Domestic Violence is not Personal Issue
เรื่องภายในครอบครัวคุยกันเองดีกว่าครับ “คนอื่นเขาเจอเรื่องแบบนี้กันมาทั้งนั้น เยอะกว่านี้เขาก็เจอ”
“เรื่องแค่นี้ทำไมต้องทำให้ใหญ่โตด้วย”
“สมัยก่อนยิ่งกว่านี้ยังไม่เห็นต้องให้ตำรวจมาเกี่ยวเลย”

คำกล่าวจากผู้อยู่ในเหตุการณ์วันนั้นกลับมาวนเวียนในความคิดอีกครั้ง
จากวันนั้นก็ร่วมเดือนมาแล้วที่ฉันเลือกขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ
เพื่อยับยั้งความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นจากความขัดแย้ง
ระหว่างฉัน และพ่อของฉันเอง 

ตอนนั้นมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ? 
จำได้ว่าพ่อโทรศัพท์หาฉันตอนบ่ายอ่อนๆตอนที่ฉันกำลังขับรถอยู่
พูดเรื่องที่ฉันเอาของมีค่าของแม่ไปยกให้คนอื่น
ฉันขอขับรถและกลับไปพูดคุยกันต่อที่บ้าน
ครั้งนั้นพ่อเห็นด้วยและรอจนฉันเสร็จธุระย้อนกลับไปที่บ้านอีกครั้ง

มันเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องมาจากเมื่อตอนที่
แม่ขอร้องให้ฉันรับเป็นเจ้าของบ้านและที่ดินที่เราอาศัยอยู่ร่วมกัน
เนื่องด้วยความกังวลถึงภายภาคหน้า
หากเกิดอะไรขึ้นกับแม่ขึ้นมา
ฉันจะยังมีทรัพย์สินติดตัวที่สามารถอยู่ต่อไปได้
คนอื่นจะไม่สามารถมาแย่งบ้านหลังนี้ไปจากฉันได้

ฉันเริ่มโอหังเข้ามาพยายามจัดการบ้านให้สามารถอยู่ได้มากขึ้น
ด้วยความคิดว่า
บ้านหลังนี้ควรจะสามารถเป็นได้มากกว่าที่ปัจจุบันเป็นอยู่

ฉันเห็นของมีค่าที่ไม่มีใครใช้ประโยชน์
ทำให้คิดถึงรุ่นน้องที่สนิทกันคนหนึ่งขึ้นมา
และคิดว่ายกให้น้องคนนี้ให้น้องนำไปใช้คงจะดีกว่าปล่อยให้ร้างอยู่ที่นี่

แต่กลับกลายเป็นว่า
แม่เสียใจกับสิ่งที่ฉันทำและร้องไห้ให้พ่อฟัง
ว่าฉันเอาสมบัติของแม่ไปยกให้คนอื่น

แน่นอนว่าพ่อโกรธเคืองฉันมาก
แม้ว่าฉันจะพยายามอธิบายถึงเหตุผลของสิ่งที่ฉันทำลงไปกี่ครั้งก็ตาม

ด้วยความโอหังและไม่ยอมคนของฉัน
ทำให้ความรุนแรงของบทสนทนาค่อยๆรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
จนถึงจุดที่
ฉันจำได้ว่าเคยเห็นภาพนี้มาก่อน
 
พ่อตะโกนเดินเข้าใกล้ฉันขึ้นทีละนิด
ฉันเห็นพ่อกำหมัดและง้างมือขึ้น

ด้วยความตกใจฉันเผลอพูดออกไปว่า
“คุณกำลังจะทำร้ายร่างกายเราเหรอ”

“เออ มึงจะทำไม”

ในช่วงเวลาสั้นๆนั้นตัวเลือกมากมายเข้ามาในความคิดของฉัน
กับคำถามในใจว่า 
ฉันควรจะทำอย่างไรดี 
ฉันมั่นใจว่าแรงฉันไม่สามารถยั้งแรงของพ่อได้
และแน่นอนว่าฉันไม่อยากทำร้ายพ่อคืนแน่ๆ
แต่จะทำอย่างไรไม่ให้ตัวฉันเองได้รับบาดเจ็บ

“ถ้าคุณไม่หยุดเราจะแจ้งตำรวจนะ”
“เอาสิ มึงเอาเลย!!”
 
ฉันตัดสินใจวิ่งไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่พื้นกด 191
และวิงวอนในใจให้ระบบสามารถใช้งานได้
ไม่เหมือนกับที่เคยได้ยินมา

ฉันโชคดี
เจ้าหน้าที่รับเรื่องสามารถจับรายละเอียดสิ่งที่ฉันกำลังหวาดกลัวได้ทั้งหมด
แม้ว่าฉันจะให้ข้อมูลจำนวนมากในเวลาสั้นมาก
ฉันบอกว่าฉันกำลังหลบเลี่ยงการทำร้ายร่างกายจากพ่อของตัวเอง
บอกที่อยู่ของฉันและ สน. ที่ดูแลพื้นที่ที่ฉันอยู่
ซึ่งคุณเจ้าหน้าที่สามารถทบทวนสิ่งที่ฉันพูดได้ถูกต้องทั้งหมด
และแจ้งว่าจะส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาช่วยเหลือ

ระหว่างรอเจ้าหน้าที่นั้น
พ่อเริ่มสาปแช่งและข่มขู่ฉัน
โดยที่แม่ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรฉันได้เลย
“มึงมันลูกเนรคุณ อีสารเลว อีลูกจรรไร”
“กูจะทำให้มึงอายจนเดินออกจากบ้านไม่ได้เลย”
“กูจะฟ้องมึง นังลูกเนรคุณ กูจะเอาบ้านคืนจากมึง”
“ไปเรียกญาติมึงมาเลยนะ ให้มาดูคนจรรไรแบบมึง แจ้งตำรวจจับพ่อตัวเอง”
และแน่นอนว่าพ่อเริ่มไล่โทรศัพท์ตามญาติของฉันให้มาร่วมเหตุการณ์นี้

นอกจากญาติฉันแล้ว
ฉันสัมผัสได้ว่าพ่อยังคงโทรหาคนรู้จักอีกจำนวนหนึ่ง
ที่คาดว่าน่าจะมีบทบาททางด้านกฎหมายหรือตำรวจพอสมควร
ฉันคิดว่าพ่อคงเริ่มกลัวจะต้องโดนคดีขึ้นมาจริงๆ

พอทุกคนมาพร้อมหน้ากันสิ่งแรกที่ญาติบอกกับฉันคือ ทำไมเรื่องแค่นี้ต้องทำเป็นเรื่องใหญ่ด้วย 
ต่อด้วยคุณตำรวจที่บอกว่า 
เรื่องพ่อลูกเคลียร์กันเองดีกว่านะครับ อย่าให้ถึงโรงถึงศาลเลย 
ตอนเด็กๆคนอื่นเขาก็เคยโดนอะไรแบบนี้ ไม่เห็นมีใครเขาทำให้เป็นเรื่องราวใหญ่โตเลยเธออายุเท่านี้เจอเท่านี้ก็รับไม่ได้รับไม่ไหว คนอื่นเขาผ่านอะไรกันมามากกว่าเธอกันตั้งเยอะ
ตลกที่ท่าทางของพ่อตอนที่ทุกคนมาพร้อมนั้น
ดูสงบเรียบร้อยสุภาพน่ารักเหมือนลูกหมาน้อยๆ

จากเดิมที่มีความขุ่นเคืองมากอยู่แล้ว
ยิ่งเพิ่มมากขึ้นหลังจากได้รับฟังคำพูดของผู้ร่วมเหตุการณ์
ได้แต่ยิ้มอ่อนแล้วตอบว่า

เราไม่ได้สนใจว่าคนอื่นจะพบเจอเหตุการณ์ลักษณะไหนมา
ยอมรับในสิ่งเหล่านั้นมาด้วยความรู้สึกแบบไหน
แต่ในฐานะที่เราอายุเท่านี้ความรู้เท่านี้
เราไม่สามารถยอมรับการจัดการกับปัญหาด้วยความรุนแรงได้

และแม้ว่าเราจะทำเรื่องราวครั้งนี้ให้ใหญ่โต
จนหลายคนรู้สึกว่าทำเกินกว่าเหตุ
แต่เราสามารถหยุดเหตุการณ์ความรุนแรงครั้งนั้นได้
และสามารถควบคุมสถานการณ์หลังจากนั้นได้ด้วยเช่นกัน 
ถามว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่เคยเกิดมาก่อนเหรอ?
 
ก็เปล่า
 
นึกย้อนตอนที่พ่อง้างมือแล้วภาพเก่าๆแทรกเข้ามา

ฉันเคยทะเลาะกับพ่อลักษณะนี้มาแล้ว
วันนั้นฉันจำได้ว่า
ฉันรู้สึกว่าฉันไม่ผิดอะไรเลย
แต่ฉันไม่สามารถใช้เหตุผลเพื่อทำความเข้าใจกับพ่อได้
ฉันจำได้ว่า
พ่อกดไหล่ฉันลงกับพื้น
แล้วง้างมือขึ้นตบหน้าฉัน

ซ้าย

ขวา

ฉันดิ้นหลุดออกมาได้
แต่บาดเจ็บทั้งร่างกายและจิตใจ
โดยที่แม่ไม่กล้าแม้แต่จะเข้ามาห้ามพ่อด้วยซ้ำ
ทำได้แค่ยืนมองและขอร้องให้พ่อหยุด 
ฉันไม่ใช่คนคนเดียวที่โดนทำร้ายร่างกาย
ทั้งแม่และพี่เองก็เคยโดนพ่อทุบตีมาก่อน

จากวันนั้นจนถึงวันนี้
ไม่เคยมีคำขอโทษใดๆที่ออกจากปากของพ่อ
เรื่องราวทั้งในครั้งนี้และครั้งก่อน
ยังคงถูกมองว่า
ไม่ใช่ปัญหาและสามารถเพิกเฉยได้

แต่วันนี้ตัวฉันไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปแล้ว
ฉันได้เรียนหนังสือ
ฉันไม่ได้พึ่งพาพ่อแม่อีกแล้ว
หลายครั้งฉันเองเป็นฝ่ายรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่บ้านด้วยซ้ำ
และไม่ใช่แค่พวกเขาที่มีพวกพ้องในสายอาชีพที่เกี่ยวข้องอีกต่อไป 
ตัวฉันเองก็อายุมากพอที่จะเริ่มมีคนรู้จักที่ประสบความสำเร็จในอาชีพการงานแล้ว
ฉันจะไม่ยอม ให้ตัวเอง ต้องกลายเป็นเหยื่อ
ของความรุนแรงในครอบครัวอีกแล้ว 

เหตุการณ์เกิดขึ้นและจบลงมาได้สักพักหนึ่งแล้ว
ฉันคิดว่าตอนที่พ่อโมโหจนขาดสติ
พ่ออาจจะลืมนึกไปว่า
สิ่งที่พ่อกำลังจะทำ
สามารถททิ้งแผลขนาดใหญ่ในใจ
ที่จำเป็นต้องใช้เวลายาวนานเพื่อรักษา
และกลายเป็นแผลเป็น
ที่นึกย้อนเหตุการณ์นั้นขึ้นมากี่ครั้งก็ยังคงสร้างความเจ็บปวดได้ซ้ำๆ
รวมถึงฉันคิดว่าพ่ออาจจะไม่เคยคิดว่า
จะมีใครแจ้งความเพื่อหยุดพฤติกรรมนี้ของพ่อ
ซึ่งอาจทำให้สุดท้ายแล้วพ่ออาจต้องรับโทษตามกฎหมายต่อไป

ฉันอยากบอกว่าฉันรักพ่อเสมอ
สิ่งที่พ่อทำให้ฉันด้วยความรักและหวังดี
ฉันไม่มีทางจะลืมมันเพราะเหตุการณ์นี้หรอก
ฉันไม่ได้โกรธเกลียดพ่อเลย
แต่ฉันยอมให้พ่อทำร้ายฉันไม่ได้เท่านั้นเอง

สิ่งที่ฉันอยากฝากกับใครก็ตาม
ที่มีโอกาสได้ผ่านเข้ามาอ่านเรื่องราวเหล่านี้
ว่าความรุนแรงภายในครอบครัวไม่ใช่เรื่องที่สามารถปล่อยผ่านได้
บาดแผลทางร่างกายอาจสามารถรักษาให้หาย
จนวันหนึ่ง
จะไม่มีใครสามารถสังเกตเห็นบาดแผลนั้นได้
แต่แผลในใจนั้นคงไม่สามารถลบลืมมันได้อย่างง่ายดายอย่างนั้น
ซึ่งสามารถกระทบต่อสุขภาพจิตอย่างรุนแรงได้

คนที่ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเอง
จนถึงขั้นลงไม้ลงมือกับคนรอบข้างได้
สมควรรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญเป็นอย่างยิ่ง

รวมถึงหากคุณเป็นคนที่ยอมให้คนรักของคุณทำร้ายคุณซ้ำๆ
คุณเองก็ควรได้รับการบำบัดจากจิตแพทย์เช่นกัน
SHARE
Written in this book
speechless diary
บันทึกที่กล่าวออกมาด้วยอวัจนภาษาอย่างยากลำบาก
Writer
wannitach
psychopath wanderer
a psychopath struggling to cause remarkable trouble

Comments