I hate myself.
กูก็โคตรเกลียดตัวเองเลยว่ะ


ฉันค่อนข้างเป็นคน “เพอร์เฟค” ถ้าเรียกตามเทคนิค
ฉันไม่สามารถทนได้กับอะไรที่ไม่มีระบบแบบแผน
ฉันจะหงุดหงิดถ้าเจออะไรที่ยุ่งเหยิง
ฉันจะโมโหถ้าเจออะไรที่ผิดรูปผิดร่าง
งานต้องเสร็จตามกำหนดหรือก่อนกำหนดเท่านั้น
จะไม่มีการขอยืดเวลาออกไป
งานจะต้องละเอียดถี่ถ้วน
ตรวจไม่ต่ำกว่า 3 รอบ

หลายคนบอกว่ามันก็ไม่ได้แย่นะ
มันช่วยทำให้ฉันผ่านอุปสรรคไปได้ง่าย ๆ
งานเสร็จแบบไม่ต้องรีบร้อน
มีระบบระเบียบในชีวิต
มีการวางแผนที่แน่นอน
แผนสำรองก็มีตั้งรับ
มันน่าจะทำให้ชีวิตฉันง่ายขึ้น
แต่เอาความจริง... แม่งไม่ง่ายเลยเว้ย



ฉันเป็นลูกสาวคนเดียวของครอบครัวค่ะ
เป็นน้องเล็กสุดในรุ่นหลานเลยก็ว่าได้
พี่คนอื่นมีงานทำกันหมดแล้ว
ในขณะที่ฉันยังคงตั้งหน้าตั้งตาเรียน
เลยค่อนข้างถูกฝากความหวังไว้มากพอควร
แม้กว่าอาชีพของพี่ ๆ จะไม่ได้เป็นอาชีพที่นิยม
แต่มันก็สร้างแรงกดดันให้ฉันมากพอสมควรเลย


ฉันโตมากับครอบครัวทหาร
คุณพ่อเป็นคนเป๊ะ ระเบียบจัด
ท่านค่อย ๆ แทรกซึมความเป็นตัวเองมาให้ฉันทีละนิด
ท่านมักจะย้ำเสมอว่า

ทำให้ได้ อย่าพูดคำว่าไม่ได้จนกว่าจะได้ลองทำ อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง
ฉันเลยกลายเป็นคนที่ต้องทำทุกอย่างให้ได้
ทำให้เสร็จ ทำให้ลุล่วง
ต่อให้จะต้องหามรุ่งหามค่ำไม่ได้นอนฉันก็จะทำ
เพราะทุกครั้งที่ทำได้
พ่อจะเอ่ยคำชมเชยฉัน


ฉันโตมากับคุณแม่ที่ค่อนข้างหัวโบราณ
ท่านอยากให้ฉันทำนั่นทำนี่
เช่นเรื่องเรียน ท่านขอไว้ว่าให้เรียนสายวิทย์จนกว่าจะจบ ม.6 หลังจากนั้นมหาลัยจะเรียนต่ออะไรท่านไม่ห้าม
และหลายครั้งที่ท่านมักจะข่มฉันด้วยค่ำพูดแย่ ๆ จนฉันต้องหาอะไรมาผลักตัวเองให้ก้าวต่อไปเสมอ


ฉันโตมากกับบ้านที่โอ๋ฉันด้วยความเป็นน้องเล็ก
คุณป้า คุณลุงจะภูมิใจในตัวฉันมาก
เอาไปอวดกับบ้านอื่นบ่อย ๆ ว่าเรียนเก่งอย่างงั้นอย่างงี้ ทำกิจกรรมเก่ง
แล้วด้วยความต่างจังหวัดอ่ะเนอะ
คนแก่ ๆ แกก็ชอบใจใหญ่ ชมกับเปลาะ
นั่นก็สร้างแรงกดดันให้ฉันมากเหมือนกัน


เพื่อนพ่อก็ใช่ย่อยที่ไหน
เวลามีตั้งวงทีไร
ก็ต้องมีชื่อฉันอยู่ในบทสนทนานั้นเสมอ
เปรียบเทียบลูกตัวเองกับฉันจนอดสงสารไม่ได้
แล้วพอชมบ่อย ๆ ก็กลายเป็นฉันต้องทำตามให้ได้

มันเหมือนสัญชาตญาณสั่งให้ฉันเป็นนักล่า
ทั้งที่ความจริงฉันเป็นแค่นักล่าที่กำลังเจ็บปางตาย
สมองสั่งให้วิ่งด้วยความเร็วเพื่อไปจับเหยื่อ
แต่ร่างกายกลับประท้วงด้วยการอ่อนล้า


ส่วนที่แย่ที่สุดของเรื่องนี้คือ
ฉันเชื่อ... ไม่สิ ฉันหลอกตัวเอง
หลอกตัวเองมาตลอดเวลา 10 กว่าปี
ว่าตัวเองเก่ง ตัวเองเจ๋ง ตัวเองทำได้ ตัวเองแข็งแกร่ง
ทั้งที่ความจริงแม่งโคตรกาก

แต่พอมันเชื่อมันหลอกตัวเองไปแล้ว
มันก็ดันกลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวตน
กลายเป็นเหมือนวิญญานฝาแฝด
ที่คนนึงมีหน้าที่ทำอีกคนมีหน้าที่สั่งการ
บงการทุกอย่างให้ดำเนินไป



จำได้ว่าวันนั้น ตอนอยู่ที่จีน
กระดกเบียร์ไป 3 กระป๋องคนเดียว
กระดกเสร็จก็ไปนั่งเจ่าอยู่ริมหน้าต่าง
คิดอะไรในหัวมากมาย
ถ้าไม่อายเพื่อน ตอนนั้นคงร้องไห้ไปแล้ว
ไม่รู้ว่าเพราะเบียร์หรืออากาศเย็น ๆ 
ทำให้เกราะป้องกันที่สร้างมาแตกสลายไปหมด
ลืมตาขึ้นมาอีกวันแทบไม่อยากลุกไปไหน



เคยมีครั้งนึง ยืนอยู่ริมถนน
อยู่กับเพื่อนเป็นฝูงเลยค่ะ
แต่วันนั้นดันไปเจอเรื่องแย่ ๆ มา
ชั่ววิเดียวที่ความเศร้ามันทะลุปรอท
ฉันอยากก้าวขาลงไปให้รู้แล้วรู้รอด

ตายไปคงง่ายกว่าอยู่
ไม่ต้องรู้สึก
ไม่ต้องเจ็บ
ไม่ต้องเห็น
อย่างน้อยก็ไปใช้กรรมในนรก
มันก็น่าจะดีกว่าอยู่แบบนี้แหละวะ

ใจอยากตะโกนใส่หน้าพ่อหน้าแม่
หน้าเพื่อน หน้าครู หน้าญาติ
หน้าทุกคนที่เกี่ยวข้องกับชีวิต
อยากตะโกนให้ได้เหมือนที่ระบายลงในนี้
แต่ก็ยังโง่ห่วงความรู้สึกทุกคน
ไม่กล้าแม้แต่จะร้องไห้ให้ใครเห็น
กลัวทุกคนจะไม่เข้าใจ
กลัวทุกคนจะทิ้งไป...
SHARE
Writer
Safezone
บันทึกจากสายน้ำ
เรื่องราวของคนเหี้ยที่เศร้า ซึมเศร้าแดกและเป็นบ้า

Comments