หัวเราะกับร้องไห้เป็นสองอย่างที่ทำให้ไม่บ้า


เวลาเครียดมากๆทำไงวะ 

ฉันเคยมีบทสนทนาอะไรประมาณนี้กับใครคนหนึ่ง บนแท็กซี่ของเช้าวันเสาร์
เช้าแบบที่เช้าจริงๆน่ะ

ระหว่างทางกลับบ้าน
ฉันที่กำลังพยายามจะเล่าเรื่องราวที่ต้องเผชิญอยู่ตอนนั้น 
ทั้งสารพัดปัญหาบ้าบอที่เกิดขึ้น และความคิดเล็กคิดน้อยที่พาลทำให้ชีวิตฉันวุ่นวายไปหมด
แต่อาจเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอลที่เราแข่งกันกระดกดื่มแทนน้ำเปล่าตลอดคืนที่ผ่านมา
ทำให้ฉันไม่มั่นใจว่าถ่ายทอดมันออกไปได้ดีแค่ไหน 

ที่จริงฉันไม่เคยเห็นด้วยเลยกับการเมามายในยามที่ชีวิตดำเนินไปได้ไม่ดีนัก
แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า มันก็ช่วยให้มีเสียงหัวเราะกับรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าได้บ้างเหมือนกัน

เวลาเครียดมากนี่เราจัดการกับตัวเองกันยังไงนะ
น่าจะมีคู่มือ 101วิธี ประคองชีวิตให้ไม่เป็นบ้าซีร็อกขายที่ร้านถ่ายเอกสารของคณะ

หลังๆมานี้ฉันเจียดเวลาว่างมาพูดคุยกับตัวเองอยู่บ่อยครั้ง
ภาพฉันยืนเท้าเอว ขมวดคิ้วอยู่หน้ากระจกเกือบจะกลายเป็นภาพชินตาไปเสียแล้ว
บ่อยครั้งที่ฉันจะจ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาคู่เล็กๆตรงหน้าคู่นั้น
เหมือนกำลังพยายามอย่างสุดซึ้งที่จำเข้าใจคนตรงหน้าให้ได้มากที่สุด
ทั้งๆที่นั่นมันก็คือตัวฉันเองนี่แหละ

เคยมีครั้งไหนที่รู้สึกเหมือนไม่รู้จักตัวเองกันบ้างมั้ย 
แบบ ประมาณว่าไม่รู้เลยว่าจริงๆกำลังคิดอะไรอยู่
หรือบางครั้งก็ทำอะไรที่ไม่คิดไม่ฝันว่าตัวเองจะทำ
เหมือนไม่รู้จักตัวเองเลยจริงๆ

หลายครั้งฉันคิดแล้วคิดอีก กับเรื่องหยุมหยิมยิบย่อยจนหัวจะระเบิดคล้ายจะเป็นบ้า
ภายนอกอาจจะเหมือนการนั่งเอาปากกาเคาะโต๊ะอย่างเรื่อยเปื่อย
แต่ถ้ามีภาพx-ray ภายในหัวของฉัน
อาจจะเห็นฉันสองคนแยกร่างแล้วก็ทุบตี ถกเถียงกันอย่างน่าปวดหัว


ร้องไห้กับหัวเราะเป็นสองอย่างที่ทำให้ไม่บ้า
นี่คือคำพูดของเพื่อนคนนั้นบนรถแท็กซี่
ฉันขมวดคิ้วนิดๆกับประโยคที่เขาเพิ่งเอ่ยออกมาเมื่อครู่

ความหมายตามที่ฉันพอจะกลั่นกรองได้ก็อาจจะเป็นว่า
ระบายความรู้สึกออกมาผ่านการหัวเราะและร้องไห้บ้างก็ได้
เก็บเอาไว้จะอึดอัดหนักใจเสียเปล่าๆ

อ๋อหรอวะ
..

งั้นฉันเองก็คงเดินทางมาถูกสักครึ่งนึงแล้วล่ะมั้ง
เพราะที่ผ่านมา เวลามีปัญหาบ้าบออะไรตั้งแต่สเกลเล็กไปจนถึงสเกลกอตซิล่า
ฉันก็ร้องไห้เป็นโอ่งตลอดเวลา

อาจจะขาดแค่การหัวเราะละมั้ง ที่จะมาช่วยเยียวยาฉันจากอาการเครียดขึ้นสมองนี้ได้

ที่จริงร่างกายเรานี่มหัศจรรย์เหมือนกันนะ
เกือบลืมนึกไปเลยเหมือนกัน 
ว่า reactionตามธรรมชาติที่ร่างกายกระทำเป็ันปกติ กลับเป็นsolutionที่ดีที่สุดที่เผลอมองข้ามไปซะอย่างนั้น

ขอบคุณบทสนทนาเมาๆบนรถแท็กซี่ของเช้าวันเสาร์วันนั้น
ยินดีที่เราได้คุยกัน(ต่อให้ภาพตอนนั้นจะเลอะเลือนเหลือเกิน)
ขอบคุณ Life hacks นี้
แล้วก็ .
ขอบคุณที่ทนฟังเรื่องไร้สาระทั้งๆที่ง่วงจนถ่างตาไว้แทบไม่ไหว


หลังจากนี้จะพยายามหัวเราะให้เยอะขึ้นอีก
ส่วนร้องไห้คงต้องเพลาๆลงบ้างแล้วล่ะ

.
อย่าเพิ่งเป็นบ้ากันนะทุกคน!









SHARE

Comments