ขอให้ทะเลโอบกอดคุณ
      วันนี้เขาก็ร้องไห้อีกแล้ว...

      ภาพจากผืนน้ำสะท้อนร่างของผู้ชายวัยรุ่นคนหนึ่ง ผมสีดำขลับยาวประบ่าดูน่าสัมผัส ผิวขาวซีดที่ทำให้เจ้าตัวแทบจะกลืนไปกับพื้นหลังของท้องฟ้ายามสนธยา ริมฝีปากขบเม้มราวกับสะกดกลั้นก้อนสะอื้น แต่ไม่มีอะไรที่ดึงดูดใจผมได้เท่ากับดวงตาสีน้ำทะเลที่ต้องหยาดฝนอยู่ในยามนี้ อ้างว้าง เดียวดาย แต่กลับชวนให้ลุ่มหลง กลัวว่าถ้าหากจ้องนานๆเข้าผมอาจถูกดูดกลืนเข้าไปในห้วงสมุทรอันเศร้าสร้อยก็เป็นได้

      ชายหนุ่มนั่งห้อยขาอยู่บนสะพานไม้ที่ยื่นเข้าไปในทะเล สายตาทอดมองไปที่ไหนซักแห่งไม่จดจ่อกับสิ่งใด เค้าความหม่นหมองกระจายไปทั่วบริเวณที่เขาอยู่ เขานั่งนิ่งไม่มีแม้แต่การสั่นไหวจากแรงสะอื้น มีเพียงหยดน้ำที่ไหลรินจากดวงตาโศกที่เคลื่อนไหว เป็นสิ่งเดียวที่บอกว่าผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงนี้มีชีวิตหาใช่รูปปั้น

      ผมคอยมองเขาอยู่ตรงนี้ ที่เดิม ในทุกๆวัน

      ยามเมื่อดวงตะวันเริ่มลับขอบฟ้า ย้อมสีเบื้องบนให้เป็นส้มตัดสลับแดงม่วง เขาจะมาปรากฏตัวที่สะพานแห่งนี้เสมอ เขาไม่เคยพาใครมาที่นี่ ทุกครั้งจะมีเพียงเขาคนเดียวที่มานั่งที่ปลายสะพาน นั่งครุ่นคิดอะไรบางอย่างด้วยความเงียบสงบ บางวันก็ร้องไห้ และบางวันก็มองผืนน้ำเบื้องล่างนิ่งเนิ่นนานก่อนจะลุกกลับไป

      กลายเป็นกิจวัตรของผมไปแล้วที่มาคอยเฝ้ามองเขาจากเบื้องล่าง มีเพียงสายน้ำที่กั้นกลางผมกับเขา และเขาก็ไม่ได้รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามีผมอยู่ตรงนี้ ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่ดี เขาคงตกใจมากถ้าหากรู้ว่าใครคนหนึ่งคอยดูเขาอยู่ตลอดเวลา ผมเริ่มรู้ตัวว่าผมหลงใหลดวงตาคู่นี้ก็ในตอนที่ผมไม่สามารถข่มตานอนได้โดยไม่คิดถึงเขา มหาสมุทรแสนเศร้าบนใบหน้าไร้ที่ติคือสิ่งที่ดึงดูดผมให้มาที่นี่เพื่อเฝ้าดูเขาในทุกๆวัน

      เขายังนั่งอยู่ที่เดิม

      แต่อาจเพราะแสงที่กลืนกับผิวของเขาทำให้ผมเพิ่งสังเกตรอยช้ำหลายจุดตามเนื้อตัวผอมบางนั่น ใครกันที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้ แล้วที่เขาร้องไห้นั่นมีสาเหตุมาจากรอยช้ำนั่นหรือเปล่านะ ผมเก็บความสงสัยไว้ในใจ ได้แต่ฝากคำปลอบโยนไปตามสายน้ำเผื่อว่ามันจะพัดพาไปถึงเขาบ้างก็ดี แม้จะอยากขึ้นไปโอบกอดเขาแค่ไหนแต่ผมก็คงทำไม่ได้

.

.

      วันนี้เขาไม่ร้องไห้

      ที่ปลายสะพานตำแหน่งเดิมในทุกๆวันเขานั่งลงอย่างเคยชิน หยดน้ำตาที่กวนใจผมวันนี้ไม่มีแล้ว มีเพียงดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลที่ผมรู้สึกว่ามีบางอย่างแตกต่างไปจากทุกๆวัน เพียงแต่ผมไม่รู้ว่าความแตกต่างนั้นมันคือสิ่งใด ผมไล่สำรวจเขาตั้งแต่ปลายเส้นผมดำขลับจนถึงเท้าผอมบางแทบหุ้มกระดูก รอยช้ำเขาเพิ่มขึ้น ผมแน่ใจว่าสิ่งนี้ผมไม่ได้คิดไปเอง ผิวที่ขาวซีดของเขายิ่งขับให้รอยช้ำม่วงเห็นชัดยิ่งขึ้น เขาไปเจอเรื่องอะไรมากันนะ

      คราวนี้เขานั่งนิ่งไม่ไหวติง นิ่งเสียจนถ้าหากผมไม่เห็นว่าเขากระพริบตาก็คงคิดว่าเขาถูกแช่แข็งไปแล้ว ดวงตาที่ผมหลงใหลเหม่อมองขอบฟ้าและทะเลเช่นเคย ความว่างเปล่าที่ฉายชัดออกมาทำให้ผมยิ่งอยากรู้ว่าอะไรที่อยู่ในหัวเขา ผมเริ่มอยู่ไม่สุข กระวนกระวายอยู่ใต้น้ำรั้นอยากจะหาคำตอบให้ได้ ไม่ชอบเลย ไม่ชอบให้เจ้าของดวงตาที่ผมหลงรักต้องเป็นแบบนี้เลย

      เขานั่งอยู่ตรงนั้นอีกหลายชั่วโมง และผมก็เฝ้าดูเขาอย่างนั้นอยู่หลายชั่วโมงเช่นกัน เขานั่งนิ่งราวกับกักเก็บบางอย่างไว้ในใจ ในขณะที่ผมนิ่งไปเช่นกันเมื่อได้มองเข้าไปในตาของเขา ราวกับเวลาถูกหยุดไว้อย่างไรอย่างนั้น ไม่เคยคิดมาก่อนว่าผมจะหลงใหลใครคนหนึ่งได้ขนาดนี้

.

.

      วันนี้เขาไม่มา...

      เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่ผมไม่เห็นเขา ในหัวผมเริ่มคิดไปต่างๆนาๆว่าเขาจะถูกทำร้ายระหว่างมาหรือเปล่า หรือเกิดเรื่องไม่ดีบางอย่างกับเขา หัวผมเริ่มคิดไปถึงว่ามันจะเกี่ยวกับรอยช้ำนั่นหรือไม่ คนที่ทำร่องรอยเหล่านั้นจะทำอะไรเขาอีกหรือเปล่า หรือเขาอาจจะไม่อยากมาที่นี่แล้ว

      ใจผมสั่นไหวรุนแรงเมื่อคิดว่าจะไม่ได้เห็นเขาอีกต่อไป พอนึกถึงเรื่องนี้มันทำให้ผมรู้สึกอยากจะร้องไห้ขึ้นมา แต่ตั้งแต่เกิดมาผมไม่เคยร้องไห้เลยซักครั้ง ไม่รู้ว่ามันเป็นอย่างไรเพราะสุดท้ายต่อให้ร้องออกมามันก็ไปรวมเป็นหนึ่งเดียวกับสายน้ำรอบกายผมอยู่ดี

      ในที่สุดผมก็ได้ข้อสรุปที่เข้าข้างตัวเองที่สุดคือวันนี้เขาอาจแค่มาช้า เขาอาจมีธุระบางอย่างหรือติดขัดเล็กน้อยที่ทำให้มาตรงเวลาไม่ได้ ผมสงบขึ้นและเฝ้ารอการมาของเขาอย่างใจเย็น

      แต่จนแล้วจนเล่าเขาก็ไม่มา...

      ตะวันลับขอบฟ้า นภากว้างเป็นสีดำสนิทไร้สีสันใดแต่งแต้มไม่มีแม้ดารากระทั่งดวงจันทร์ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีวี่แววของเขาเลย

      หนึ่งวัน

      สองวัน

      หนึ่งอาทิตย์

      ผมไม่ได้พบเขาอีกเลย...

.

.

      วันนี้เขากลับมาแล้ว

      จำไม่ได้ว่าครั้งสุดท้ายที่ตัวเองดีใจขนาดนี้มันคือเมื่อไหร่ แต่ในยามนี้ตอนที่ได้เจอหน้าเขาหัวใจผมก็เต้นแรงจนเหมือนแทบจะหลุดออกมา เจ็ดวันที่ผ่านมามันช่างยาวนานสำหรับผมเหลือเกิน แต่ไม่เป็นไรแล้วล่ะ เพราะมันถูกทดแทนด้วยการมาของเขาในวันนี้แล้ว

      แต่มีบางสิ่งแปลกไปบนใบหน้าซูบผอมนั่น สิ่งที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนได้ปรากฏขึ้นและถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี

      เขายิ้ม

      รอยยิ้มแต่งแต้มบนใบหน้าขาวซีดทำให้ผมตระหนักรู้ได้ว่าตอนเขายิ้มมหาสมุทรในดวงตาของเขามันเปล่งประกายได้ขนาดไหน เขาดูมีชีวิตยิ่งกว่าครั้งที่ผ่านมา รอยช้ำตามตัวเริ่มจางไปแล้ว และความหม่นเศร้ารอบกายเขาก็หายไปแล้วด้วย

      อ่า ผมอาจจะมีชีวิตเพื่อได้เห็นเขาในวันที่ไม่เศร้าใจก็ได้นะ

      ผมคิดเข้าข้างตัวเองว่าคำปลอบโยนที่ส่งผ่านคลื่นลมทะเลอาจจะส่งไปถึงเขาแล้วก็ได้

      เขาเดินมาจนสุดที่ปลายสะพาน ผมแหงนหน้ามองใบหน้านั้นอย่างโหยหา รู้ว่าตัวเองคิดถึงเขาเพียงใดก็ตอนนี้ เพิ่งมาสังเกตว่าที่ขาของเขามีอะไรบางอย่างที่ผมมองเห็นได้ไม่ชัดนัก วันนี้เขาไม่ได้นั่งลง เขาแค่ยืนอยู่ตรงนั้นเฉยๆ แสงอาทิตย์อัสดงลามเลียไปทั่วกายแต่งแต้มให้ผิวขาวซีดกลายเป็นสีแดงราวกับเลือดกำลังไหลริน ดวงตาที่ผมรักจ้องมองผืนทะเลเบื้องหน้าอย่างเปี่ยมสุข ดีจังเลยนะ ผมอยากเห็นใบหน้าแบบนี้ของเขาตลอดไป

      แต่เขากลับทิ้งตัวลงมา

      เสียงน้ำทะเลแตกกระจายเป็นวงกว้างยามร่างผอมบางของเขากระทบผืนน้ำ ปากและจมูกของเขาผุดพรายฟองอากาศมากมายราวกับว่าจะสูบออกไปจนหมดร่าง

      ผมว่ายน้ำไปหาเขาอย่างรวดเร็วเท่าที่ร่างกายของผมจะสามารถทำได้ ผมใกล้ถึงตัวเขาแล้ว ยามนั้นเองที่ผมรู้ว่าที่ขาของเขามันคืออะไร หินถ่วงน้ำหนักดึงรั้งให้ร่างของเขาจมดิ่งลึกลงไปเรื่อยๆ และเรื่อยๆ

      ไม่มีแม้แต่การดิ้นรน ไม่มีแม้แต่สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอด เขาแค่กางแขนโอบรับความเย็นเยียบของท้องน้ำ ตระคองกอดความอ้างว้างอันแสนเงียบสงบ เหมือนกับว่าเขาแค่ลอยอยู่เฉยๆ

      ผมถึงตัวเขาแล้ว หางโบกสะบัดวนไล่ไปตามเนื้อตัวที่ผอมแทบติดกระดูก ผมว่ายลงไปที่ขาครุ่นคิดวิธีที่จะช่วยชีวิตก่อนที่ผมจะนิ่งงันเมื่อตระหนักได้ว่า ผมปรารถนาให้เขามีความสุขไม่ใช่หรือ แล้วผมจะทำลายความสุขของเขาได้อย่างไร ใจผมแตกสลายเมื่อคิดว่าตัวเองต้องทนดูคนตรงหน้าแตกดับ ผมว่ายไปตรงใบหน้าของเขา จดจำทุกรายละเอียดตั้งแต่เส้นผมที่ลอยไปตามกระแสน้ำ รอยกระบนใบหน้า ริมฝีปากบางที่ยังคงมีรอยยิ้ม จนไปจบที่ดวงตาคู่งามที่จ้องมองผมตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

      เป็นครั้งแรกที่เราสบตากัน

      ทะเลรอบตัวผมยังเทียบไม่ได้กับมหาสมุทรตรงหน้า ลุ่มหลง เปล่งประกาย และสวยงามยิ่งกว่าผืนน้ำใดๆที่ผมเคยเจอ นอกเหนือไปจากนั้นผมเห็นตัวเองในดวงตาเขา ร่างเล็กจ้อยตีครีบโบกสะบัดหางเชื่องช้า ในที่สุดเขาก็มองเห็นผมแล้ว ในตอนนั้นเองที่ผมได้รู้ว่าความสุขของเขาคือสิ่งใด

      ผมอาจเป็นปลาตัวแรกที่ร้องไห้ ความรู้สึกร้อนผะผ่าวที่ตามันเป็นเช่นนี้ หยาดน้ำใสไหลรวมเป็นหนึ่งเดียวกับท้องทะเล แม้มองไม่เห็นแต่นั่นก็แปลว่าผมยังร้องไห้อยู่ดี ผมแนบริมฝีปากบนดวงตาที่ค่อยๆปิดลงพร้อมกับฟองลมหายใจเฮือกสุดท้าย ร่างกายกระตุกบิดเกร็งตามกลไกของธรรมชาติ แต่ไม่สำคัญหรอก ตราบใดที่ผมยังคงจุมพิตเขาอยู่ตรงนั้น


‘แม้หัวใจจะแหลกสลายแต่หากนี่คือความสุขของคุณ ผมก็พร้อมยินดี

ให้ผืนน้ำได้โอบอุ้มคุณไว้ ตระคองกอดอย่างอ่อนโยน

ไม่มีแล้วความโหดร้ายที่พานพบ คุณจะได้รับการปกป้อง ณ ที่แห่งนี้

จะไม่มีใครทำอะไรคุณได้อีก ที่รัก ใต้ท้องทะเลครามผมจะอยู่กับคุณ

ตลอดไป’ 

 
SHARE
Writer
magnitude99
Depresser
The sadness will last forever.

Comments

theNeverything
5 days ago
เขียนได้ดีมากเลยค่ะ บรรยายจนคิดภาพตามได้ง่าย ๆ เลย
Reply