ข้อสอบ
แม้แต่ข้อสอบที่ถูกออกแบบไว้
ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีคำตอบที่ถูกต้องเสมอไป






ไอเย็นที่ไม่ได้มาจากฤดูหนาว กระทบถูกแขนเสื้อยาวสีขาวที่ปราศจากคุณสมบัติในการป้องกันความเย็นโดยสิ้นเชิง มันช่วงชิงความอบอุ่นในร่างกายให้จากไปพร้อมบางสิ่งบางอย่างที่ดูเหมือนว่าจะสำคัญเสียเหลือเกินสำหรับช่วงเวลานี้

เสียงขีดเขียนอะไรบางอย่างลงบนกระดาษคำตอบมากมายภายในห้อง ผมไม่รู้หรอกว่าพวกเขาเขียนอะไรกัน จะเขียนเหมือนหรือต่างกันอย่่างไร แต่สุดท้ายไม่ว่าจะเขียนไปแบบไหน กฎเกณของการให้คะแนนจะบอกกับเราเองว่าสิ่งที่เขียนไปนั้นถูกต้องตามที่ใครบางคนต้องการหรือไม่ แม้ว่ากฎเกณฑ์เช่นนั้นจะไม่ได้ถูกต้องเช่นกันก็ตาม

ผมลุกขึ้นยืนเมื่อได้ยินเสียงอนุญาติ ลุกเดินออกจากห้องสีขาวอันกว้างใหญ่ เก้าอี้แลคเชอร์ที่ถูกออกแบบไว้เพื่อความสะดวกสบายแต่ขณะเดียวกันกลับทรมานร่างกายให้อ่อนล้ากว่าที่เคยเป็นถูกทิ้งไว้ที่เบื่องหลัง 

เสียงผู้คนพูดคุยกันถึงข้อสอบที่พึ่งผ่านไป และคะแนนในอนาคตที่ยังไม่อาจรับรู้ได้ดังกลบสำเนียงเสียงอื่นรอบตัวผมไปเสียหมด คนเราชอบพูดถึงอดีตและอนาคตมากกว่าการปัจจุบัน หรือเพราะปัจจุบันมันสั้นเกินกว่าจะพูดให้จบได้ก่อนที่มันจะกลับกลายเป็นอดีตไป


" เฮ้ย! ข้อ... มึงตอบอะไรไปวะ "

" ตอบ... ไปว่ะ "

" อ้าว ทำไมกูคิดได้.... วะ "

" มันต้อง... มึงได้คิดอย่างนี้เปล่า "

" เออลืม แม่งไม่น่าเลยอีกนิดเดียวเอง "


เสียงพูดคุยของใครสักกลุ่มดังเข้าหูผมอย่างชัดเจน ในการสอบมันน่าแปลกนะที่เรามักคิดคำตอบได้ก็ในตอนที่เดินออกมาจากห้องสอบแล้วเสมอ หรือบางทีนี่คงเป็นแบบจำลองของชีวิตจริงที่คำแนะนำมักมาในจังหวะที่สายไปอยู่บ่อยๆ


" ข้อ... กูคิดแล้วมันไม่เห็นมีคำตอบเลย มึงคิดได้ปะ "

" เออกูก็คิดไม่ได้เหมือนกัน เห็นอาจารย์บอกข้อสอบผิด "

" ดีหน่อยจะได้ได้คะแนนฟรีบ้าง "

" จริงๆ ถ้าผิดบ่อยๆ ก็ดีนะ 555 "


เสียงของอีกกลุ่มหนึ่งแทรกขึ้นมาเมื่อผมเดินผ่านกลุ่มแรกมา แม้แต่ข้อสอบที่ถูกออกแบบมาเพื่อการทดสอบโดยเฉพาะ ผ่านการตรวจสอบมาแล้วหลายหน ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะมีคำตอบที่ถูกต้องเสมอไป แล้วชีวิตของผมล่ะ มันได้ถูกออกแบบไว้โดยใครหรือเปล่า แล้วคำตอบของมันล่ะ คืออะไรกันแน่

ข้อสอบที่ผิดอาจนำมาซึ่งคะแนนที่ดูเหมือนว่ามีค่า แต่คำตอบของชีวิตที่ไม่ได้ถูกกำหนดไว้ จะมีคะแนนให้ด้วยหรือเปล่า ผมไม่รู้เลยจริงๆ


" ไว้เจอกันใหม่เทอมหน้า "

" ไว้เจอกัน "


เสียงผู้คนบอกลากันด้วยรอบยิ้ม ใช่ว่าทุกการลาจากจะเต็มไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจ ถนนเต็มไปด้วยซอกซอยและทางแยกต่างๆ มากมาย การแยกจากไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไร เช่นกันกับการพบเจอกันใหม่ ก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่หรือเป็นเรื่องพิศดาร


" เจอกันใหม่เทอมหน้าเว่ย "


ผมหันกลับไปโบกให้เพื่อนที่เดินมาด้วยกัน เมื่อเท้าสัมผัสพื้นถนนนอกอาคาร สายลมพัดผ่านไปพร้อมกับฤดูหนาวที่แสนสั้น สามวันแล้วนับจากคืนนั้น ชีวิตของผมมีอยู่เพื่ออะไร เพื่อให้การจากลาครั้งแล้วครั้งเล่าผ่านไป หรือแค่จบออกไปจากมหาลัยชีวิตด้วยข้อสอบที่พระเจ้าออกแบบไว้


" แล้วเจอกัน "


ผมพูดพร้อมกับหันหลังเดินกลับ อาจเป็นไปได้ที่ว่าข้อสอบของเราจะเป็นชุดเดียวกัน แต่ปากกาที่ขีดเขียนลงในกระดาษคำตอบนั้นแตกต่าง และคำตอบของเราก็อาจไม่เคยเหมือนกันเลย ท้ายที่สุดแล้วใครเป็นผู้ตัดสินชีวิตเรากันแน่ 




ความมืดคลืบคลานเข้าครอบคลุมท้องฟ้า แสงสุดท้ายของวันเก่าผ่านไปอีกครั้ง แสงไฟถูกเปิดขึ้นตามท้องถนน อาคารบ้านเรือน ไฟหน้ารถประจำทาง แสงดาวระยิบระยับจากฟากฟ้า และประกายแสงจันทร์ในสายน้ำ


" บนโลกนี้มีแสงสุดท้ายอยู่จริงหรือเปล่านะ "


ผมถามกับตัวเองด้วยความสงสัย ความย้อนแย้งต่างๆ บนโลกนี้ เป็นเพราะมันขัดแย้งกันในตัวมันเอง หรือเป็นเพราะพวกเราชาวมนุษย์นิยามมันไว้ ทั้งที่ไม่ได้รู้จักมันอย่างแท้จริงกันแน่

โลกนี้ไม่ใช่ข้อสอบ และคำตอบก็ไม่ได้แน่นอนเสมอไป ถ้าความผิดพลาดเกิดจากความเข้าใจ แล้วจะเหลืออะไรบ้างที่ถูกต้องจริงๆ


" ผมยังหาคำตอบไม่ได้ หรือว่ามันไม่มีคำตอบมาตั่งแต่ต้น "


สายน้ำไหลผ่านลำตัวแล้วหยดลงสู่พื้น ฟองสบู่สีขาวละลายหายลงไปในท่อที่ไม่รู้ว่าพามันไปสู่ที่ใหน เส้นทางที่ใครบางคนสร้างไว้ให้มันเดินทางไป บางครั้งเราก็คงไม่มีโอกาสได้เลือกเอง


" ข้อสอบท่านนี่มันยากจริงๆ "


ความคิดผมยังคงวิ่งอยู่แม้สายตาจะหลับไปแล้ว สำหรับคนอื่นการนอนหลับอาจเป็นเรื่องง่าย แต่กับผมนั้นต่างออกไป อาจบางทีมันคงยากยิ่งกว่าการลุกขึ้นและตื่นในตอนเช้าเสียด้วยซ้ำไป แค่เงือนไขมันน้อยกว่าเท่านั้นเอง



SHARE
Written in this book
เรื่องของผม
มนุษย์คืออะไร มีอยู่เพื่ออะไร แล้วทำไมผมต้องเป็นมนุษย์

Comments