สัญญาณ 5 ประการที่บอกว่าเราควรลาออกจากงานแล้ว
หลายคนอาจจะสงสัยว่าเอ เราควรลาออกจากงานไหม แล้วควรจะลาออกเมื่อไร

ผมเลยเอาเนื้อหาส่วนหนึ่งจากหนังสือชื่อว่า When ที่แต่งขึ้นโดย Daniel Pink มาเล่าให้ฟังครับ เขาบอกว่า ให้ลองพิจารณาจาก 4 คำถามนี้ว่า เราควรจะลาออกแล้วหรือยัง

1. ถามตัวเองให้ได้ว่า เรายังอยากทำงานนี้อยู่ไหม ในวันครบรอบวันเริ่มงานในปีหน้า
 
คือมีงานวิจัยพบว่า คนส่วนใหญ่มักจะลาออกเมื่อทำงานครบ 1 ปี หรือไม่ก็ครบ 2 ปี หรือไม่ก็ครบ 3 ปี ไปเรื่อย ๆ คือถ้าเราถามตัวเองว่า เรายังอยากทำงานนี้อยู่อีกไหมในปีหน้าที่เราจะครบรอบการทำงานของเรา ถ้าคำตอบคือไม่แน่ ๆ ให้เราเริ่มมองหางานใหม่ได้เลยครับ

2. ถามตัวเองว่า งานที่เราทำอยู่นั้น เราได้ใช้ความสามารถเต็มที่ไหม (Demanding) และเราสามารถควบคุมมันได้ไหม (Control) 

คืองานที่เราต้องใช้ความสามารถอย่างเต็มที่ แต่เราควบคุมมันไม่ได้ แบบนี้ เราจะมีอาการ Burn Out คือเหนื่อยจนหมดแรงได้ง่าย เช่นงานที่เราได้โอกาสแสดงความสามารถ แต่ผลงานของงานเรา ดันไปขึ้นกับคนอื่น ๆ อีก แบบนี้อาจจะเหนื่อยฟรี แต่ตรงกันข้าม ถ้างานมันไม่ต้องใช้ความสามารถมากนัก คืองานมันง่าย ๆ แต่เราควบคุมมันได้ แบบนี้เราก็จะเบื่อ คือทำแค่ 3 ชั่วโมงก็เสร็จแล้ว เหลือเวลาเยอะแยะ ไม่รู้จะทำอะไร แต่ที่แย่ทึ่สุดคืองานที่ง่าย และเรายังควบคุมมันไม่ได้ด้วย ถ้าเป็นแบบหลังนี่ เขาแนะนำให้ลองหางานใหม่เถอะ แต่ถ้างานที่ทำอยู่มันเปิดโอกาสให้เราแสดงความสามารถเต็มที่ และเราก็ควบคุมผลของงานได้ด้วย แบบนี้ทำต่อไปครับ งานนี้ดีแล้ว

เขียนถึงตรงนี้ แล้วผมนึกถึงงานของผมซึ่งคืออาจารย์มหาวิทยาลัย ผมว่ามันเข้าข่าย (สำหรับผมนะครับ) คืองานที่ทำให้ผมแสดงความสามารถได้เต็มที่ ไม่ว่าเป็นงานสอน หรือ งานวิจัย แถมผมควบคุมผลงานของผมได้ด้วยตัวเองเกือบ 100% แบบนี้ ผมจึงรักงานนี้ แบบนี้แหละครับ (แต่ท่านอื่น ๆ ก็ต้องลองพิจารณาในกรณีของท่านดูนะครับ)

3. หัวหน้างานเปิดโอกาสให้เราทำงานที่แสดงความสามารถได้เต็มที่ไหม 

อันนี้คงเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับหลาย ๆ คนเลยครับ หัวหน้าที่ดีคือคนที่รับผิดชอบ ไม่ใช่พวกโยนความผิด คือความชอบรับไว้คนเดียว แต่พอผิด โยนให้ลูกน้อง และต้องเปิดโอกาสให้ลูกน้องได้ทำงานด้วยความสามารถของตนเองด้วย ไม่ใช่มาสั่งการในทุก ๆ เรื่อง ถ้าเป็นแบบนี้ ทำงานนั้นต่อเถอะครับ ได้หัวหน้าดีขนาดนี้แล้ว แต่ถ้าใครบอกว่า โห ตรงข้ามกับหัวหน้าเราทุกเรื่องเลย อันนี้ ลองมองหางานใหม่ ๆ ดูได้เลย

4. เราทำงานมาครบ 3-5 ปีแล้วหรือยัง 

การเปลี่ยนงานเป็นวิธีทางหนึ่งที่สามารถทำให้เราสามารถเพิ่มเงินเดือนของเราได้ แต่ไม่ใช่ว่าจะเปลี่ยนทุก 6 เดือน ถ้าเป็นแบบนั้น ที่ทำงานใหม่อาจจะไม่ค่อยอยากรับเรา เพราะดู Resume แล้ว คนนี้อยู่ที่ไหนไม่ได้นาน เขาแนะนำว่าควรอยู่ช่วง 3 – 5 ปีครับ จะเป็นช่วงที่ดีที่สุดในการเปลี่ยนงาน เร็วกว่า 3 ปี เรายังไม่ได้เรียนรู้อะไรมากนัก แต่ถ้าเกิน 5 ปี เราจะเริ่มเบื่อแล้ว ก็ลองเอาไปปรับใช้ดูนะครับ

5. งานที่เราทำอยู่นั้นตรงกับเป้าหมายระยะยาวเราหรือไม่ 

งานบางอย่าง เราอาจจะไม่ชอบมากนัก แต่ถ้ามันตอบโจทย์เป้าหมายระยะยาวเรา เราก็ควรทำต่อ เช่น ถ้าเป้าหมายของเราคือไปเปิดร้านกาแฟของตัวเอง และตอนนี้เราก็ทำงานในบริษัทกาแฟ แบบนี้ ถึงแม้ว่าเราอาจจะไม่ชอบการเป็นลูกจ้างเขา แต่การอยู่ในบริษัทนี้ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างเกี่ยวกับธุรกิจกาแฟ แบบนี้ทำต่อไปได้ครับ แต่ถ้าเราดันไปทำงานเป็นลูกจ้างอยู่ในบริษัทชิ้นส่วนรถยนต์ อันนี้อาจจะลองคิดใหม่ดี ๆ ว่าเราจะทนทำไปทำไมกัน

ทั้ง 5 ข้อนี้ก็ไม่ได้เป็นสูตรสำเร็จอะไรนะครับ ลองไปคิดดู ถ้าดูแล้วแต่ละข้อมันชี้ไปทางเดียวกันคือควรหางานใหม่ ก็ลองนำไปพิจารณาดูแล้วกันนะครับ ขอให้ทุกท่านโชคดีในการได้งานที่เหมาะกับตัวเองแล้วกันครับ

อ่านบทความอื่น ๆ ได้ที่ www.NopadolStory.com หรือเข้าร่วมกลุ่ม Line@ ได้ที่ https://line.me/R/ti/p/%40nopadolrompho หรือฟัง Podcast Nopadol’s Story ได้ที่ https://nopadolstory.podbean.com/
SHARE
Writer
Nopadol
Writer Professor
ศาสตราจารย์ สาขาบริหารการปฏิบัติการคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

Comments

ClairDeLune
2 months ago
ตรงเผงเลยค่ะ สงสัยต้องออกละ 55
Reply
โฮ้ใช่เลยเป้าหมายเราไม่ตรงอ่ะ เอาจริงนะค่ะ เป็นคนไม่ชอบใช้ปาก แต่ก็เจอแต่งานใช้ปากเลย เจอแต่ละงาน แคชเชียร์ ขายตรง ล่าสุด ขายกล้องวงจรปิด 555  
Reply
2Face
2 months ago
ใช่เลยค่ะ  
Reply
LYNN11
2 months ago
รบกวนขอ ID line@ ค่ะ แอดไม่ได้จากลิงค์ค่ะ
Reply
Nopadol
2 months ago
ทางนี้ได้ไหมครับ https://line.me/R/ti/p/%40nopadolrompho