เราจะเติบโตใน โลกที่เป็นอยู่ หรือโลกที่ควรเป็น ?
เคยสงสัยกันไหม ? คนที่โตแล้วนี่ต้องอายุเท่าไหร่ ? อะไรคือสิ่งชี้วัดการเติบโตของเรา? 
แล้วคุณจะรู้สึกอย่างไร ถ้าสุดท้ายการเติบโต ที่คุณคิดว่าคุณได้ครอบครองมัน เป็นเพียงความรู้สึกของคุณเอง แล้วการเป็นผู้ใหญ่ล่ะมันวัดกันด้วยอายุหรือความคิดกันเเน่? ถ้าการเป็นผู้ใหญ่คือคุณสมบัติที่เราเรียกกันว่า "อยู่เป็น"  "ไม่โลกสวย" และสยบยอมต่อสิ่งที่โลกกำลังเป็น แบบนั้นเรียกว่าโตหรือไม่?  หรือการเติบโตคืออีกฟากฝั่ง นั่นคือการเติบโตทางความคิด โดยการรู้ว่าโลกควรจะเป็นอย่างไร  และปฏิเสธความไร้เหตุผลนานัปการที่โลกกำลังเป็นอยู่ แล้วมุ่งสู่อุดมคติอันสมบูรณ์แบบ
.
 คำถามเหล่านี้ผุดขึ้นมาและชวนคิดใคร่ครวญกับมันอย่างลึกซึ้ง จากหนังสือที่ชื่อว่า
"WHY GROW UP ?" ของ ซูซาน เนแมน หรือชื่อภาษาไทย(โตอย่างไรไม่ให้เจ็บปวด)ที่แปลโดย คุณโตมร สุขปรีชา หนังสือเล่มนี้เป็นงานเขียนที่ชวนผู้อ่านทุกคนมาสำรวจความหมายของการเติบโต ผ่านมุมมอง และแนวคิดทางปรัชญาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เอ็มมานูเอลคานท์ , ซีมอน เดอ โบวัวร์ , ซิเซโร่ และอีกหลายคน ที่มีมุมมองต่อการเติบโตที่ต่างกันไป 
.
การสำรวจความหมายของการเติบโตของหนังสือเล่มนี้ มีแนวคิดหลักอยู่สองแนวคิดที่ปะทะกัน 
คือแนวคิดแรกที่ว่า การเติบโตคือการยอมรับโลกในแบบที่มันเป็น  และแนวคิดที่สองคือ การเติบโตคือการพัฒนาทางเหตุผล และรู้ว่าโลกควรเป็นอย่างไร หรือก็คือโลกเเห่งเหตุผลนั่นเอง แต่กระนั้นปัญหาสำคัญที่สองแนวคิดนี้กำลังเผชิญคือ ความไม่ลงรอยบางอย่างของแนวคิดต่อความเป็นจริง เช่น ในแนวคิดแรกที่บอกว่าการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ คือการยอมรับโลกที่มันเป็น มุมหนึ่งนั้นหมายถึงการยอมจำนนอยู่กับสิ่งที่ไม่ควรจะเป็น เช่น ในสังคมบางแบบ ที่ผู้ใหญ่สอนให้เราเชื่อฟัง ทำตาม และจำนน โดยห้ามมีคำถามใดๆนั้น สั่งคมแบบนี้แทบจะไม่มีความเป็นไปได้เลยที่จะเติบโต เพราะมันไม่มีพื้นที่และสารอาหาร หรืออิสระภาพอันเป็นอากาศให้เราเติบโต ซึ่งโลกแบบนี้ คือโลกที่เราทุกคนกำลังเผชิญ และเป็นอยู่
.
ส่วนแนวคิดที่สอง คือแนวคิดที่ว่าด้วยโลกที่ควรจะเป็น โดยปฏิเสธโลกอันไร้เหตุผล และยุ่งเหยิง 
จุดอ่อนของแนวคิดนี้คือ โลกแห่งเหตุผลเป็นอุดมคติเกินไป มันไม่ใช่โลกใบจริงๆที่เราเผชิญหน้าอยู่ โลกที่เราเจออยู่ทุกวันเต็มไปด้วยสิ่งไร้เหตุผล นานัปการณ์ที่กัดกลืนเรา ให้เฉยชา และบอกเราว่าโตสักที เลิกคิดเพ้อฝัน เลิกโลกสวยเป็นเด็กๆ ได้เเล้ว
.
แล้วเราควรทำอย่างไร? นั่นคือคำถามสำคัญ ซึ่งคำตอบอาจเป็นรายละเอียดหรือวิธีการอันเป็นปัจเจกเกินกว่าจะหาข้อสรุปได้ แต่เราสามารถกล่าวรวมๆได้ว่า การเติบโตที่แท้จริง เราควรสำรวจใคร่ควญและทำความเข้าใจ โลกใบแรก(โลกที่มันเป็น) และเฝ้ามอง ไขว่คว้า โลกใบที่สอง (โลกที่ควรจะเป็น) เชื่อมประสานมันให้ได้ ตรงกลางระหว่างนั้นคือการเติบโตที่แท้จริง  ผมอยากชวนให้คุณนึกภาพวงกลมสองวงที่เปรียบกับโลกที่เป็นอยู่ กับโลกที่ควรเป็น มันกำลังซ้อนเหลือมกัน พื้นที่ตรงกลาง คือการที่คุณเห็นความงามของโลกที่ควรเป็น และปรับมันเข้ากับโลกที่เป็นอยู่ได้ นั่นไม่ใช่หรือคือการเติบโตที่แท้จริง
.
นี่คือหลักการสำคัญที่หนังสือเล่มนี้ได้ชวนรุ่นคิด นอกจากนั้นยั่งมีประเด็นสำคัญอื่นๆเช่น
การเลี้ยงดูเด็กทารก เราควรจะเลี้ยงเขายังไงให้เขาเติบโตได้อย่างแท้จริง
หรือ การเติบโตของวัยรุ่น ที่ปฏิเสธชุดความคิดเดิมที่พ่อแม่มอบให้ ทำให้เขาเชื่อมาโดยตลอด เพราะในช่วงวัยนี้เขาโตพอที่จะ สงสัยกับความไร้เหตุผลต่างๆของโลกที่เป็นอยู่ และทยานสู่โลกที่ควรเป็นด้วยความเดือดดาร! สุดท้ายคือการเติบโตของวัยชรา ที่ทิ้งหลักฐานงานวิจัยมากมายว่า คนชรามีพลังงานเเห่งการเติบโต มากพอๆกับวัยรุ่นเลยทีเดียว ทั้งหมดทั้งมวล หนังสือจำนวน 200 หน้านี้ จะมอบคำถามสำคัญมากมายให้แก่ผู้อ่าน ถึงเวลาเเล้วที่เราควรจะมาสำรวจกันอย่างจริงจัง ว่าเรากำลังเติบโตไปอย่างไร เพื่อให้แน่ใจว่า การเติบโตของเรา เราไม่ได้กำลังโดนใครบางคนหลอกอยู่ หรือ การเติบโตของเราไม่ใช่ความรู้สึกนึกคิดไปเองคนเดียว  
SHARE
Writer
INTHUCH
Learner
a p o e m s h o u l d n o t m e a n b u t b e.

Comments

helloanonymous
1 year ago
อยากไปหาอ่านตามเลยค่ะ
Reply
INTHUCH
1 year ago
อ่านยากหน่อย แต่สนุกครับ