห้องของตัวเองเปล่าว้า
หลังจากงอแงอยู่เสียนาน สุดท้ายก็มีมติให้ย้ายของจากห้องหนึ่งในบ้าน เพื่อจัดการทำเป็นห้องของตัวเองสักที (ดีใจ)

30 ตุลาคม เวลา 15.45 น. โดยประมาณ
เรา และคุณแม่ ในชุดพร้อมผจญความแปดเปื้อนและขี้ฝุ่น
สองแม่ลูกคาดผ้าปิดปาก ก่อนเปิดห้องเข้าไปด้วยความรู้สึกราวกับจะได้เข้าไปในเขตกักกันในแรคคูนซิตี้ ...โถ ว่าไปนั่น

อ้ะ เข้าเรื่อง
ก็ย้ายของ ทำความสะอาดตามเรื่องตามราว (แต่จะหนักหนาสาหัสตรงที่ว่าฝุ่นมันเยอะเสียจนคิดว่า หากไม่มีผ้าปิดปากนี้แล้วไซร้ วันต่อมาก็คงนอนป่วยกระมัง)

แม่หยิบกล่องออกมาหนึ่งกล่อง พอเปิดออกมา ก็ถึงกับผงะ
เฮ้ย! นี่มันขุมทรัพย์ความทรงจำวัยรุ่นของตัวเองนี่หว่า

ถึงจะมีไม่ครบ แต่เห็นแล้วก็รู้สึกอิ่มใจ
ไม่ว่าจะหยิบจับอะไรในนั้น ก็รู้สึกถึงข้อมูลที่ส่งผ่านกันด้วยสายธันเดอร์โบลต์ (ว่าไปนั่น อีกแล้ว)
ซึ่ง วันนี้ เราก็อยากจะมาเล่าเรื่องหนังสือ Fail of the สอง Years ที่ได้เจอในกล่องนี่แหละ

หนังสือเล่มนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับหมวดหนังสืิอเล่มที่สี่ของบล็อกนี้แต่อย่างใด
ทว่า มันคือการรวบรวมรูปภาพตลกที่มิตรรักแฟนเพลงของเว็บไซต์ https://www.fail.in.th ตลอดระยะเวลา 2 ปีแรกกว่า 100 มุก รวมไปถึงคอมเมนต์ฮาๆใต้ภาพ

ความจำเกี่ยวกับเว็บไซต์นี้มีไม่มากนัก แต่จำได้แม่นว่าเคยส่งไป 10 กว่ามุก
ได้รับการตีพิมพ์ทั้งหมด 4-5 มุก 
สมัยนู้นมันไม่ได้เป็นแบบ Facebook Pages การส่งมุกให้เฟลาธิการ (หรือแอดมิน ผู้ทำหน้าที่บ.ก.) จึงต้องส่งผ่านเว็บไซต์ Disqus จำได้ว่าใช้ชื่อ KKK_51 ภาพประจำตัวเป็นโซนัส (โปเกม่อนเจน 2 หน้าตาน่าฟาด แต่มันเคาท์เตอร์ได้ ซึ่งผลก็เจ็บแสบนัก)

ส่งแล้วส่งอีก ส่งจนท้อ พอผ่านแล้วก็ไม่ใช่ว่าจะได้ขึ้นเว็บไซต์เลย ต้องรอคิวอีก (เรียกว่าสถานะ Pending) เวลาก็จะสุ่มกันไป บางทีคิวก็ตั้งห้าทุ่มยี่สิบสาม *หากข้อมูลผิดพลาดขออภัยนะ ลืม จำไม่ได้ว่าคุณแอนแอดมินเป็นคนกดให้ผ่าน หรือตั้งเวลาหลังจาก Pending*

จนในที่สุด ก็มีมุกที่ตัวเองส่งแล้วผ่านการพิจารณา ทำให้ได้รับการตีพิมพ์ ไม่ว่าจะเป็นมุกรักครั้งแรกของเป็ดเฟล หรือว่า ภาพโทรศัพท์ที่แบตเตอรี่เต็มแล้ว แต่ว่าตัวแสดงผลยังแดงแปร๊ด (ถ่ายรูปจากโทรศัพท์ตัวเองเลยนะ ขอบอก)

อ้อ... เวลาจะส่งผลงานเนี่ย เค้าจะให้แปะเป็ดเฟลซึ่งเป็นโลโก้รูปเป็ดเหงื่อตกในกรณีที่ภาพนั้น เฟล!! หรือ แปะคำว่า WIN สีเขียวในกรณีที่ภาพนั้น วิน!! (ผู้อ่าน : มึงก็อธิบายได้กำปั้นทุบดินจังเนอะ--- อ้ะ วินก็คือ ในกรณีที่แก้ปัญหา หรือหักล้างสถานการณ์นั้นในภาพได้อย่างสร้างสรรค์) 

กลับมาปัจจุบัน เว็บไซต์ไม่ได้รับการอัพเดตมากว่าห้าปีแล้ว คนไทยเองก็ไปหามีมตาม 9Gag 8Sh*t Reddit หรือกลุ่มอื่นๆบนเฟสบุ๊กกันแทนแล้ว (หรืออาจจะไม่หามีม แต่ไปสิงตามเพจซุบซิบดารากันแทน)

แต่เมื่อเปิดหนังสือเล่มนี้ สมัยนั้นยุคหัวเกรียนเซียนโจ๋ เก๋าเจ้ง ลกเก๊า(!?) อย่างเราๆ ก็ใช้ Fail.in.th เป็นเครื่องระบายอารมณ์ที่ดี

เป็นหนังสือที่เปิดทีไรก็ยิ้ม
เรายืนอ่านตอนที่ตั้งใจจะมาเก็บเข้าชั้นหนังสือ(ที่ซื้อมาทีหลัง) ก็ยังใช้เวลาไปกับการขำคิกคักจนไหล่สั่น (จนลืมไปเลยว่าแม่ให้มาตักน้ำไปถูพื้น)

ทุกวันนี้ เจ้าของหนังสือหลายๆคนก็คงจะขำกับมุกคลาสสิกเหนือกาลเวลาในนั้น (หรือบางอันที่สุดจะล้ำ--- เหนือกาลเวลา)
และอาจจะมีใครหลายๆคนที่คงจะมีจำนวนมากกว่า ที่ไม่รู้จักเว็บไซต์นี้ หรือไปขำกับอะไรอย่างอื่นแทน ก็ไม่ใช่ปัญหาของเรา หรือเขา

สำหรับเรา หนังสือเล่มนี้ยังขำอยู่เสมอ 
มันไม่ใช่หนังสือรวมมุกธรรมดา
หากแต่เราเคยมีส่วนร่วมอยู่ในนี้ด้วย ถึงแม้ว่าจะเป็นแค่คอมเมนต์เล็กๆสองหน้าแค่นั้นแหละ แต่ก็... เย้~~~~~!

ถ้างั้น...
ขอเวลาไปจินตนาการภาพตัวเองในวัยสิบหกปีตอนไล่หารูปและคอมเมนต์ของตัวเองในหนังสือเล่มนี้

ป.ล. แอบเสียใจที่รูปไม่ได้รับเลือกลงหนังสือนะ ออกจะขำ เชอะ! 
SHARE
Written in this book
High School Revisited
ย้อนกลับยุคไป 2010-2012 กันครับ
Writer
DeDarren
Warrior of Light
สวัสดีครับ | มีความสนใจทางอาหาร เทคโนโลยี และ วิดิโอเกมอย่างหนักหน่วงและรุนแรงแต่ไม่มีเวลาเล่นแล้ว | ชนะจากโรค Borderline Personality Disorder แล้ว | ติดตาม 48G ภายในญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด | สามารถซื้อได้ด้วยอาหาร ไฟฟ้า และความสะดวกสบาย | ชอบโดนเพื่อนแกล้ง | กำลังคบหากับชายหนุ่มคนนึงในรัฐแอริโซน่า และเรารักกันมากครับ

Comments