WWOOF ณ นิวซีแลนด์
       สวัสดีค่ะ เรามีโอกาสไปเป็น Wwoofer ที่ประเทศนิวซีแลนด์มาประมาณ 1 เดือน เลยอยากจะมาแชร์ประสบการณ์
       ก่อนอื่นขอแนะนำโครงการ WWOOF (We’re Welcome On Organic Farms) เป็นโครงการที่มีการแลกเปลี่ยนระหว่าง โฮส คือผู้ที่จัดหาที่พัก อาหาร และของจำเป็นอื่นๆ ให้กับ อาสาสมัคร หรือเรียกอีกอย่างว่า Wwoofer คือผู้ที่ทำงานให้ฟรี โดยจุดประสงค์ของโครงการคือการที่ผู้เข้าร่วมโครงการได้อาศัยและเรียนรู้เกี่ยวกับฟาร์มออร์แกนิคโดยอยู่กับครอบครัวท้องถิ่น แลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน โครงการนี้มีในหลายประเทศรวมถึง ประเทศนิวซีแลนด์ ดินแดนแห่งน้องแกะ ซึ่งเป็นดินแดนในฝันของเรานั้นเอง
       ก่อนที่จะไป เราก็ต้องสมัครสมาชิกในเว็บ https://wwoof.nz/ เพื่อยืนยันการมีตัวตนและหา Host เราได้อ่านเรื่องราวที่มีคนแชร์ในพันทิพ ก่อนที่จะตัดสินใจติดต่อฟาร์มแห่งนึงในเมืองเล็กๆชื่อ Ngaruawahia อยู่ใน Hamilton เกาะเหนือของนิวซีแลนด์
       ฟาร์มนี้มีชื่อว่า Soggy Bottom Farm เน้นเลี้ยงหมูเป็นหลัก มีวัว แกะ ไก่ เล็กๆน้อยๆ ครอบครัวนี้มีสมาชิก 4 คน คือ โจนาธาน หรือ โจโน่(พ่อ) ซาร่า(แม่) ฟินส์(ลูกชายคนโต เป็นทหารอยู่ที่กองทัพ ไม่ได้อยู่ที่บ้าน) มอลล์(ลูกชายคนเล็ก ทำงานร้านคอมพิวเตอร์) ครอบครัวนี้ย้ายมาจากอังกฤษประมาณ 16 ปีแล้ว รับอาสาสมัครมานานกว่า 10 ปี ถึงขนาดทำบ้านสำหรับ Wwoofer โดยเฉพาะ ซาร่าบอกว่าเขาชอบเจอคนใหม่ๆจากทั่วโลก ชอบพูดคุย แลกเปลี่ยนสิ่งต่างๆ เลยรับอาสาสมัครมาทำงานที่ฟาร์มตลอด

หน้าที่หลักของ Wwoofer ที่ฟาร์มนี้
1. ให้อาหารหมู หมูที่นี่กินชีส(สำหรับสัตว์โดยเฉพาะ) 3–4 วัน สลับกับ grain 1 วัน อาทิตย์นึงต้องล้างอ่างที่หมูกินน้ำ 2–3 ครั้ง
2. งานใน butchery ทำพาย ทำไส้กรอก แพ็คเนื้อวัว เนื้อหมู โจโน่ส่งหมูไปที่โรงฆ่าสัตว์แล้วร่างน้องหมูไร้วิญญาณจะกลับมา จากนั้นก็แบ่งเป็นส่วนๆ แพ็คขาย .. (แอบดีใจ ถ้าต้องเห็นน้องหมูถูกฆ่าต่อหน้า คงสะเทือนใจไม่หน่อย เป็นประเภทชอบกินแต่ไม่ชอบลงมือ 555+)
3. ถอนหญ้า ล้างอุปกรณ์ จิปาถะ

ระหว่างที่เราได้อยู่ที่นี่ เราได้เรียนรู้อะไรมากมายอย่างเช่น
• ที่นี่ล้างจานด้วยน้ำยาล้างจานและน้ำร้อน ใช้ฟองน้ำถูๆ แล้วก็คว่ำ ไม่มีการล้างน้ำเปล่าแค่อย่างใด ตอนแรกก็ช็อคเลย แต่เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตามเนอะ (>///<)
• แมลง sand fly ชอบกัดคนเอเชีย กัดแล้วจะเป็นจุดแดงๆ คันๆ บางจุดมีน้ำใสๆ ซึ่งคนที่นี่ไม่เคยมีอาการอะไรแต่อย่างใด หรือผิวหนังคนเอเชียอาจเบาะบางเกินไป
• มอลล์ ลูกชายคนเล็ก หลังจากเรียนจบม.ปลาย ก็เริ่มทำงานที่ร้านคอมพิวเตอร์เพราะเขาชอบคอมพิวเตอร์(รวมถึงเล่นเกมส์) เราบอกกับโจโน่ว่า ถ้าเป็นที่ไทย พ่อแม่มักจะให้ลูกเรียนต่อมหาลัยเลย ถ้าไม่จบมหาลัย จะถูกมองว่าไม่มีอนาคต โจโน่บอกว่า การที่เริ่มทำงานเร็ว เขากลับมองว่าดี ลูกจะได้ฝึกความรับผิดชอบ เรียนรู้โลกของความเป็นจริง รู้ว่าเขาชอบอะไร ไม่ชอบอะไร เมื่อทำงาน 2–3 ปี เด็กก็เติบโตขึ้น จากนั้นเขาจะเรียนต่อหรือไม่ก็แล้วแต่เขา ตอนที่เราเจอมอลล์ เขาอายุ 19 ปี แต่เขาดูโตจริงๆ ดูเป็นผู้ใหญ่กว่าเราซึ่งอายุ 27 ปีซะอีก
• โจโน่ “คุณควรออกไปเที่ยว ออกนอกประเทศของคุณบ่อยๆ ไปดูว่าคนที่อยู่ในอีกซีกโลกนึง อยู่ในประเทศอื่นๆ ไปดูว่าเขาอยู่กันอย่างไร เขามีมุมมอง มีความคิดยังไง แม้คุณอาจจะไม่ชอบ อาจจะไม่อยากอยู่ที่นั้น แต่มันทำให้ความคิดของคุณเปิดกว้าง ฝึกยอมรับความแตกต่าง” โจโน่และซาร่าท่องเที่ยวในหลายประเทศ แบ่งแยกการใช้ชีวิตเกษตรกรและการท่องเที่ยวอย่างลงตัว
• ซาร่า “เราไม่จำเป็นต้องทำเพื่อให้มีเงินเยอะแยะ แค่ให้พอสำหรับกิน ถ้าเหลือก็ขาย” “ฉันไม่จำเป็นต้องแต่งตัวดีตลอด หรือเอาเงินไว้ซื้อเสื้อผ้าแพงๆ” “คุณควรลองทำอะไรในสิ่งที่คุณไม่เคยทำ ถ้าไม่ชอบ อย่างน้อยคุณก็รู้ว่าไม่ชอบ”
•  ครอบครัวนี้น่ารักมาก พ่อ แม่ ลูก พูดคุยกันทุกเรื่อง แม้แต่เรื่องเล็กน้อย จนวันนึง มอลล์บอกจะย้ายออกจากบ้านไปอยู่กับแฟน โจโน่กับซาร่าบอกว่า แน่นอนว่าใจหาย แต่วันนึงเขาก็ต้องเติบโตเป็นผู้ใหญ่และมีชีวิตของเขา 

       เวลา 1 เดือน มันช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว อะไรที่เราไม่เคยทำ ก็ได้ทำ แม้ตอนแรกเราจะคิดว่าทำไม่ได้ ถึงจะออกมาไม่ดี แต่ก็ได้ลองทำเป็นครั้งแรก ที่ไทยเราทำงานอยู่หน้าคอมทั้งวันในโรงงานอุตสาหกรรมที่ให้เงินค่อนข้างดี แต่เรากลับชอบชีวิตที่มีแต่ต้นไม้ เลี้ยงสัตว์ ปั่นจักรยาน บรรยากาศเงียบๆ เสียงแมลง ในเมืองเล็กๆแบบนี้
 
7 Nov 2018
SHARE
Writer
HowruxStroy
Daughter
A ordinary Thai girl who want to learn everything

Comments

Alicex_
10 months ago
เขียนได้ดีมากๆเลยค่ะ ขอบคุณที่มาแบ่งปันเรื่องราวดีๆแบบนี้นะคะ
Reply